[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: คุยประสาชาวใต้
  • ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
    คุยประสาชาวใต้ : อัพเดทเมื่อ พฤหัสบดี ที่ 26 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2555



    คือการก่อการร้าย ไม่ใช่เรื่องของการก่อความไม่สงบ

    ระเบิด”คาร์บอมบ์” ที่ทำให้ ตำรวจชุดคุ้มครองครูของ สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ต้อง “พลีชีพ” จำนวน 5 ศพ บนถนนสายบ้านอุเป๊าะ-บ้านกาซาแม คือ ปฏิบัติการต่อเนื่องของ ชุดปฏิบัติการ”อาร์เคเค”ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็นฯ ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ ก่อนเข้าสู่เดือน”รอมฏอน” ที่มีการวางระเบิด ตู้ เอทีเอ็น สถาบบันการเงิน 4 แห่ง ใน อ.บันนังสตา”คาร์บอมบ์ บริษัทโปรคอมพิวเตอร์ กลางในเมือง สุไหงโก-ลก และ เหตุระเบิด-ฆ่ารายวัน ที่เกิดเหตุกระจายในพื้นที่ 3 จังหวัด ก่อนที่จะมี”คาร์บอมบ์” จนถึงเหตุ”คาร์บอมบ์” ล่าสุด  ที่ทำให้   ศชต. ต้องสูญเสียกำลังพลไปอีก 5 นาย ในครั้งเดียว และนี้คือ สงครามการก่อการร้าย ไม่ใช่เรื่องของการก่อความไม่สงบ อย่างที่ รัฐบาล และ กองทัพ ต้องการให้ทุกฝ่าย เข้าใจ และ เชื่อ

                    “คาร์บอมบ์” ที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัด 4 อำเภอ ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา มีลักษณะเดียวกัน คือ รถยนต์ที่ประกอบเป็น”คาร์บอมบ์” เป็นรถยนต์ที่ถูก โจรกรรมมา หรือไม่ก็ ปล้น ชิง โดยฆ่าเจ้าของรถ และนำรถยนต์ที่ได้ ไปก่อเหตุร้าย  โดยครั้งแรกๆ ใช้ในการเป็น ยานพาหนะ โจมตีฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ ฆ่ารายวัน ต่อเป้าหมาย ทั้ง พลเรือน และ เจ้าหน้าที่รัฐ พอหลังจากที่ หน่วยข่าว เริ่งได้เบาะแสของ รถยนต์ ที่ใช้ในการทำผิด “แกนนำ” ก็จะสั่งการให้ “อาร์เคเค” ทำลายรถยนต์ทิ้งด้วยการ ประกอบเป็น”คาร์บอมบ์”

                    และลักษณะการประกอบ “ระเบิด” ที่ผ่านมา ก็เป็นในลักษณะเดิมๆ คือบรรจุดินระเบิด นำมันโซล่า หรือในระยะหลังใช้น้ำมันเบนซิน ใส่แกลลอน มาด้วย เพื่อหวังผลให้เกิด เพลิงไหม้ เป้าหมายที่ต้องการทำลายล้าง ที่สิ่งที่เหมือนกันคือ ถังแก๊ส ที่ใช้ในการ บรรจุดินระเบิด ที่ซุกไว้ในตัวรถยนต์ และ วิธีการจุดระเบิด อาจจะตั้งไว้ทั้ง 3 ระบบ คือ จุดด้วยโทรศัพท์มือถือ จุดด้วย รีโมต และจุดด้วย นาฬิกา โดยมีการตั้งระบบเดียว หรือทั้ง 3 ระบบ เพื่อป้องกันความผิดพลาด

                    ดังนั้น วิธีการของ เจ้าหน้าที่รัฐ ในการ”หยุด” คาร์บอมบ์” ให้ได้ผล คือ 1 การควบคุมอู่รถยนต์ เต็นท์รถยนต์ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนนับร้อยๆ แห่ง ใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ เพราะรถยนต์ และ จักรยานยนต์ ที่ใช้ในการ ประกอบระเบิด ถูกนำเข้า-ออก ซุกซ่อน ดัดแปลง และประกอบ”คาร์บอมบ์” อยู่ในพื้นที่ โดยมี อู่รถยนต์ เหล่านี้ เป็น ส่วนหนึ่ง ให้ความร่วมมือ  2 ต้องมีการควบคุมเครื่องมือ เครื่องใช้ ในการประกอบระเบิดอย่าง จริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ถัวแก๊ส ถังดับเพลิง และ อื่นๆ ที่ใช้ในการประกอบเป็น ระเบิด และ “คาร์บอมบ์” ซึ่งต้องถามว่าที่ผ่านมา กอ.รมน. และ ศชต. เคยทำกันอย่าง”จริงจัง” แค่ไหน เพียงใด

                    วันนี้ หน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กอ.รมน. ศชต. และ อื่นๆ มักจะอ้างว่าสถานการณ์ดีขึ้น โดยอ้างอิงจาก ตัวเลข ของจำนวนเหตุร้ายที่ลดจำนวนลง โดยการเปรียบเทียบกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในปี ก่อนๆ และยอมรับเพียงว่า การก่อเหตุร้ายรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นสูตรสำเร็จของ ทุกหน่วยงาน ที่ออกมาบอกกับสังคมว่า สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น และนโยบายที่ใช้ของรัฐบาลของ กองทัพ เป็น แนวนทางที่ถูกต้อง และจะขับเคลื่อนต่อไป

                    ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง เรื่องของ ตัวเลขที่ลดลง จำนวนครั้งการก่อเหตุที่น้อยลง ไม่ใช่คำตอบว่าสถานการณ์ความรุนแรงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น  จนกล้าที่จะพูดว่า”เราเดินมาถูกทางแล้ว” เหตุที่การก่อเหตุร้ายน้อยลง ไม่ได้มาจากประสิทธิภาพของ เจ้าหน้าที่รัฐ ในการควบคุมพื้นที่  ดูแลประชาชน จร”แนวนร่วม” ออกมาก่อเหตุไม่ได้  แต่เป็นเพราะความ กรุณาของ”คุณโจร” ที่เลือกเป้าการก่อการร้ายที่สำคัญ  และสร้างความเสียหายที่ใหญ่ขึ้น แทนการก่อการร้าย แบบ”สุกเอาเผากิน” เพราะ”คาร์บอมบ์” แต่ละจุดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะที่ “ลีการ์เด็นท์” หาดใหญ่ ที่ อ.สุไหงโก-ลก และ ที่อื่นๆ ล้วนเป็นการบอก หน่วยงานของรัฐทางตรง ว่า “อาร์เคเค” มี อิสระ เสรี ในการ เลือกเป้าหมาย ในการก่อเหตุได้ ตามที่ต้องการ ดังนั้นความ กรุณาของ”คุณโจร” ต่างหาก ที่ทำให้ตัวเลขในการก่อเหตุร้ายลดลง จนทำให้ หน่วยงานของรัฐทุกหน่วย ต่างนำเอาตัวเลขมา อ้างอิง แบบเข้าข้างตนเองว่า สถานการณ์ความรุนแรงลดลง

                    ความจริงสถานการณ์ การก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะดีขึ้นจริงหรือไม่นั้น มีตัวชี้วัดที่สำคัญอยู่เพียงไม่กี่ประเด็น 1 การจับกุม ตรวจค้น ปิดล้อมพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ สามารถหาพยาน หลักฐานมาเอาผิดกับคนเหล่านั้นได้มากน้อย เพียงใด เพราะถ้าจับมาก แต่สุดท้ายปล่อยมาก คือว่าเป็นความล้มเหลวในเบื้องต้น 2 การสอบสวนสืบสวนสามารถขยายผลไปสู่ “แนวร่วม” และ”แกนนำ” รวทั้ง”เครือข่าย” ของ ขบวนการ บีอาร์เอ็นฯ” ซึ่งเป็น องค์กร สั่งการได้หรือไม่ และ 3 ที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐ ได้รับการแจ้ง”เบาะแส” จากประชาชนในเรื่องของ”คาร์บอมบ์” ในเรื่องของ การก่อเหตุร้าย จนสามารถ”หยุด”ระเบิด หรือ”คาร์บอมบ์” ได้ หรือไม่ และใน 9 ปี ที่ผ่านมา  มีกี่ครั้ง หรือ ยังไม่มีเลย

                    และ ที่ต้องพิจารณาต่อไปคือ จุดตรวจจำนวนมาก บนถนนสายหลัก และถนนสายรอง ที่มีเป็นจำนวนมาก  ต้องมีประสิทธิภาพในการ ตรวจค้น ตลอด 24 ชั่วโมง และต้องมีผลงานในการปฏิบัติการในเชิงประจักษ์  ซึ่งหากมีการตรวจสอบกันอย่างจริงๆ จะพบว่า จุดตรวจ ทั้งหมด ยังไม่มีประสิทธิภาพในการ ป้องกัน และ สกัดกั้น ผู้ที่ทำความผิดและหลบหนีได้อย่างที่ควรจะเป็น

                    ยิ่งเมื่อ ตรวจสอบความร่ววมือในภาคประชาชน และผู้นำศาสนา  เพื่อที่จะหาคำตอบว่า ได้ทำหน้าที่เป็นพลเมืองของประเทศอย่างแท้จริงหรือไม่ จะพบว่ามี ภาพส่วนของผู้นำศาสนา ยังอยู่ในลักษณะของการ”รีรอ” ในขณะที่กลุ่มที่”เลือกข้าง” ได้แสดงความชัดเจนให้เห็น อย่างเด่นชัด นี่คือการแสดงให้เห็นว่า หน่วยงานของรัฐ ยังไม่ได้”มรรคผล” จากการที่ได้ ทุ่มเท งบประมาณเพื่อใช้ในการ”สร้างเสริม” และ”แจกจ่าย” โดยเชื่อว่า วิธีการดังกล่าวถูกต้อง และต้อง”ได้ใจ” เพื่อมาร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ถ้ามองให้ “ลึก” จะพบว่า ผู้นำเหล่านั้น ยังอยู่ในรูปแบบของ”มือล่าง” มากกว่า”มือบน" ซึ่งเป็นเรื่องที่  หน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องมองให้ออก และวิเคราะห์ให้เป็น

                    เมื่อมองโดยภาพรวม จะเห็นว่า กลไก ของรัฐในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่ได้ทำกันอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เพราะถ้าทำกันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง เพียงแค่รถยนต์”คาร์บอมบ์” จำนวน 5-6 คัน ที่ วิ่งไป วิ่งมา ในพื้นที่ คงจะไม่สามารถ “เล็ดลอด” ไปก่อเหตุร้ายได้อย่าง เสรี และการนำเอาตัวเลขการก่อเหตุร้ายที่ลดลง แล้วสรุปว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบ ทำงานได้ผล ยิ่งจะทำให้ การปฏิบัติงานมีความผิดพลาดยิ่งขึ้น เพราะ ทุกหน่วย จะไม่หาข้อผิดพลาดของตนเอง โดยเชื่อว่า ยุทธวิธี ยุทธการ ที่ใช้อยู่ ถูกต้องแล้ว ดังนั้นความ”ล้มเหลว” ของการป้องกัน และการแก้ปัญหา จะเกิดขึ้นในระยะยาว  ซึ่งมาจากการ วิเคราะห์ สถานการณ์ที่ ผิดพลาด เพราะโดยข้อเท็จจริง ถ้าทุกฝ่ายที่เป็น กลไก ของรัฐ ทำหน้าที่อย่างไม่พร้อม และ สมบูณณ์ เหตุการณ์ ไม่ใช่แค่ที่จะตอบว่า ลดลง แต่ต้องไม่มีเหตุการณ์ คนตาย จากฝีมือของ”อาร์เคเค” แม้แต่คนเดียว



    ไชยยงค์ มณีพิลึก

    เข้าชม : 1385
    คุยประสาชาวใต้ 10 อันดับล่าสุด
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน