[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: คุยประสาชาวใต้
  • ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
    คุยประสาชาวใต้ : อัพเดทเมื่อ เสาร์ ที่ 25 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2556
    “รัฐไทย”จะเดินเกมอย่างไร
    จึงจะไม่ติด”กับดัก”ของ”บีอาร์เอ็น-ซี”
    บนเวทีพูดคุยเพื่อ”สันติภาพ”


                    คงต้องยอมรับความจริงเรื่องหนึ่งของการแก้ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า นับแต่นี้ต่อไปการแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องอยู่ท่ามกลางการ”พูดคุย”และ”การสู้รบ” เพราะนี่คือทางออกสุดท้าย ที่สถานการณ์บีบบังคับให้จำเป็นต้องเดินและจำเป็นที่จะต้องทำ ไม่ว่าอยากจะทำหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะมีใครเห็นด้วย หรือเห็นต่าง ก็ปฏิเสธไม่ได้          
         
                   เพราะเวทีแห่งการพูดคุย”สันติภาพ” ระหว่างรัฐไทย กับขบวนการบีอาร์เอ็น-ซี ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นเวทีแห่งการยกระดับของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่”สาธารณะ” ให้เห็นถึงกลุ่มขบวนการ ผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังของความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างชัดเจน

                    ชัดเจนว่า เสียงปืน เสียงระเบิด  ปะทุของเปลวเพลิง การตายรายวัน ทั้งของเจ้าหน้าที่รัฐ และของประชาชน เป็นการ กระทำของ กลุ่มผู้จับอาวุธ ไม่ว่าจะเป็น”นักรบปัตตานี” ฮาลีเมา หรือกลุ่มไหนต่อกลุ่มไหน แต่โดยรวมคือมี”บีอาร์เอ็น-ซี” เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด และเป็นกลุ่มที่ ออกรับว่าเป็น”ผู้นำ” วันนี้ จึงไม่มี”อีแอบ” หรือ”ไอ้โม่ง” ในสถานการณ์ความไม่สงบอีกต่อไป เพราะ”บีอาร์เอ็น-ซี” ยอมรับกับสังคมโลกแล้วว่า เขาคือคนทำ


                    ดังนั้น ไม่ว่าข้อเสนอ 5 ข้อ ของ ฮาซัน ตอยิบ ตัวแทน บีอาร์เอ็น-ซี ที่เสนอผ่าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงฯ ตัวแทนของรัฐไทย จะเป็นข้อเสนอที่”ไม่ปลื้ม” สำหรับรัฐไทย และ”ขมขื่น” สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ แต่เวทีการพูดคุยเพื่อ”สันติภาพ” หรืออาจจะเป็นเวที”สงครามประชาชนในอนาคต” ก็ต้องดำเนินต่อไป เพราะหากไม่ดำเนินต่อไป จะเป็น ผลร้ายต่อทั้งคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกำลังจะตกเป็น”ตัวประกัน” กับกรณีการเปิดพื้นที่พูดคุยเพื่อสันติภาพ นอกจากนั้น หากรัฐไทย ล้มเลิกการพูดคุยกลางคัน ยิ่งจะเป็นการกลายเป็น”จำเลย” ในสายตาของประเทศที่สาม โดยเฉพาะกับ”โอไอซี” และ”ยูเอ็น” ถึงความไม่จริงใจของรัฐไทย ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

                    และในวันที่ 13 มิถุนายน 2556 ตัวแทนของรัฐไทย ต้องเดินทางไป”พูดคุย” เพื่อ”สันติภาพ” เป็นครั้งที่ 4 กับตัวแทนของ”บีอาร์เอ็น-ซี” ที่มีตัวแทนของประเทศมาเลเซีย เป็นผู้อำนวยความสะดวกอีกครั้ง และครั้งนี้ตัวแทนของรัฐไทย จะต้องตอบคำถามของ”บีอาร์เอ็น-ซี”ถึงข้อเสนอทั้ง 5 ข้อของ บีอาร์เอ็น-ซี ที่ได้นำเสนอให้รัฐไทยยอมรับและทำตามข้อเรียกร้องเหล่านั้น ซึ่งคงจะเป็นเรื่องที่”หนักใจ” สำหรับตัวแทนของรัฐไทย ไม่น้อย

                    เพราะข้อเสนอทั้ง 5 ข้อของ “บีอาร์เอ็น-ซี” ตั้งแต่ข้อที่ 1 คือ ให้ประเทศมาเลเซียเลื่อนตำแหน่งจากผู้อำนวยความสะดวกมาเป็น”คนกลาง”ในการพูดคุย ก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ ของฝ่ายความมั่นคง เพราะคำว่า”คนกลาง” หมายถึงมีหน้าที่”ไกล่เกลี่ย” ออกความเห็น และสามารถ เสนอแนวทาง ซึ่งสามารถ เอนเอียง ให้คุณให้โทษกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้  ในขณะที่ข้อที่ 2 คือ ขอให้ประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน เอ็นจีโอ และ โอไอซี เข้าร่วมวงการพูดคุยสันติภาพ ในฐานะผู้สังเกตการณ์และ สักขีพยาน

                    ทั้ง ข้อ 1 และ ข้อ 2 ในสายตาของฝ่ายความมั่นคง ของกองทัพ และของกลุ่มผู้มีความเห็นต่าง ที่คัดค้านการพูดคุยมาโดยตลอด จะต้องคัดค้าน เนื่องจากเงื่อนไขจากข้อที่ 1 และ ข้อที่ 2 อาจจะนำไปสู่การยกสถานะของขบวนการบีอาร์เอ็น-ซี ไปสู่”สากล” กลายเป็น”องค์กร” ที่มีการยอมรับถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐไทย ไม่ยินยอม เพราะรัฐไทยปฏิเสธมาโดยตลอดว่า ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่อง”ภายใน”ของประเทศ

                    ส่วนข้อเรียกร้องที่ 4 ของ “บีอาร์เอ็น-ซี” คือ ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาอย่างไม่มีเงื่อนไข และต้องระงับหมายจับผู้ต้องสงสัย ซึ่งในข้อเรียกร้องนี้ การระงับหมายจับผู้ต้องสงสัย อาจจะมีการสนองตอบได้ เพราะเป็นเพียง”ผู้ต้องสงสัย” ยังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด แต่ในส่วนของผู้ที่มีหลักฐานการทำความผิด และมีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมไปแล้ว จะปล่อยตัวอย่างไร ในเมื่อรัฐไทยมี “นิติรัฐ” และ”การดำเนินการเป็นไปตาม”นิติธรรม” ซึ่งหากต้องทำตามข้อเรียกร้องนี้ นั่นหมายถึงการออกกฎหมาย”นิรโทษกรรม” ซึ่งอาจจะทำได้ หาก”บีอาร์เอ็น-ซี” สามารถสั่งให้กองกำลังในพื้นที่ “วางอาวุธ” ยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างสิ้นเชิง

                    และข้อสุดท้าย ซึ่งมีความสำคัญยิ่ง และควรจะเป็นข้อที่ 1 ด้วยซ้ำ นั่นคือรัฐไทยต้องยอมรับสถานะของกลุ่มบีอาร์เอ็น-ซี”ว่า เป็นผู้ปลอดปล่อยรัฐปัตตานี ไม่ใช่กลุ่มแบ่งแยกดินแดน ซึ่งหมายความว่า สามจังหวัดสี่อำเภอของปลายด้ามขวาน เป็นประเทศหรือ”รัฐปัตตานี” ที่ถูก”สยาม”ยึดครอง และ”บีอาร์เอ็น-ซี” คือผู้เข้ามาปลดปล่อยหรือ”เอาคืน” ซึ่งหากรัฐไทย ยอมรับในข้อเรียกร้องนี้ แสดงว่ายอมรับทั้งใน สถานะของ”ดินแดน” และสถานะของ”บีอาร์เอ็น-ซี” ซึ่งแน่นอนว่า ข้อนี้เป็น”โจทย์”ยากสำหรับรัฐไทย

                    นั้นคือข้อเสนอของ”ฮาซัน ตอยิบ” ตัวแทนของ “บีอาร์เอ็น-ซี” ที่มีต่อ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ตัวแทนของรัฐไทย  ซึ่งในวันที่ 13 มิ.ย.ที่จะถึงนี้  ตัวแทนของรัฐไทย จะต้องมีคำตอบว่า อะไรบ้างที่ให้ได้ และอะไรบ้างที่ให้ไม่ได้ตามข้อเสนอ แต่ในส่วนของข้อเรียกร้องของรัฐไทย ที่ผ่านทาง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เช่น ขอให้ กองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ หยุดการทำร้ายเป้าหมายอ่อนแอที่เป็นพลเรือน และหยุดการใช้”คาร์บอมบ์”ในพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งสุดท้าย”บีอาร์เอ็น-ซี” ก็ยัง ทำไม่ได้ เพราะจนถึงวันนี้ เป้าหมายที่เป็น”พลเรือน”ยังเสียชีวิต และ”ระเบิด” ก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะการฆ่า 6 ศพ ที่ ต.รูสะมิแร อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นการกระทำของ”นักรบปัตตานี”  หลังเกิดเหตุ”ฮาซัน ตอยิบ” ตอบตัวแทนความมั่นคงของรัฐไทยว่า ไม่ใช่การกระทำของ”บีอาร์เอ็น-ซี” แต่เป็นการกระทำของ กองกำลังอีกกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่เหนือการควบคุมของ”บีอาร์เอ็-ซี” แสดงให้เห็นว่า วันนี้”บีอาร์เอ็น-ซี” ยังไม่มี”เอกภาพ” ในการ “สั่งการ” กำลังติดอาวุธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้จริง

                    แต่   ไม่ว่าจะอย่างไร ในเมื่อ”โจทย์”ของการแก้ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกสถานการณ์ บีบให้ต้อง”พูดคุย”หรือ”เจรจา”กันไป และ”สู้รบ”กันไป  โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นทีม”พูดคุย” ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐไทย จำเป็นที่จะต้องมีการทำ”การบ้าน” ที่ชัดเจน รวมทั้งมีความรู้ ความเข้าใจ ในสิ่งที่ต้องไปปฏิบัติ มีผู้ที่มีประสบการณ์ในการ เจรจา พูดคุย เพราะเวที”สันติภาพ”แห่งนี้ กำลังก้าวเข้าสู้”โหมด”ของการ”ต่อรอง” ซึ่งกลุ่มผู้แทน จะต้องมี”ข้อมูล” และ”ชั้นเชิง” ของการ “เจรจา” และต้องมี”อำนาจ” พอสมควรในเวทีแห่งการ “พูดคุย”หรือการ”เจราจา” ไม่ใช่อยู่ในสถานะของผู้”รับฟัง”และ”นำสาร” มาให้กับรัฐบาลเพียงอย่างเดียว อย่างที่มีผู้ออกมา”วิพากษ์” ถึงบทบาทของตัวแทน”รัฐไทย” บนเวทีของการ พูดคุย”สันติภาพ”ทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา

                    แน่นอนว่า วันนี้ “รัฐไทย” ยังไม่ได้เสียเปรียบ หรือ”เพลี่ยงพล้ำ”ต่อ”บีอาร์เอ็น-ซี” แต่อย่างใด เพราะข้อเสนอทั้ง 5 ข้อของ”บีอาร์เอ็น-ซี” เรายังไม่ได้ตอบตกลงแม้แต่ข้อเดียว  แต่การ”พูดคุย” ในวันที่ 13 และหลังจากนี้ สภาพการณ์จะเปลี่ยนไป  จากเวที”พูดคุย” จะเป็นการ”เจรจา” และจะมีความ”ต้องการ” ซึ่งจะนำมาซึ่งการ”ต่อรอง”มากยิ่งขึ้น ดังนั้น”บทบาท”ของผู้แทนรัฐไทย จะต้องรับบทหนัก ที่จะนำพาเวทีการพูดคุยเพื่อ”สันติภาพ” เดินต่อไป เพราะการ”ล้ม”เวทีแห่งนี้ จะส่งผลถึง”ตัวประกัน” คือประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้กลายเป็นผู้”รับเคราะห์” อย่าหลีกเลี่ยงไม่ได้


    ไชยยงค์ มณีพิลึก

    เข้าชม : 995
    คุยประสาชาวใต้ 10 อันดับล่าสุด
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน