[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: คุยประสาชาวใต้
  • ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
    คุยประสาชาวใต้ : อัพเดทเมื่อ ศุกร์ ที่ 12 เดือน เมษายน พ.ศ.2556


    สถานการณ์ของ”สงครามประชาชน”ในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นมา หรือหลังการเปิดพื้นที่พูดคุย”สันติภาพ” ระหว่างรัฐไทยและขบวนการบีอาร์เอ็นโคออดิเนต มีความรุนแรงมากขึ้น และการก่อเหตุร้ายวันถี่ขึ้น โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว มีการก่อเหตุร้าย 57 ครั้ง เป็นการลอบยิง 36 ครั้ง วางระเบิด 15 ครั้ง ยิงก่อกวน 5 ครั้ง  ลอบวางเพลิง 1 ครั้ง  มีผู้เสียชีวิตรวม 45 ศพ และบาดเจ็บ 158 ราย



                    และในเดือนเมษายนเหตุการณ์ยิ่งรุนแรงมากขึ้น เมื่อกลุ่ม”นักรบปัตตานี” ได้สร้างความสูญเสียให้กับข้าราชการระดับสูงฝ่ายปกครองทำให้นายอิศรา ทองธวัช รองผู้ว่าราชการจังหวัด และนายเชาวลิตร ไชยฤกษ์ ป้องกันจังหวัดยะลา เสียชีวิตจากการ วางระเบิด ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติการฆ่ารายวันยังคงต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัด และที่ถือว่ารุนแรงที่สุดคือ ปฏิบัติการในคืนวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่จังหวัดปัตตานี เมื่อ”แนวร่วม” ในพื้นที่ใช้แผน”รวมดารา” ก่อเหตุรวม 35 จุด ในคืนเดียว จนทำให้ เจ้าหน้าที่ทหารต้อง”พลีชีพ” 2 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง สถานที่ราชการ รถราชการ สาธารณะสมบัติถูกเผาทำลายไปจำนวนหนึ่ง และที่สำคัญที่สุด มีการก่อวินาศกรรม เรือประมง ที่จอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรือ 5 ลำด้วยกัน

                    ซึ่งเป็นครั้งแรกในห้วงเวลา 10 ปี ที่”เรือประมง” ตกเป็น”เหยื่อ” ของสถานการณ์ เพราะที่ผ่านมานับแต่เกิดความไม่สงบละลอกใหม่ขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาธุรกิจประมง เรือประมง ยังไม่เคยได้รับความสูญเสีย ดังนั้นการที่”แกนนำ” ได้กำหนดแผนการ วางระเบิด วางเพลิง เรือประมง  จึงเป็นเรื่องที่อยู่นอกความคาดหมายของ หน่วยงานความมั่นคง และเป็นอีก”ยุทธวิธี”หนึ่งของขบวนการแบ่งแยกดินแดนของกลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า “นักรบปัตตานี “ หรือ นักรบปาตอนี หรือ นักรบฟาตอนี ซึ่งถือเป็นกลุ่มเดียวกัน

                    การกำหนดเป้าหมายใหม่ด้วยการทำลายล้างเรือประมงของ”แกนนำ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในครั้งนี้ เพื่อต้องการทำลายเศรษฐกิจในพื้นที่ เนื่องจาก ธุรกิจประมงใน จ.ปัตตานีเป็น”เส้นเลือด”สำคัญ  หากเรือประมงกลายเป็น”เป้าหมาย” ในการก่อวินาศกรรม หมายถึงการถอนสมอหนีของเรือนายทุนต่างถิ่น ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อ แพปลา ห้องเย็น โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เป็น วงจร ของธุรกิจทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมา ขบวนการฯ มีความพยายามทำลายฐานเศรษฐกิจของคนไทยพุทธและคนไทยเชื้อสายจีนมาโดยตลอด เช่นการก่อวินาศกรรมโรงแรม โรงงาน และโชว์รูมรถยนต์ ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน และในย่านการค้าสำคัญๆ เช่น การก่อวินาศกรรมย่านการค้าในเทศบาลตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

                    ซึ่งยุทธศาสตร์ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ใน 9 ปี ที่ผ่านมา และย่างเข้าสู่ปีที่ 10 มีหลักใหญ่ๆ อยู่เพียง 3 ประการ 1 คือการก่อการร้ายรายวัน ด้วยการทำลายเป้าหมายที่เป็นสัญลักษณ์ของรัฐไทย เช่น โรงเรียน ครู วัด พระสงฆ์ เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วย และพลเรือน ที่เป็นผู้ให้การ สนับสนุน หน่วยงานของรัฐ รวมทั้งเป้าหมายอ่อนแอ เพื่อให้ประชาชน หวาดกลัว และเกิดความรู้สึกว่า เจ้าหน้าที่รัฐ หรือ รัฐไทย ไม่มีประสิทธิภาพ ในการให้ความคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และจากการปฏิบัติการของ”แนวร่วม” 9 ปี่ที่ผ่านมา รวมทั้งนโยบายที่ผิดพลาดของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่รวมรวม ภารกิจ และหน้าที่ของ ส่วนราชการ หน่วยงานภูมิภาคอื่นๆ มาทำเอง ยิ่งทำให้ หน่วยงานในภูมิภาคอ่อนแอ ไม่กล้าออกพื้นที่  ห่วงโซ่ระหว่าง ฝ่ายปกครอง กับประชาชนถูกตัดขาด ประชาชนว้าเหว่ ถูกโดดเดี่ยวไม่มีที่พึง ยิ่งเมื่อ”แกนนำ” มีเป้าหมาย ทำลายชีวิต หัวหน้าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ระดับนำ ทำให้หัวหน้าหน่วยเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้”ยุทธศาสตร์” การทำลายอำนาจรัฐ ของขบวนการฯ สัมฤทธิ์ผล  ดูได้จากจำนวน”แนวร่วม” ที่เพิ่มขึ้นถึง 400,000 กว่าคนในขณะนี้

                    และอีกสาเหตุหนึ่งของเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่น สังเกตให้ดีจะเห็นว่า หลังจากที่สภาที่ปรึกษาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายดับ”ไฟใต้” ด้วยการสร้างความเข็มแข็งให้กับ  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตามแนวคิดที่ว่า เหตุเกิดที่หมู่บ้าน ชันชนะต้องมาจากหมู่บ้าน  ซึ่งในทันทีที่มีการใช้นโยบายดังกล่าว ปรากฏว่าในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นฝ่ายรัฐ  ก็ล้มตายเป็น”ใบไม้ร่วง” แสดงให้เห็นถึง การออกมาขัดขวางนโยบายดังกล่าว โดยใช้ความรุนแรง สร้างความหวาดกลัวให้กับ  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการฝ่ายปกครอง

                    และสุดท้าย การก่อการร้ายที่รุนแรง และทำลายล้างในทุกรูปแบบในขณะนี้ เป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ ต่อนโยบายการเปิดพื้นที่พูดคุยระหว่าง สภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เป็นตัวแทนของรัฐไทย และขบวนการบีอาร์เอ็นโคออดิเนต ที่มี ฮาซัน ตอยิบ เป็นตัวแทน สาเหตุของการต้องใช้ความรุนแรงในห้วงของการเปิดพื้นที่พูดคุยสันติภาพ ซึ่งสวนทางกับความรู้สึกของประชาชนที่ต้องการเห็นการ ยุติการใช้ความรุนแรง เนื่องจาก กลุ่มของ”นักรบปัตตานี” ซึ่งดำเนินการทำจรยุทธแบบ”กองโจร” ในรูปแบบ”สงครามประชาชน” นั้น มีความเห็นต่าง จากผู้นำทางการเมืองของ”บีอาร์เอ็นฯ” นั่นคือ “นักรบปัตตานี” ยังมี”ธง” ในการใช้ความรุนแรงในการต่อสู้เพื่อตั้งรัฐปัตตานี รวมทั้งเห็นว่า ถ้ามีการพูดคุยสันติภาพเพื่อยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธ แล้วกลุ่มของ “นักรบปัตตานี” จะได้อะไรเป็นการตอบแทน ดังนั้นในขณะที่การ”สื่อสาร” ระหว่าง แกนนำของบีอาร์เอ็นฯ กับกลุ่ม นักรบปัตตานี ยังหาข้อยุติในเรื่องของ”ต่างตอบแทน” ยังไม่ได้ สถานการณ์ความรุนแรงยังจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหากทั้งสองฝ่าย ไม่สามารถตกลงกันได้ ความเชื่อมั่นต่อการเปิดพื้นที่พูดคุยเพื่อ”สันติภาพ” ของประชาชนจะถูกทำลายลง  เพราะเห็นว่า ขบวนการพูดคุยหรือ เจรจา เพื่อ สันติภาพ ใช้ไม่ได้กับ ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนั่นคือการเกิด “วิกฤติศรัทธา”ต่อขบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ที่หลายฝ่ายเห็นว่าเป็น “ทางออก” ที่ดีที่สุดของการ”ดับไฟใต้” และหากเป็นไปอย่างนี้”ไฟใต้” ก็จะรุนแรง และโชนแสงอย่างไม่มีวันจบสิ้น   และการทำลายขบวนการ พูดคุยสันติภาพลงได้ ก็มีผู้”สมประโยชน์” ทั้ง ฝ่ายโจร ฝ่ายการเมือง และ เจ้าหน้าที่ บางพวก บางกลุ่ม ที่พยายาม ล้มขบวนการ เจรจาสันติภาพ  อย่าง กรณียิงระเบิด เอ็ม 79 ใส่บ้านของ นัจมูดิน อูมา อดีต สส.4 สมัย ที่ปรึกษาของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมี”นัย”ว่า ไม่ใช่ฝีมือบีอาร์เอ็น –พูโล  แต่เป็นฝีมือของ”พูเรา” ด้วยกัน  เพราะนัจมูดิน คือตัว”เชื่อม” ที่สำคัญ ระหว่างกลุ่มคนที่”คิดต่าง” กับรัฐทั้งในพื้นที่ และนอกพื้นที่ กับ หน่วยงานในหลายระดับทั้งส่วนกลางและพื้นที่

                    แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งบอกเหตุว่า สถานการณ์ความรุนแรงยังจะเกิดต่อเนื่องจนกว่าจะผ่านพ้นวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบปีของการ”ตายหมู่” ที่มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี เนื่องจากกลุ่ม”นักรบปัตตานี” ยังต้องการใช้ประโยชน์จาก”สัญลักษณ์” ของ กรือเซะ เพื่อตอกย้ำความเจ็บแค้นในเกิดขึ้นในหมู่”แนวร่วม” ด้วยการก่อเหตุรุนแรงเพื่อเป็นการ”ตอบแทน” เจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นปัญหาเฉพาะหน้าของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าคือ ต้องพร้อมทั้งในเกม”รุก”และการ”รับ”กับขบวนการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของอำนาจรัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้คงอยู่
    ไชยยงค์ มณีพิลึก

    เข้าชม : 944
    คุยประสาชาวใต้ 10 อันดับล่าสุด
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน