[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • เกิดอะไรขึ้น ณ ที่ดินตำบลกะรน ภูเก็ต....งานนี้ใครเจ็บ ?
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ จันทร์ ที่ 13 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2555




                    พลันที่มีการยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดินเลขที่  ๘๙๕๓๐ ตำบลกะรน อำเภอเมือง  จังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งแสดงถึงความไม่ชอบมาพากลในการออกเอกสารสิทธิชิ้นนี้ ทำให้มีกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

                    กระทรวงยุติธรรม ได้ส่งหน่วยงานเข้าตรวจสอบ ๒ หน่วยงานด้วยกันคือ

                    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือที่เรียกคำย่อว่า ป.ป.ท.เข้ามาทำการตรวจสอบ และสรุปว่า

                    “ที่ดินแปลงนี้ นายทรงเกียรติ  ลือสัตย์จา  ได้เคยยื่นขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่แจ้งการครอบครองไว้(ไม่มี ส.ค.๑)  แปลงนี้ไว้ ในปี  พ.ศ.๒๕๓๒  และได้ขอยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินแล้ว เมื่อวันที่ ๑๓  พฤศจิกายน ๒๕๓๔  โดยไม่ทราบสาเหตุการยกเลิก

                    นางสาววันวิสาข์  สังข์ศรี ได้นำ ส.ค.๑ เลขที่ ๑๓๑ หมู่ที่ ๑  ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ยื่นขอออกโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ ๒๗  ธันวาคม  ๒๕๔๙  แต่จากการตรวจสอบพบว่า เป็น ส.ค.๑ บิน

                    นางสาววันวิสาข์ ขออาศัยสิทธิคำขอออกโฉนดที่ดินของนายทรงเกียรติ  ลือสัตย์จา ที่ได้เคยยื่นขอออกโฉนดที่ดินโดยไม่แจ้งการครอบครองไว้ (ไม่มี ส.ค.๑) แปลงนี้ไว้ ในปี พ.ศ.๒๕๓๒ และขอให้พิจารณายกเลิกคำสั่งยกเลิกคำขอออกโฉนดของนายทรงเกียรติ  ลือสัตย์จา ที่ยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินแล้ว เมื่อวันที่ ๑๓  พฤศจิกายน  ๒๕๓๔

                    สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต  จึงทำหนังสือหารือไปที่กรมที่ดินในประเด็นว่า เหตุที่ยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินเพราะไม่มีระวางโฉนด ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ กรมที่ดินได้พิจารณาข้อหารือเห็นว่า นางสาววันวิสาข์ ก็มีสิทธิออกโฉนดที่ดินได้โดยอาศัยสิทธิที่นายทรงเกียรติยื่นไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๒ ดังกล่าวได้ เพราะสาเหตุที่ยกเลิกเพราะไม่มีระวางโฉนดที่ดิน

                    สำนักงานผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ได้สรุปเรื่องนี้ว่า

                    ประเด็นสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ได้หารือเรื่องนี้ถึงกรมที่ดินอ้างว่าไม่มีระวางนั้น

                    จากการตรวจสอบจากระวาง พบว่า  ที่ดินแปลงนี้ มีระวางศูนย์กำเนิดโฉนดที่ดิน และระวางศูนย์กำเนิดสร้างขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๓๓  การที่สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต รายงานกรมที่ดินว่า ไม่มีระวางโฉนดที่ดินอาจเป็นการรายงานเท็จ  เพื่อที่จะให้มีการออกโฉนดที่ดินแปลงนี้  โดยใช้กรมที่ดินเป็นเครื่องมือในการออกโฉนดที่ดิน

                    ประเด็นช่างรังวัดสำนักงานที่ดินตรวจแล้วที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตป่าไม้ถาวร แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้มีหนังสือถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตว่า ที่ดินไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร

                    จากการตรวจสอบที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร การรับรองของเจ้าหน้าที่ป่าไม้  จึงอาจเป็นการรับรองเท็จ เพื่อเอื้อให้มีการออกโฉนดที่ดินได้ เพราะการออกโฉนดที่ดินหากไม่มี ส.ค.๑  จะไม่สามารถออกโฉนดที่ดินในเขตป่าได้  จึงต้องหาวิธีเพื่อให้ที่ดินพ้นจากเขตป่าโดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้

                    ที่ดินแปลงนี้มีสภาพเป็นภูเขา  มองจากที่ดินไปทะเลมีสภาพสูงชัน  ประมาณ ๗๐  องศา ซึ่งเมื่อเป็นที่ภูเขา  ที่เขา ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๕ แต่มีการปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องนี้เพื่อให้สามารถออกโฉนดที่ดินได้

                    ที่ดินแปลงนี้ เมื่อตรวจสอบแล้ว น่าเชื่อว่า เป็นที่สงวนเลี้ยงสัตว์ควนแหลมเตย เนื้อที่ ๑๔๐ ไร่  ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๐  เพราะทิศทั้งสี่ด้านมีความสัมพันธ์กัน

                    เมื่อพิจารณาแล้วเหตุที่มีการยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔ น่าจะเนื่องมาจากต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน เพราะที่ดินอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด และป่าไม้ถาวร และเป็นที่ภูเขา และน่าเชื่อได้ว่าเป็นที่สงวนเลี้ยงสัตว์ควนแหลมเตย”

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ  เข้ามาทำการสืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้ สรุปออกมาว่า

                    “ โฉนดที่ดินแปลงที่เกิดเหตุมี  ๑ แปลง คือ โฉนดเลขที่ ๘๙๕๓๐  ตำบลกะรน อำเภอเมือง ภูเก็ต เนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๒๖ ตารางวา  สภาพที่เกิดเหตุเป็นที่เขาหรือภูเขา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด  ซึ่งประกาศตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๖๒๑(พ.ศ.๒๕๑๖) เกินกว่ากึ่งหนึ่ง  อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕  เมษายน ๒๕๓๖  เกินกว่ากึ่งหนึ่ง

                    การออกเอกสารสิทธิ  เป็นการออกเฉพาะราย อ้างการทำประโยชน์ก่อนปี ๒๔๙๗ (ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (๑ ธันวาคม ๒๔๙๗) ตามมาตรา ๕๙  ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

                    เรื่องราวในอดีต เกิดขึ้นเมื่อวันที่  ๒๗  ธันวาคม ๒๕๔๙  นางสาววันวิสาข์  สังข์ศรี  ได้ยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดิน โดยใช้หลักฐาน ส.ค.๑  เลขที่ ๑๓๑ หมู่ ๑ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต เนื้อที่ ๘-๐-๐๐  ไร่  ของนายเลื่อน  พัฒน์เอี่ยม ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็น ส.ค.๑ บินจึงยกเลิกคำขอเมื่อมิถุนายน ๒๕๕๑

                    นางสาววันวิสาข์ ได้ขอสวมสิทธิ การยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดินของนายทรงเกียรติ  ลือสัตย์จา ซึ่งได้เคยยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินแปลงนี้ไว้เมื่อปี ๒๕๓๒  (ก่อนกฎกระทรวงฉบับที่ ๔๓ (๒๕๓๗) ประกาศใช้) แต่นายทรงเกียรติฯได้ยกเลิกคำขอนี้แล้ว  ซึ่งนายทรงเกียรติฯได้เคยยื่นคำขอออกโฉนดโดยมิได้จดแจ้งการครอบครอง (ตามมาตรา ๕๙ ทวิ (ครอบครองมาก่อนปี ๒๔๙๗) ไว้เมื่อปี  ๒๕๓๒  แต่ได้หมายเหตุยกเลิกคำขอดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๓  พฤศจิกายน ๒๕๓๔ โดยไม่ทราบสาเหตุ  แต่นายทรงเกียรติฯได้แจ้งว่า เหตุที่ยกเลิกคำขอเนื่องจากในขณะนั้นยังไม่มีระวางโฉนดที่ดิน

                    กรมที่ดินให้ความเห็นว่า หากนางสาววันวิสาข์ครอบครองและทำประโยชน์ต่อเนื่องจากนายทรงเกียรติฯและนายทรงเกียรติฯ ได้ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินในปี  ๒๕๓๒ ไว้จริง นางสาววันวิสาข์ก็มีสิทธิออกโฉนดที่ดินแปลงนี้ตามมาตรา ๕๙  ทวิ โดยอาศัยสิทธิที่นายทรงเกียรติฯได้ยื่นคำขอดังกล่าวได้

                    สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต คัดค้านการออกโฉนดที่ดินรายนี้เฉพาะส่วนที่อยู่ในเขต ส.ป.ก.

                    ช่างรังวัดสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต รายงานว่าที่ดินอยู่คาบเกี่ยวเขตป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าเทือกเขานาคเกิด”และอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรทั้งแปลง

                    คณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดิน ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) รายงานว่า ที่ดินแปลงนี้ อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ   ไม่เป็นที่สาธารณะประโยชน์  สภาพที่ดินมีการทำประโยชน์เป็นส่วนยางพาราบางส่วน  สวนมะม่วงหิมพานต์  สวนสะตอ  สะเดา มะม่วงหิมพานต์และสะตอบางต้นมีอายุมากกว่า ๕๐ ปีแล้ว

                    ศูนย์ประสานงานจัดการทรัพยากรป่าไม้พื้นที่(ภูเก็ต) มีหนังสือรายงานว่าที่ดินอยู่นอกเขตป่าไม้ถาวรและนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ

                    กรมพัฒนาที่ดิน ตรวจสอบว่าที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่เขาหรือภูเขา  มีความลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์  แต่มีบางส่วนที่ได้อยู่ในเขตเขาและความลาดชันไม่เกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์

                    สำนักงานที่ดินแจ้งว่า ได้รังวัดตัดเนื้อที่ส่วนที่เป็นเขตเขา มีความลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ และปริมณฑลจากเขตเขา ๔๐  เมตร ได้เนื้อที่ ๒๐-๐-๒๖.๕ ไร่

                    สำนักงานที่ดินเสนอว่า  นางสาววันวิสาข์ใช้การสวมสิทธิคำขอออกโฉนดที่ดินของนายทรงเกียรติ  ลือสัตย์จาได้  ที่ดินขณะทำการรังวัดมีการทำประโยชน์เป็นสวน  ที่ดินอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ นอกเขตป่าไม้ถาวร  ไม่อยู่ในเขต ส.ป.ก.  ที่ดินไม่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และได้กันพื้นที่เขาหรือภูเขา และที่มีความลาดชันเกิน  ๓๕ เปอร์เซ็นต์แล้ว อนุมัติออกโฉนดได้

                    กรมสอบสวนคดีพิเศษมีข้อสังเกตในเรื่องนี้ว่า ตำแหน่งที่ดินไม่ได้ลงในระวางโฉนด มีเพียงการร่างด้วยดินสอเท่านั้น  นำค่าพิกัดการรังวัดที่ดินแปลงนี้ในสารบบมาลงในแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ปี ๒๕๔๕ และลงแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ป่าไม้ถาวร ซึ่งนำมาจากระวางของสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตพบว่า  ที่ดินอย่างน้อยครึ่งหนึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและป่าไม้ถาวร  สภาพที่ดินเป็นที่เขาหรือภูเขา  แต่อาจมีพื้นที่ส่วนน้อยที่อยู่นอกเขตเขา

                    ต้องห้ามตามกฎหมายมิให้ออกเอกสารสิทธิที่ดิน เพราะที่ดินต้องไม่เป็นที่เขาหรือภูเขา ตามหลักเกณฑ์กฎหมายคือ ต้องห้ามตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และต้องห้ามตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดเขตหวงห้ามที่เขาหรือที่ภูเขา พ.ศ. ๒๕๒๓  และต้องห้ามตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๒๘ ในเรื่องนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ห้ามออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่มีความลาดชันเกิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์(ประมาณ ๑๙ องศา)

                    ที่ดินต้องไม่เป็นที่สงวนต้องห้ามหรือเป็นที่ดินที่ทางราชการเห็นว่าควรสงวนไว้เพื่อทรัพยากรธรรมชาติตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๙๗)”

                    นายสมัคร  ดอนนาปี  ผู้อำนวยการสำนักจัดการที่ดินป่าไม้ กรมป่าไม้ เสนอต่ออธิบดีกรมป่าไม้ว่า

                    “ ตรวจสอบที่ตั้งแปลงที่ดินปรากฏว่าอยู่ระหว่างหลักเขตที่ ๓๓ และหลักเขตที่ ๓๔ ในแผนที่ท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ ๖๒๑  (พ.ศ.๒๕๑๖) ที่กำหนดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานาคเกิดซึ่งในสมุดจดรายการรังวัดป่านี้  นายสถิต  สวินทร อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นผู้รังวัด ระบุว่า “ระยะนี้ใช้เขตธรรมชาติจากหลักเขต ๓๓-๓๔ เนื่องจากติดทะเลและหน้าผาสูงชัน” ประกอบกับแผนที่ระวาง  ๑:๔,๐๐๐  หมายเลข ๔๖๒๔/๒๐๖๘  ของกรมที่ดิน มีการขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิดแล้ว อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติทั้งแปลง  เพราะแผนที่ท้ายกฎกระทรวง และสมุดจดรายการรังวัดระบุตรงกันว่า แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติระหว่างหลักเขตที่ ๓๓ ถึงหลักเขตที่ ๓๔ ติดทะเลอันดามัน

                    จากการตรวจสอบบริเวณที่ดินรายนี้กับภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๐ แล้วปรากฏว่า เป็นป่าไม้ทั้งหมด ไม่มีการทำประโยชน์  ปี พ.ศ.๒๕๑๙ (หลังจากประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ แล้วประมาณ ๓ ปี) มีการทำประโยชน์ประมาณร้อยละ  ๑๔  เมื่อปี  ๒๕๓๘ มีการทำประโยชน์ประมาณร้อยละ ๑๒ และเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ มีการทำประโยชน์ประมาณร้อยละ ๓๒

                    ได้ขอเอกสารเพิ่มเติมจากศูนย์ประสานงานป่าไม้ภูเก็ตเกี่ยวกับการตรวจสอบแปลงที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินรายนี้แล้ว  ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า นายพฤฒพงศ์  เพชรรัตน์ เจ้าพนักงานป่าไม้ ๕ รายงานผลการตรวจสอบเมื่อวันที่  ๒๘  พฤษภาคม ๒๕๕๑ โดยตรวจสอบที่ตั้งแปลงที่ดินกับแผนที่มาตราส่วน ๑:๕๐,๐๐๐  ของกรมพัฒนาที่ดินและของกรมป่าไม้แล้วรายงานว่าอยู่นอกเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ

                    สำนักจัดการที่ดินป่าไม้ พิจารณาแล้ว การจะขอออกโฉนดที่ดิน(เดินสำรวจ) โดยไม่ได้แจ้งการครอบครอง (ส.ค.๑) ตามมาตรา ๕๘ แห่งประมวลกฎหมายตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมที่ดินและกรมป่าไม้ ว่าด้วยการตรวจพิสูจน์เพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เกี่ยวกับเขตป่าไม้ พงศ.๒๕๓๔ กรมป่าไม้จะต้องขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติลงในระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศของกรมที่ดินก่อน แล้วนำมาตรวจสอบว่าแปลงที่ดินอยู่ในเขตป่าไม้หรือไม่  ถ้าไม่อยู่ในเขตป่าไม้ก็สามารถดำเนินการได้ ถ้าอยู่ในเขตป่าไม้  ก็ให้ผู้ยื่นขอออกโฉนดที่ดินยื่นเรื่อง กบร.จ.เพื่อพิสูจน์ว่ามีการครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับหรือไม่  เพราะไม่ได้แจ้งการครอบครอง (ส.ค.๑) ไว้และเนื่องจากการออกโฉนดที่ดินรายนี้  นายพฤฒพงศ์ เพชรรัตน์ เจ้าพนักงานป่าไม้ ๕ ไม่ตรวจสอบก่อนว่ามีการขีดเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ลงในระวางรูปถ่ายทางอากาศของกรมที่ดินหรือไม่  ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการขีดเขตแล้วเมื่อวันที่ ๑๐  พฤษภาคม ๒๕๔๔  แต่ไปตรวจสอบที่ตั้งแปลงที่ดินกับแผนที่มาตราส่วน ๑:๕๐,๐๐๐ ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้ตรวจสอบได้  แล้วรายงานว่าอยู่นอกเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อกรมป่าไม้ ในการที่กรมที่ดินได้นำผลการตรวสอบของนายพฤฒพงศ์  เพชรรัตน์ไปดำเนินการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานาคเกิดให้แก่นางสาววันวิสาข์ สังข์ศรี เห็นควรพิจารณาดำเนินการ ดังนี้

                    แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการปฏิบัติงานด้วยความประมาทเลิกเล่อทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ

                    แจ้งกรมที่ดินให้ดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๙๕๓๐ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต”

                    กรมป่าไม้จึงมีหนังสือไปยังอธิบดีกรมที่ดินเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕ ว่า ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๙๕๓๐ ตำบลกะรน อำเภอเมือง ภูเก็ต

                    ประเด็นที่น่าคิดเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑  นายธเนศ  นิยม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตมีหนังสือที่ ภก ๐๐๑๙.๓/๑๐๔๗๗  เรื่อง การอุทธรณ์คำสั่งยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดิน โดยชี้ถึงความไม่ชอบมาพากลทุกประการ  โดยนายตรี  อัครเดชา  รองผู้ว่าราชการจังหวัด   ประเด็นที่น่าคิดเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑  นายธเนศ  นิยม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตมีหนังสือที่ ภก ๐๐๑๙.๓/๑๐๔๗๗  เรื่อง การอุทธรณ์คำสั่งยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดิน โดยชี้ถึงความไม่ชอบมาพากลทุกประการ  โดยนายตรี  อัครเดชา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตลงนามเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ ว่า หารือกรมที่ดิน ลงนามแล้ว นำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเพื่อโปรดทราบ

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า  วันที่ ๗  สิงหาคม ๒๕๕๑  นายวิโรจน์  เตชะจันตะ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตมีหนังสือที่ ภก ๐๐๑๙.๓/๑๓๖๔๐  เรื่อง การอุทธรณ์คำสั่งยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้อนุมัติการออกโฉนด โดยมีนายประพัฒ  หน่ายคอนและนายสมบูรณ์  สันติอมรทัต ลงนามกำกับท้ายหนังสือ

                    น่าแปลกตรงที่วันที่ ๗  สิงหาคม ๒๕๕๑  นายตรี  อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกลับลงนามอย่างรวดเร็วเพียงแค่วันเดียวกัน และส่งกลับสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตวันเดียวกัน โดยนายวิโรจน์  เตชะจันตะ ลงนามว่า ลงนามแล้ว

                    ยิ่งน่าฉงนยิ่งนักเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑  มีการทำหนังสือสัญญาขายที่ดินระหว่างนางวันวิสาข์  สังข์ศรี  โดยนายราเมศร์  ศรีสาระเพชร แทน  กับบริษัทวนารี ภูเก็ตจำกัด โดยนายราเมศร์  ศรีสาระเพชรแทน โดยขายในราคา ๒๕๐ ล้านบาท และที่น่าแปลกไปกว่านั้น บริษัทวนารีภูเก็ตมีนายทรงเกียรติ  ลือสัตย์จา ถือหุ้น  ๕๙๙,๙๙๘ หุ้น  บริษัทวนารี  ภูเก็ต(ฮ่องกง)จำกัด ถือหุ้น ๙๙,๙๘๙ หุ้น  โดยมีนายไซด์  ฟาฮีมมุดดิน  อาเหม็ด เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

                    น่าคิดตรงที่กระบวนการขั้นตอนเริ่มมาเมื่อวันที่ ๗  สิงหาคม ๒๕๕๑  ลงเอยเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม  ๒๕๕๑ ด้วยวงเงิน  ๒๕๐ ล้านบาท เพียงแค่ระยะเวลา ๔ วันเท่านั้น

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า เพียงแค่ ๔ วันที่มีการซื้อขายกันในราคา ๒๕๐ ล้านบาทแต่นับจากวินาทีนี้ไป วิบากกรรมของคนที่มีรายชื่อเป็นตัวละครกำลังเริ่มขึ้น  เมื่อเรื่องราวทั้งหมดจะถูกส่งให้กองบังคับการตำรวจ ป.ป.ป.  และสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการสอบสวนทั้งหมด

                    ใครจะแฮปปี้เอ็นดิ้ง....ต้องจ้องชนิดห้ามกระพริบตา

                                                                                                                                                                                ทีมข่าวการเมือง
    เข้าชม : 2011
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ทางตันรัฐบาลทางตันประเทศและหายนะชาติ
          ปฏิวัติคุด เกมแย่งอำนาจสองขั้ว วัดขุมกำลังที่เงินใครหนากว่า
          ขายทัวร์ถูกหลอกนักท่องเที่ยว การเมืองไม่เคยแก้ตรงจุดคันสักที ?
          นายกรัฐมนตรีคนกลาง รัฐธรรมนูญบังคับให้มาจากการเลือกตั้งใครคือคนกลาง ?
          เลือกตั้งโมฆะ ทางตันประชาธิปไตยเหตุเพื่อประชาธิปัตย์ได้ลงสมัคร
          ฤาภูเก็ตศูนย์กลางก่อการร้ายโลก เน้นนักท่องเที่ยวจนประเทศพัง
          ปฏิวัติเงียบ ทหารยึดกรุงเทพฯ ตั้งบังเกอร์ล้อมกรุง
          รัฐบาลในสถานการณ์รุมเร้าองค์กรอิสระตามพิฆาตจับตาประชาชน
          สถานการณ์ภาคใต้ รัฐและกองทัพจริงจังในการปราบปรามจริงหรือไม่ ?
          ปฏิบัติการล้มรัฐบาล ทหารแตกสองฝ่ายสามก๊ก เหลือ ปปช.และศาลรัฐธรรมนูญน็อครัฐบาล
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน