[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • บทพิสูจน์ความกล้าหาญของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อการปราบทุจริตกรณีเครื่องออกำลังกาย
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ เสาร์ ที่ 11 เดือน เมษายน พ.ศ.2558


                    พลันที่มีการเปรียบเทียบราคาครุภัณฑ์ส่งเสริมการออกกำลังกายตามสัญญา ซ 37/2556 และ ซ 35/2555ของกรมพลศึกษา กับสัญญาเลขที่ ซ 5/2557  ของกรมการท่องเที่ยว จึงกลายเป็นประเด็นที่ชวนติดตามยิ่ง เป็นการติดตามที่ห้ามกระพริบตาและต้องหายใจถี่ยิบ

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า สัญญาเลขที่ ซ35/2555ของกรมพลศึกษา เป็นสัญญาที่น่าสยดสยองที่สุดสำหรับคนเป็นกรรมการตรวจรับ เพราะจนบัดนี้ ไม่มีใครสามารถค้นหาสถานที่ตั้งของครุภัณฑ์เครื่องออกกำลังกายได้ว่า ตั้งในสถานที่ใด ทิศหนใด หรือตั้งในท้องที่ตำบลประเทศใดที่มิใช่ประเทศไทยหรือไม่

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า มีการทำการเปรียบเทียบราคาอย่างน่าฉงนยิ่งนัก เมื่อสัญญากรมพลศึกษากำหนดการซื้อ ชุดล้อหมุนสุขภาพ(ใหญ่) ตามสัญญาเลขที่ ซ 35/2555 ตามงบแปรญัตติปี 2555 ใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น 155,108,250 บาท แต่จัดซื้อเครื่องนี้ราคา 44,550 บาท จากบริษัทซันสปอร์ต มาร์เกตติ้งจำกัด แต่ในสัญญาเลขที่ ซ 37/2556 ที่กรมพลศึกษาจัดซื้อตามงบแปรญญัติปี 2556  จากบริษัทไทยเวิร์ค ฟิตเนสจำกัด ในวงเงินทั้งสิ้น 27,700,000บาท กลับมีราคาต่ำลงอย่างน่าฉงนที่ชุดละ 37,500 บาท ทั้งที่ราคาจากโรงงานผู้ผลิตขายแค่ 189  เหรียญสหรัฐฯหรือคิดเป็นเงินไทยในอัตราแลกเปลี่ยนเหรียญสหรัฐฯละ 31  บาทย่อมมีราคาเพียงแค่ 5,859 บาท แต่ทว่าในการจัดซื้อตามสัญญาเลขที่ ซ 5/2557 ของกรมการท่องเที่ยวโดยใช้ชื่อว่า เครื่องบริหารหัวไหล่และแขนแบบจานล้อหมุนแบบกลางแจ้ง ตามงบแปรญัตติปี 2557  ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 10,850,000 บาท โดยบริษัทยูไนเต็ค สปอร์ต ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดได้งานโดยวิธีพิเศษ กลับซื้อในราคา 140,100 บาท ในเอกสารตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง(ราคาอ้างอิง)ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง อ้างแหล่งที่มาราคากลางว่า มาจาก ราคาซื้อขายในปีงบประมาณ พ.ศ.2556 โดยเสนอราคากลางต่อหน่วยชิ้นนี้ที่ 141,900 บาท ทั้งที่ปีงบประมาณ 2556  กรมพลศึกษาซื้อแค่ราคา 37,500 บาท ต่างกันถึง 102,600 บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ชุดเดินโยกเยกของกรมพลศึกษา ตามสัญญาที่ ซ 35/2555 ซื้อชุดละ 44,550 บาท แต่สัญญาที่ ซ 37/2556 กลับซื้อที่ 68,300 บาท ทั้งที่ราคาหน้าโรงงานขายเพียงเครื่องละ 224  เหรียญสหรัฐฯ ที่แตกเป็นเงินไทยแค่ 6,944 บาทเท่านั้น กลับเป็นเรื่องที่น่าผวาหวาดยิ่งเมื่อกรมการท่องเที่ยวซื้อตามสัญญาเลขที่ ซ 5/2557 ในชื่อ เครื่องบริหารระบบหัวใจและไหลเวียนโลหิตแบบก้าวเดินวงรีแบบกลางแจ้ง ในราคา 152,700 บาท แต่ในราคากลางกลับไปกำหนดไว้ที่  154,600 บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรมพลศึกษา ตั้งชื่อชุด บริหารกล้ามเนื้อแขนและอก ในสัญญาที่ ซ 35/2555 เสนอซื้อที่ราคา44,550 บาท แต่สัญญาที่ ซ 37/2556  กลับเสนอราคาเลยเถิดที่ 83,000 บาท ทั้งที่ราคาหน้าโรงงานขายที่ 416  เหรียญสหรัฐฯ หรือทอนเป็นเงินไทยแค่ 12,896 บาท ที่น่าตะลึงไปกว่านั้นสัญญาเลขที่ ซ 5/2557 ของกรมการท่องเที่ยวกลับตั้งซื้อในราคา353,500 บาทในชื่อ เครื่องฝึกกล้ามเนื้อหน้าอก หัวไหล่ และหลังแบบผลักแขนออกแบบกลางแจ้ง ที่กำหนดราคากลางเอาไว้อย่างน่าตกตะลึงที่ 360,500 บาท

                    ต้องไม่ลืมว่า กรมพลศึกษา ตั้งชื่อ ชุดบริหารกล้ามเนื้อขา สัญญาเลขที่ ซ 35/2555 ที่ 44,550 บาท แต่สัญญาที่ 37/2556 กลับซื้อที่ราคา51,500 บาท ทั้งที่ราคาหน้าโรงงานขายแค่ 191  เหรียญสหรัฐฯหรือทอนเป็นเงินไทยได้เพียง 5,921  บาท ส่งผลให้กรมการท่องเที่ยวตั้งเครื่องฝึกกล้ามเนื้อขาแบบกลางแจ้ง ราคากลางไว้ที่  183,500 บาทแต่สัญญาที่ ซ 5/2557 ซื้อที่ 181,000 บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรมพลศึกษา ตั้งชื่อชุดบริหารกล้ามเนื้อท้อง สัญญาที่ ซ 35/2555 ซื้อที่ 44,550 บาท แต่สัญญาที่ ซ 37/2556 กลับซื้อที่ 49,500  บาท ทั้งที่ราคาหน้าโรงงานขายที่213 เหรียญสหรัฐฯหรือทอนเป็นราคาไทยเพียงแค่ 6,603 บาทเท่านั้น แต่กรมการท่องเที่ยวกลับเสนอราคากลางไว้ที่ 146,000  บาทในชื่อ เครื่องฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องแบบกลางแจ้ง ในสัญญาที่ 5/2557  กลับซื้อในราคา 144,200 บาท

                    ต้องไม่ลืมว่า กรมพลศึกษา ตั้งชื่อ ชุดแกว่งตัวบริหารสะโพกและเอว ในสัญญา ซ 35/2555 ซื้อราคา44,550 บาท แต่สัญญาที่ ซ 37/2556 กลับซื้อในราคา 47,500 บาท ทั้งที่ราคาหน้าโรงงานขายที่ราคา217 เหรียญสหรัฐฯ หรือทอนเป็นเงินไทยได้ 6,727 บาท แต่กรมการท่องเที่ยวตั้งราคากลางไว้ที่  130,500 บาท ในชื่อ เครื่องฝึกกล้ามเนื้อเอวแบบกลางแจ้ง ซื้อตามสัญญาที่ ซ 5/2557 ราคา 128,900 บาท

                    อย่าลืมว่า กรมพลศึกษา ตั้งชื่อ อุปกรณ์นวดหลังและเอว ซื้อตามสัญญาที่ ซ 35/2555 ในราคา 44,550 บาท แต่ในสัญญาที่ ซ 37/2556 กลับซื้อในราคา 47,500  บาท ทั้งที่ราคาหน้าโรงงานตั้งที่ 204  เหรียญสหรัฐฯ ทอนเป็นเงินไทยได้ 6,324 บาท แต่กรมการท่องเที่ยวกำหนดราคากลางและตั้งชื่อว่า เครื่องนวดและคลายกล้ามเนื้อหลังแบบกลางแจ้ง ที่ 150,000 บาท และซื้อตามสัญญาที่ ซ 5/2557  ราคา 148,100 บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ชุดม้าโยก กรมพลศึกษา ซื้อตามสัญญาที่ ซ 35/2555 ราคา 44,550 บาท และสัญญาที่ ซ37/2556 ที่ 46,500 บาท ทั้งที่ราคาหน้าโรงงานขายที่ 198  เหรียญสหรัฐฯทอนเป็นเงินไทยได้6,138 บาท แต่กรมการท่องเที่ยว ตั้งชื่อว่า เครื่องบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและขาแบบม้าโยกแบบกลางแจ้ง ราคากลางไว้ที่  110,500 บาท และซื้อตามสัญญาที่ ซ 5/2557ราคา 109,000 บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า  กรมพลศึกษาตั้งชื่อ อุปกรณ์บาร์คู่ สัญญาที่ ซ 35/2555  ซื้อที่ 44,550 บาท แต่สัญญาที่ ซ 37/2556 กลับราคาลดเหลือ 42,500  บาท ทั้งที่ราคาหน้าโรงงานอยู่ที่165 เหรียญสหรัฐฯทอนเป็นเงินไทยที่ 5,115  บาท แต่กรมการท่องเที่ยวตั้งชื่อ เครื่องบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกและแขนแบบกลางแจ้ง ราคากลางตั้งไว้ที่  132,900 บาท และซื้อตามสัญญาที่ ซ 5/2557 ราคา 131,300 บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรมพลศึกษาตั้งชื่อ อุปกรณ์หมุนบริเวณเอว ในสัญญาที่ ซ 35/2555 ซื้อราคา44,550 บาท และสัญญาที่ ซ 37/2556 ราคา 46,500  บาท ทั้งที่ราคาหน้าโรงงานอยู่ที่202 เหรียญสหรัฐฯทอนเป็นเงินไทยแค่ 6,262 บาท แต่กรมการท่องเที่ยวตั้งราคากลางที่  186,500 บาทในชื่อ เครื่องบริหารเอวแบบกลางแจ้ง ราคาซื้อตามสัญญา ซ 5/2557 ที่ 184,000 บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรมพลศึกษา ตั้งชื่อ ชุดเดินอากาศ สัญญาที่ ซ 35/2555  ซื้อราคา 44,550 บาท สัญญาที่ 37/2556 ราคา 45,500 บาททั้งที่ราคาหน้าโรงงานอยู่ที่ 187  เหรียญสหรัฐฯทอนเป็นเงินไทย 6,045 บาท แต่กรมการท่องเที่ยวตั้งราคากลางไว้ที่  154,600 บาทในชื่อ เครื่องบริหารระบบหัวใจและไหลเวียนโลหิตแบบก้าวเดินในอากาศแบบกลางแจ้ง แถมซื้อในสัญญาที่ ซ 5/2557 ราคา 118,000 บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรมพลศึกษา ตั้งชื่อ ชุดเดินอากาศ ในสัญญาที่ ซ 35/2555 ซื้อที่ 44,550 บาท แต่สัญญาที่ ซ37/2556 กลับซื้อราคา 46,500 บาททั้งที่ราคาหน้าโรงงานขายแค่ 187  เหรียญสหรัฐฯทอนเป็นเงินไทยได้ 6,045 บาท แต่กรมการท่องเที่ยวกลับตั้งราคากลางไว้ที่  103,000 บาท ในชื่อ เครื่องยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบกลางแจ้ง แถมซื้อตามสัญญาที่ ซ 5/2557 ที่ราคา 101,500  บาท

                    น่าคิดตรงที่กรมพลศึกษา จัดซื้อจากบางบริษัทที่ด้านหลังยังเป็นโรงโม่ปูนและเป็นกิจการรับเหมาก่อสร้าง ส่วนกรมการท่องเที่ยวใช้บริษัทคู่เทียบเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างในจังหวัดแพร่

                    ยิ่งน่าคิดโครงการทั้งหมด เขียน ผ่านกระบวนการต่างๆจนกระทั่งถึงอนุมัติภายในวันเดียว และเป็นการอนุมัติหลังสองทุ่มอันเป็นเวลาประเทศไทย หาใช่เวลาแปดโมงเช้าในสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใดไม่

                    ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องออกกำลังกายเหล่านี้ บางสัญญา หาสถานที่ติดตั้งและหาเครื่องเล่นไม่เจอตามสถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญา แต่บางสัญญากลับเอาไปวางไว้ในโรงเรียนอนุบาลทั้งที่โครงการเขียนชื่อว่า โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

                    น่าคิดตรงที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่สั่งการให้หน่วยตรวจสอบสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินไปร่วมตรวจและเจอพิรุธ หลักฐานทิ้งไว้มากมาย ไม่กล้าเสนอรายชื่อคนที่เกี่ยวพันไปใน 100 รายชื่อข้าราชการ

                    น่าคิดตรงที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ไม่กล้าเยื้องเท้าออกจากสำนักงานเพื่อตรวจการจัดซื้อจัดจ้าง แม้แต่จะคิดในแวบของสมอง

                    น่าคิดตรงที่พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ ไม่กล้าปรายตามองจนหวั่นไหวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ผู้ถือมาตรา 44  ในฐานะประธานศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ กลับต้องรีบแถลงว่า ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ ทั้งที่ส่วนราชการเหล่านี้เป็นคนดำเนินการ

                    ที่น่าคิดไปกว่านั้นผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มิมีความกล้าหาญในการสั่งตั้งกรรมการสอบสวนและลงลึกในการตรวจสอบท่ามกลางเสียงติฉินนินทาว่า คนสนิทชิดเชื้อผู้บริหารระดับสูงสุดคนหนึ่งไปรับจ้างติดตั้งจากบริษัทที่ได้งานไป

                    จึงเป็นการท้าทาย และท้าทายพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ในฐานะนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ

                                                                                                                                                                                                                                                          ทีมข่าวการเมือง
        
    เข้าชม : 801
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน