[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • 90 ล้านบาทกับการถลุงเงินนอกภารกิจ ศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ กล้าหาญพอรื้อไหม?
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ จันทร์ ที่ 8 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2558



                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ ประกาศก้องว่าจะรื้อและปราบการทุจริตทุกขั้นตอนและรูปแบบเพื่อลดการทุจริตให้น้อยลงไป

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.และในฐานะประธานศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ เคยประกาศว่า จะล้างบางคนโกงออกไปจากระบบราชการ

                    แต่หากพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติและพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ หันมาเห็นบทวิเคราะห์ชิ้นนี้

                    ทั้งสองท่านคงจะจับมือกันแน่นแต่ขาสั่นเทิ้ม ด้วยอาการกลัว หรือด้วยอาการกล้าหาญ

                    เป็นเรื่องที่จะต้องจับตามองความกล้าหาญว่า จะกล้าลงนามในคำสั่งพักราชการคนที่เลขาธิการคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐหรือ ปปท.เสนอขึ้นไปหรือไม่

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า สัญญาลำดับที่ 9 ของกรมการท่องเที่ยว ที่ศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติกำลังเรียงลำดับการสอบสวน เป็นสัญญาเลขที่ ช 94/2556 วงเงินงบประมาณ 90,900,000 บาท อันเป็นงบแปรญัตติประจำปีงบประมาณ 2556 ที่ซื้อกับบริษัทอินโนเวิลด์ เอ็ดดูเคชั่นจำกัด

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า สัญญานี้ลงนามเมื่อวันที่ 25  กันยายน 2556 ก่อนวันสิ้นสุดปีงบประมาณ 4 วันทำการตาม

                    โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการชุมชน

                    จำนวน 24รายการ

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า อุปกรณ์ที่ซื้อทั้งหมดเป็นอุปกรณ์สำหรับเป็นเครื่องเล่นเด็ก ที่สวนทางกับคำนิยามของ

                    แหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการอย่างสิ้นเชิง

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรมการท่องเที่ยว ได้กำหนดนิยามคำว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ หรือ Recreational Attraction เอาไว้อย่างชัดเจนว่า หมายถึง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อการพักผ่อนและเสริมสร้างสุขภาพ ให้ความสนุกสนาน รื่นรม บันเทิง และการศึกษาหาความรู้ แม้ไม่มีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม แต่มีลักษณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมสมัย ตัวอย่างเช่น ย่านบันเทิงหรือสถานบันเทิง สวนสัตว์ สวนสนุก และสวนสาธารณะลักษณะพิเศษ สวนสาธารณะ และสนามกีฬา

                    โดยกำหนดมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ เอาไว้ว่า จะต้องหมายถึง แหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการที่มีองค์ประกอบ 3 ประการคือ

                    ศักยภาพในการดึงดูดใจด้านการท่องเที่ยว

                    ศักยภาพในการรองรับด้านการท่องเที่ยว

                    การบริหารจัดการ

                    โดยทั้งนี้ในแต่ละองค์ประกอบจะมีหลักเกณฑ์และดัชนีชี้วัดในการพิจารณาความมีศักยภาพ ความมีประสิทธิภาพ และความมีคุณภาพเพื่อใช้ประเมินมาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการนั้นด้วย

                    หากพิจารณาจากคำนิยามเหล่านี้ย่อมแสดงได้ชัดว่า คำว่า แหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ ย่อมหาใช่โรงเรียนอนุบาล วัด หรือกระทั่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแต่อย่างใดไม่

                    ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า มีการจัดตั้งคำของบแปรญัตติถึง 90,900,000 บาท เพื่อนำไปติดตั้งในเขตพื้นที่อำเภอเซกา, อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ  อำเภอท่าใหม่  อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี อำเภอทุ่งสง  จังหวัดนครศรีธรรมราช, อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง, อำเภอสวี จังหวัดชุมพร,อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่, อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น,เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร, อำเภอปากท่อ อำเภอเมือง  อำเภอสวนผึ้ง ราชบุรี, อำเภอเมือง บุรีรัมย์, อำเภอท่าตะโก อำเภอตาคลี, อำเภอตากฟ้า นครสวรรค์ ,อำเภอสบปราบ  อำเภอเถิน อำเภอแม่พริก ลำปาง,  อำเภอวานรนิวาส  อำเภอเจริญศิลป์  สกลนคร, อำเภอโนนสัง อำเภอเมือง  อำเภอศรีบุญเรือง อำเภอสุวรรณคูหา อำเภอนากลาง  หนองบัวลำภู

                    โดยต้องส่งมอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 มกราคม 2557

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของกรมการท่องเที่ยวจำนวน 8 คน อันเป็นคนสนิทในแวดวงของขั้วอำนาจในกรมการท่องเที่ยว ได้มีบันทึกที่ กก 0404.02/0099 เมื่อวันที่ 20 มกราคม2557เรื่อง รายงานผลการตรวจรับพัสดุโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการชุมชน โดยได้ออกไปตรวจรับระหว่างวันที่ 17 -26 ธันวาคม 2556 ก่อนจะประชุมตรวจรับพัสดุในวันที่ 2 มกราคม 2557โดยคณะกรรมการตรวจรับใช้เวลาในการตรวจรับจำนวนทั้งสิ้น 10 วัน ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้และภาคกลาง

                    กลายเป็นประเด็นที่ต้องถกว่า กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการนำเครื่องเล่นเด็กไปลงอย่างไร

                    เพราะสถานที่ลงเครื่องเล่นเด็กทั้งหมด เป็นพื้นที่เลือกตั้งของนักการเมืองสังกัดพรรคการเมืองหนึ่ง และหากพิจารณาจากบริษัทที่จัดจำหน่ายที่เกี่ยวพันกับการเป็นนักการเมืองสอบตกในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือสังกัดพรรคที่ดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงกลายเป็นปัญหาทางด้านจริยธรรมทางการเมืองของนักการเมือง

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า เครื่องเล่นเด็กเหล่านี้นำไปวางที่ วัดมิ่งเมืองพัฒนาราม,วัดวารินทร์,วัดไชยมงคลวนาราม,วัดศิริวิทยาราม,วัดสว่างเลิงแสง,วัดท่าเดื่อ,วัดสว่าง,วัดสว่างอรุณ,วัดอาคเนย์ ในพื้นที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น จึงกลายเป็นประเด็นคำถามอย่างแหลมคมว่า วัด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการตามคำนิยามของกรมการท่องเที่ยวที่กำหนดไว้สำหรับการตรวจมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยหรือไม่ ?

                    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ในฐานะประธานศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ และพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ จะต้องเค้นหาคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และจะต้องนำมาตอบประชาชน

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า วัดนายาง,วัดแม่กัวะ,วัดนาโป่งใต้,วัดท่ามะแกว๋น,วัดห้วยริน,วัดนาบ้านไร่,วัดแม่พริกบน,วัดแม่ตั๋งในเขตอำเภอสบปราบ,อำเภอเถินและอำเภอแม่พริก ลำปางรวมถึง โรงเรียนบ้านหินเหิบ,โรงเรียนบ้านวังบง,โรงเรียนบ้านธาตุตาลเดี่ยว,โรงเรียนอนุบาลวานรนิวาส(ราษฏร์บำรุง) ,โรงเรียนบ้านโคกสว่าง,โรงเรียนบ้านเดื่อศรีคันไชย ในเขตอำเภอวานรนิวาส สกลนครเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการหรือไม่

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า สัญญานี้ระบุว่า ซื้อ สถานีเสริมสร้างสมรรถภาพการเคลื่อนไหวร่างกาย 7 ชุดๆละ 67,320 บาทเป็นเงิน 471,240 บาท แต่สำนักข่าวอิศรานำหลักฐานมาแสดงราคาสินค้ารายการนี้ราคาชุดละ 13,157.61 บาท ย่อมแพงกว่าถึง 54,162.39 บาท หรือ 7 ชุดแพงกว่า  379,136.73 บาท

                    สถานีสร้างเสริมทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย 6 ชุด ๆ ละ  51,480 บาทรวม 308,880 บาท แต่สำนักข่าวอิศราแฉหลักฐานแค่ชุดละ 9,792.88 บาท 6 ชุดเป็นเงิน 58,757.28 บาท ทั้งหมดแพงกว่าถึง250,122.72  บาท

                    สถานีพัฒนาความยืดหยุ่นของข้อต่อและกลไกการเคลื่อนไหว จำนวน 7 ชุด ๆ ละ 35,640 บาทรวมเงิน  247,480 บาท ,สถานีพัฒนาสมรรถภาพร่างกายและความสมบูรณ์ของร่างกาย 153 ชุดๆละ 44,550 บาทรวม 6,816,150 บาท,สถานีผ่อนคลายและบำบัดกล้ามเนื้อหลังและแขน 6 ชุด ๆ ละ 53,460 บาทรวมเงิน 320,760 บาท ,สถานีพัฒนาพลังกล้ามเนื้อและผ่อนคลายข้อต่อ 7 ชุดๆละ 32,670 บาทรวมเงิน 228,690 บาท

                    สถานีพัฒนาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของข้อต่อ  152 ชุด ๆ ละ 45,540 บาทรวมเงิน 6,922,080 บาท สำนักข่าวอิศราแฉว่า ชุดละ  7,218.02 บาท  ถ้า 152 ชุดเป็นเงิน 1,097,139 บาท แพงกว่าถึง  5,824,741 บาท

                    สถานีพัฒนความสัมพันธ์ของประสาทตาหูมือเท้า 6 ชุด ๆ ละ44,550  บาทรวมเงิน 267,300 บาท สำนักข่าวอิศราแฉราคาแค่ชุดละ 8,386.72 บาทรวม 6 ชุด 50,320.32 บาท แพงกว่าถึง 216,978.68 บาท,สถานีเสริมสร้างพลังและความทนทาน 6 ชุด ๆ ละ 44,550 บาทเป็นเงิน 267,300 บาทแต่สำนักข่าวอิศราแฉชุดละแค่ 8,286.28 บาท 6 ชุดแค่ 49,717.68 บาท แพงกว่าถึง 217,582.32  บาท,สถานีผ่อนคลายและบำบัดไหล่-หลัง 7 ชุด ๆ ละ 34,560 บาทรวมเงิน 242,550  บาท แต่สำนักข่าวอิศราแฉแค่ชุดละ 6,755.91  บาท 7 ชุดแค่ 47,291.37 บาทแพงกว่าถึง 195,258.63บาท, สถานีพัฒนาความแข็งแรงและยืดหยุ่นของร่างกาย 7 ชุด ๆ ละ 55,440บาทรวมเงิน 388,080 บาท แต่สำนักข่าวอิศราแฉแค่ชุดละ 7,218.02 บาท 7 ชุดเป็นเงิน  50,526.14 บาทแพงกว่าถึง 337,553.86 บาท,สปริงโยกคู่(หรรษาพาสนุก) 13 ชุด ๆ ละ 49,302 บาทรวมเงิน 640,926 บาท แต่สำนักข่าวอิศราแฉแค่ชุดละ 4,930.56 บาทถ้า 13 ชุดเป็นเงิน 64,097.28บาทแพงกว่าถึง 576,828.72 บาท, สปริงโยกลูกไก่(ผู้ใจดี) 6 ชุด ๆ ละ 49,203บาท เป็นเงิน 275,218  บาท ขณะที่สำนักข่าวอิศราแฉขายแค่ชุดละ 4,582.26 บาท ถ้า 6 ชุดเป็นเงิน 27,463.56 บาท แพงกว่าถึง 297,724.44 บาท, สปริงโยกมอเตอร์ไซด์ผาดโผน 7ชุด ๆ ละ 49,302 บาทรวม 345,114 บาท สำนักข่าวอิศราแฉแค่ชุดละ 4,204.14 บาท ถ้า 7 ชุดเป็นเงิน 29,428.98บาท แพงกว่าถึง 315,685.02 บาท

                    นี่เป็นเพียงน้ำย่อยและน้ำจิ้มที่ต้องทวงถามนโยบายการปราบปรามการทุจริตของศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติว่า วันนี้ดำเนินการถึงไหน? กล้าหาญชาญชัยในการดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังหรือไม่?

                    ใครคือคนคิดราคากลาง ?ใครคือกรรมการจัดจ้าง? สำนักงบประมาณอนุมัติงบให้กรมการท่องเที่ยวจัดซื้อในส่วนที่ไม่ใช่ภารกิจของกรมการท่องเที่ยวได้อย่างไร?

                    ต้องหันไปมองพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่วันนี้ยังมือไม้สั่นไม่กล้าลงนามในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่จะใช้มาตรา 44 กับคนทุจริตหากินกับงบประมาณเยี่ยงนี้

                    แฟ้มมาตรา 44 ที่ตั้งรอบนโต๊ะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมาเป็นสัปดาห์ บ่งบอกถึงความกล้าหาญจริง หรือ กล้าหาญเทียมในการปราบทุจริต

                    และบ่งบอกถึงสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.จะกล้าเด้งรับตั้งอนุขึ้นมาไต่สวนในเรื่องนี้อย่างรีบเร่งหรือไม่ ?

                    คือบทพิสูจน์ฝีมือนักปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งที่นั่งสลอนในฐานะคณะรัฐมนตรี !!

                                                                                                                                                                                                                                          ทีมข่าวการเมือง


                    
    เข้าชม : 642
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน