[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: คุยประสาชาวใต้
  • ไชยยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
    คุยประสาชาวใต้ : อัพเดทเมื่อ พฤหัสบดี ที่ 26 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2554
    ความล้มเหลวในการปราบปรามน้ำมันเถื่อน...
    เมื่อ ผอ.กอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้า “สั่งได้” แต่ไม่มีใครทำตาม


    ขึ้นต้นด้วยความน่าพอใจ และน่าเชื่อถือ คือการประกาศปราบน้ำมันเถื่อนของ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะหลังการประกาศ พร้อมกับการส่ง กำลังพล เข้าปฏิบัติการตามอำเภอชายแดน ทั้งที่ จ.นราธิวาส และ จ.สงขลา เมื่อต้นเดือน 1 -20 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีกลุ่มผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ถูกจับกุมหลายราย เจ้าหน้าที่ยึดได้ทั้งน้ำมัน ทั้งรถบรรทุก ได้จำนวนมาก
    เช่นเดียวกับในพื้นที่ จ.สงขลา ด้าน อ.สะเดา  แม้เจ้าหน้าที่จะตรวจยึดน้ำมันเถื่อน และจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้ แต่ได้ทำให้ขบวนการ”ค้า” และ”ขน” น้ำมันเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน หยุดกิจการทำลายชาติ ไปได้กว่า 20 วัน สามารถลดการทำลายชาติ ทางด้านภาษี และลดจำนวนเงิน ที่ส่งให้ขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพื่อก่อการร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในระดับหนึ่ง
    แต่... น่าเสียดาย ที่คำสั่ง และปฎิบัติการของ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งส่งผลดีให้กับประเทศชาติ และส่งผลในการตัดท่อน้ำเลี้ยงของ”บีอาร์เอ็นฯ” ได้ผลเพียง 20 กว่าวัน เป็นอันต้องหยุดไปโดยที่ ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน เพราะไม่มีการ ประกาศให้ทราบว่า ปฏิบัติการปราบน้ำมันเถื่อน ที่เป็นส่วนหนึ่งของ”ทุน” ที่ใช้ในการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไป”สดุด” อะไร จึงหยุดไปโดยปริยาย ซึ่งสร้างความ”กังขา” ให้กับผู้คนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง
    และ ผลจากความ”ล้มเหลว” ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ จ.นราธิวาส จ.สงขลา และ สตูล สามารถดำเนินการได้อย่างคึกคักอีกครั้ง จำนวนน้ำมันเถื่อน จากประเทศเพื่อนบ้าน ถูกน้ำเข้ามา ทั้งทางบก และทางทะเล วันละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านลิตร ทำให้รัฐขาดรายได้จากภาษีน้ำมันวันละกว่า 50 ล้านบาท และทำให้”บีอาร์เอ็นฯ” สามารถมีเงินเพื่อใช้ในการ ก่อการร้าย ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอย่างไม่ต้องกังวลใจ ได้อีกครั้งหนึ่ง
    เช่นเดียวกับการปราบปราม กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่เป็นรายได้หลักของ”บีอาร์เอ็น” ที่การปราบปรามจับกุม”ล้มเหลว” เช่นเดียวกับการ ปราบปราม จับกุมกลุ่มผู้ค้าน้ำมั้นเถื่อน เนื่องจาก นโยบาย ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังไม่มีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตาม อย่างจริงๆจังๆ
    ตำรวจ ซึ่งเป็น หน่วยงาน ที่ถือกฎหมาย ป.วิอาญา ที่จับกุมการทำผิดได้ทุกชนิด มองไม่เห็นกลุ่มผู้ค้ายา ทั้งนายทุน และผู้เดินยา มองไม่เห็นการขนน้ำมันเถื่อน ทั้งที่ขนทางรถกระบะดัดแปลง รถเก๋งดัดแปลงติดถังน้ามัน ตั้งแต่ 1,000-1,500 ลิตร และรถบรรทุกน้ำมัน ทั้งขนาด 15,000 ลิตร และ 30,000 ลิตร ทั้งที่วิ่งอยู่บนถนนหลวง  และสายตรวจ สายปราบปราม ของแต่ละโรงพัก ก็มองไม่เห็นปั๊มเถื่อน ปั๊มหลอด และน้ำมันบรรจุขวด ที่วางขายกันเต็มบ้านเต็มเมือง
    สรรพสามิตเขต สรรพสามิตจังหวัด สรรพสามิตรอำเภอ และ สายตรวจสรรพสามิต ต่างใส่แว่นตาดำ และเป็นโรค”หูอื้อ” จึงมองไม่เห็นการกระทำผิด และไม่ได้ยินเสียงเรียกร้อง จากประชาชน ที่เรียกร้องให้กวดขันจับกุม ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ที่เต็มไปหมดใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง
    เช่นเดียวกับศุลกากร ซึ่งทำหน้าที่”นายทวาร” ในด่านตรวจทุกด่าน เช่น สุไหงโก-ลก , ตากใบ.,แว้ง,นาทวี, สะเดา, ปาดังเบซาร์, วังประจัน, และ สตูล ทั้งที่ปากประตูด่านทุกด่าน อนุญาตให้รถยนต์ผ่านเข้า-ออก ที่ละคันเท่านั้น แต่ เจ้าหน้าที่ ประจำจุดตรวจ และ เจ้าหน้าที่สายตรวจศุลกากร มองไม่เห็น และไม่เคยมีการ จับกุมรถบรรทุกน้ำมันเถื่อน ที่หน้าด่าน หรือหน้าจุดตรวจ แม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ใน อ.สะเดา จ.สงขลา มีรถยนต์ ทั้งกระบะและเก๋ง ซึ่งดำแปลงติดถังบรรทุกน้ำมันจำนวนกว่า 300 คัน วิ่งเข้า-ออก ระหว่างด่านสะเดา กับประเทศเพื่อนบ้านวันละ 2 เที่ยว คือ 600  เที่ยวต่อวัน   แต่ไม่เคยถูกจับกุม จน”ศุลกากร” ทุกพื้นที่ กลายเป็นตัว”ตลก” ของคนในพื้นที่ และเป็นที่ วิพากษ์ วิจารณ์กันอย่าง”เอ็นจอย” ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
    และถ้ามองให้”ลึก” ลงไปอีก จะพบว่า กลุ่มผู้เข้ามาอยู่ในขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนในขณะนี้ ไม่ได้มีคนในสังกัดของนักการเมือง ทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ เท่านั้น แต่ยังมีคนในเครื่องแบบ ทั้ง สีกากี สีน้ำงิน สีเทา สีเขียว และ”คอสิงห์”อีกมากมาย ที่อยู่ในพื้นที่ เป็นผู้ทำธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนเอง และ ส่วนหนึ่งของคนเหล่านี้ ก็มีเครื่องหมายของ กอ.รมน.อยู่ด้วย
    จึงมีคำถามว่า ในเมื่อ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดย ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ เป็นผู้ประกาศผ่าน”สื่อ”ชัดเจนว่า น้ำมันเถื่อน และ ยาเสพติด คือ ปัญหา”ทับซ้อน” ของปัญหาการก่อการร้าย ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็น”กระเป๋าเงิน” ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่ต้องปราบปรามจับกุม เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยง ของขบวนการนี้
    แต่...ในทางปฏิบัติ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็น”ยักษ์” ที่มี”กระบอง” กลับไม่สามารถ ใช้อำนาจ ที่มีอยู่ ดำเนินการใดๆ กลับกลุ่มผู้ค้าน้ำมันเถื่อนอย่างได้ผล  ซึ่งความ”ล้มเหลว” ที่เกิดขึ้น จะเกิดจากอำนาจเหนืออำนาจ หรือ อำนาจเงิน ก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นอย่างเด่นชัดคือ ความน่าเชื่อถือของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ณ วันนี้ หมดลงอย่างรวดเร็ว เพราะแค่การปราบน้ำมันเถื่อน ซึ่งเป็นเรื่อง ง่ายๆ เป็นการค้าของเถื่อนที่ แสนจะธรรมดาๆ”กองทัพ” ยังทำอะไรไม่ได้ แล้วกับปัญหาที่ใหญ่กว่าหลายเท่าอย่าง การเอาชนะ”แนวร่วม” ขบวนการ”บีอาร์เอ็นฯ” ที่เป็น สงครามประชาชน  กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าทำได้อย่างไร และ ประชาชนจะไว้วางใจได้อีกหรือ ในเมื่อแค่ นโยบายปราบปราม น้ำมันเถื่อน ยังทำไม่สำเร็จ
    นี่คือ วิกฤตศรัทธา ของประชาชนในพื้นที่ ที่มีต่อ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นโจทย์ข้อใหญ่ ที่ กอ.รมน.ฯ จะต้องเร่งทำดำเนินการแก้ไข ก่อนที่ความเชื่อถือ ความมั่นใจ และความไว้วางใจ จะลดเหลือเป็นศูนย์

    ไชยยงค์ มณีพิลึก

    เข้าชม : 1716
    คุยประสาชาวใต้ 10 อันดับล่าสุด
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้


     
    ชื่อ/Email :
    ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
    ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยกตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทาอ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
    ความคิดเห็น :
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน