[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • กฤษฏีกาวินิจฉัย นายอำเภอสั่งรื้อ ไยจึงไม่รื้อ ฤา ละเว้นจนเลยเถิด
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ พุธ ที่ 12 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2558


        อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายวิจารณ์  ก้อนแก้ว นายอำเภอเมืองภูเก็ต มีหนังสือที่ ภก 0016/6975 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2537 เรื่อง การดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี (กรณีนายแช่ม โสฬส กับผู้ร่วมร้องทุกข์ยื่นร้องทุกข์ว่า ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากโรงแรมภูเก็ตยอร์ชคลับสร้างอาคารปิดกั้นทางสาธารณะประโยชน์) โดยเรียน นายนิคม ไกรฤกษ์
        มีความข้อความน่าสนใจยิ่งว่า
        “ ตามที่ท่านได้เคยร้องทุกข์ว่า ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากโรงแรมภูเก็ตยอร์ชคลับ สร้างอาคารปิดกั้นทางสาธารณะประโยชน์นั้น  ปรากฏว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา แจ้งผลการวินิจฉัยโดยคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ มีมติเสนอนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณาและมีคำสั่งให้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์(คณะที่ ๓) สั่งการให้อำเภอเมืองภูเก็ต พิจารณาดำเนินการให้โรงแรมภูเก็ตยอร์ทคลับรื้อถอนอาคารซึ่งปลูกคล่อมทางสาธารณะและรื้อถอนสิ่งปิดกั้นกีดขวางทางดังกล่าว เพื่อให้ราษฏรสามารถใช้ทางได้สะดวกนั้น
        ขณะนี้ อำเภอเมืองภูเก็ต ได้แจ้งเป็นหนังสือให้ทางโรงแรมภูเก็ตยอร์ชคลับ รับทราบแล้ว และขอแต่งตั้ง พนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีกับบริษัทเฟิร์ส แปชิฟิก แลนด์จำกัด(มหาชน) ดังนั้น  อำเภอขอความร่วมมือจากท่านไปพบพนักงานอัยการ (นายเชษฐวิทย์ ตันติพันธ์วดี) ณ สำนักงานอัยการสูงสุดจังหวัดภูเก็ต ในวัน เวลา ราชการ เพื่อสอบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
        จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ”
        กลายเป็นประเด็นที่จะต้องติดตามและทวงถามว่า พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า
        นายแจ่ม  โสฬส เป็นใคร ? ได้รับความเดือดร้อนอย่างไร จึงได้ทำหนังสือร้องทุกข์ไปยังคณะกรรมการกฤษฏีจนกระทั่งคณะกรรมการวินิจฉัยคณะที่ 3 ของคณะกรรมการกฤษฏีกา วินิจฉัยออกมาพร้อมกับสั่งการให้
        รื้ออาคารคล่อมทางสาธารณะของโรงแรมภูเก็ตยอร์ชคลับ
        กลายเป็นประเด็นที่ต้องถามว่า อาคารคล่อมทางสาธารณะของโรงแรมยอร์ชคลับ อยู่ตรงไหน ?
        จากปี 2537 จนถึงปี 2558 ใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 21 ปี
        พนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการสูงสุด นายเชษฐ์วิทย์ ตันติพันธ์วดี ได้ดำเนินคดีไปถึงไหน และผลของการดำเนินคดีไปอย่างไร
        เป็นเรื่องที่น่าติดตามและน่าสอบถามอย่างยิ่งยวด
        กลายเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงว่า คณะกรรมการกฤษฏีกา มีความศักดิ์สิทธิ์เพียงพอที่จะลงมาวินิจฉัยให้รื้อถอนได้หรือไม่
        และกลายเป็นประเด็นคำถามร้อนแรงต่อไปอีกว่า
        คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฏีกาที่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรและเป็นมติถือว่า
        พนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการสูงสุด รวมไปถึงนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะต้องยึดถือและปฏิบัติหรือไม่
        ย่อมหมายความว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฏีกา ถือว่า เป็นที่สิ้นสุดแล้วหรือไม่ ?
        มติของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์คณะที่สามที่เสนอต่อนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีให้ทำการ
        รื้อถอนอาคารซึ่งปลูกสร้างคร่อมทางสาธารณะ และรื้อถอนสิ่งปิดกั้นขวางทางเพื่อให้ราษฏรสามารถใช้ทางได้สะดวก
        คืออาคารใด และสิ่งกีดขวางใด?
        อย่าลืมเป็นอันขาดว่า หนังสือนี้ออกมาเมื่อวันที่ 8  พฤศจิกายน 2537 เป็นห้วงระยะที่มีการมอบหมายให้อัยการเชษฐ์วิทย์  ตันติพันธ์วดี เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินคดีในฐานะทนายแผ่นดิน
        กลายเป็นประเด็นคำถามที่แหลมคมว่า
        วันนี้ได้ดำเนินไปแล้วหรือไม่ ?  หากดำเนินการไปแล้ว ผลของการดำเนินการบรรลุไปยังขั้นใด และนำผลออกมาดำเนินการหรือไม่ อย่างไร
        หากไม่ได้ดำเนินการ พนักงานอัยการในสังกัดอัยการสูงสุดจะต้องแสดงเหตุและแสดงผลว่า เหตุใดจึงมิได้ดำเนินการและมีอุปสรรคใดมาขัดขวางจนกระทั่ง
        หามิใครกล้าหาญชาญชัยพอที่จะกล้าดำเนินการไม่
        นั่นคือคำตอบที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนายอำเภอเมืองภูเก็ต จะต้องค้นหาคำตอบมาแจ้งต่อพี่น้องประชาชนจังหวัดภูเก็ตและจะต้องมีการรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีรวมไปถึงคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์คณะที่สามของคณะกรรมการกฤษฏีกา
        จนถึงนาทีนี้ มีหนังสือรายงานผลไปแล้วหรือไม่
        อย่าลืมเป็นอันขาดว่า จากวันที่ 8 พฤศจิกายน 2537 ย่างมาถึงวันนี้เดือนสิงหาคม 2558 กว่า 21 ปี ย่อมจะต้องมีผลแห่งคดีและผลแห่งคดีจะต้องเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน
        กลายเป็นประเด็นคำถามว่า นายนิคม  ไกรฤกษ์ คือใคร ? มีความสำคัญต่อคดีนี้อย่างไร ?
        กลายเป็นประเด็นคำถามที่ล่อแหลมว่า นายแจ่ม  โสฬส มีความสัมพันธ์อย่างไรกับนายอรุณ โสฬส และนายอรุณ โสฬส ในฐานะนายกเทศมนตรีเทศบาลราไวย์และมีหน้าที่ต้องดูแลในส่วนนี้
        ได้ดำเนินการใด และติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการไปในรูปใด
        เป็นเรื่องที่อัยการจังหวัดภูเก็ตในสังกัดอัยการสูงสุดจะต้องตอบคำถามว่า คำว่าดำเนินคดีต่อบริษัทเฟิร์สท์ แปชิฟิก แลนด์จำกัด (มหาชน) นั้น
        ดำเนินคดีเรื่องใด ?
        ดำเนินคดีกี่กระทง และเกี่ยวพันกับมาตราใดบ้าง ฐานความผิดใด
        และอัยการจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการด้านคดีไปถึงไหน อย่างไร
        ปรากฏเป็นเลขคดีแดงที่เท่าไหร่  เลขคดีดำที่เท่าไหร่
        หากไม่ได้ดำเนินการใด จนปล่อยเวลาล่วงเลยมายาวไกล
        คงจะต้องแหงนหน้าสะกิดหัวเข่าของหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช.ในฐานะกำกับดูแลรัฐบาลที่มีพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า
        จะทำอย่างไร
        และหากว่า ปล่อยจนกระทั่งหมดอายุความแต่ความเสียหายยังคงเกิดขึ้น จะดำเนินการอย่างไรต่อ
        เป็นเรื่องที่แม่ทัพเรือภาคที่ 3ในฐานะผู้กำกับดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
        จะต้องนำไปเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อให้พิจารณาและหารือกับหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติวา
        สมควรจะต้องดำเนินการอย่างไร ?
        เป็นประเด็นร้อนที่ท้าทายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่จะก้าวขึ้นไปเป็น
        รองปลัดกระทรวงมหาดไทย  ว่า
        จะตอบคำถามสังคมอย่างไร ?

    เข้าชม : 647
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน