[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • คำพิพากษาศาลปกครอง สั่งรื้อ 23 อาคาร ตำบลราไวย์ ไยจึงเพิกเฉย ฤา ท้าทายอำนาจรัฐ
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ จันทร์ ที่ 17 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2558


                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า หนังสือลงวันที่ 14  มกราคม 2553  หนังสือที่ ภก 52801/5069 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์พนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีแพ่ง นำเรียนเสนอต่อ อัยการจังหวัดภูเก็ต โดยมีสิ่งที่ส่งมาด้วยประกอบด้วย

                    สำเนาบันทึกประจำวันรับแจ้งความเอกสารหาย สถานีตำรวภูธรฉลอง ลำดับที่ 5  ลงวันที่ 14  ธันวาคม 2553 จำนวน 1  แผ่น

                    สำเนาใบตอบรับทางไปรษณีย์ จำนวน 2 แผ่น

                    สำเนาภาพถ่ายอาคาร จำนวน 2 แผ่น

                    สำเนาหนังสือนางสมจิตร เจริญสุขเจี่ย ลงวันที่ 5 กรกฏาคม 2547 เรื่อง อุทธรณ์คำสั่งรื้อถอนอาคาร จำนวน 4 แผ่น

                    สำเนาหนังสือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต ที่ ภก 0020.4/1824  ลงวันที่ 30  กันยายน 2547  จำนวน 6 แผ่น

                    สำเนาคำสั่งศาลปกครองนครศรีธรรมราช คดีแดงที่ 201/2548  ลงวันที่ 8 กันยายน2548 จำนวน 6  แผ่น

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า หนังสือฉบับนี้มี 2  แผ่น ลงนามโดยนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ โดยหนังสือฉบับนี้จัดทำโดย งานนิติการ สำนักปลัด โดยมีผู้อำนวยการกองช่างรับรองสำเนาถูกต้อง

                    ยิ่งหากพลิกไปดูข้อความที่นายอรุณ โสฬส รายงานจะพบข้อความว่า

                    “ ด้วย นางสมจิตร เจริญสุขเจี่ย อยู่บ้านเลขที่ 11/11 หมู่ที่ 1 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ได้ทำการก่อสร้างอาคารบริเวณที่ดิน ภ.ท.บ.5 หมู่ที่ 1 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต จำนวน ๒๓ หลัง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเป็นกรณีที่ไม่อาจออกใบอนุญาตได้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราไวย์ในขณะนั้น ได้มีคำสั่งแจ้งให้เจ้าของอาคารระงับการก่อสร้างอาคารและมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย แต่ปรากฏว่า เจ้าของอาคารฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น ไม่ดำเนินการรื้อถอนอาคารนั้น

                    เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 เทศบาลตำบลราไวย์ ได้ปิดประกาศให้มีการรื้อถอนบริเวณที่มีการก่อสร้างอาคารดังกล่าว ปรากฏว่า นายปวีณ เจริญสุขเจี่ย ซึ่งเป็นบุตรชายของนางสมจิตร เจริญสุขเจี่ย เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับทราบประกาศเทศบาลดังกล่าวแทนนางสมจิตร เจริญสุขเจี่ย

                    นายปวีณ เจริญสุขเจี่ย จึงยินยอมรื้อถอนอาคารดังกล่าวแล้ว 15  หลัง คงเหลืออาคารอีก 8  หลัง ซึ่งยังไม่ได้รื้อถอน และเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552   นายปวีณ เจริญสุขเจี่ย ได้เข้าพบนายกเทศมนตรีเทศบาลราไวย์ เพื่อขอขยายเวลารื้อถอนอีก 20  วัน นับแต่วันที่ 27   พฤศจิกายน 2552  เมื่อครบกำหนดเวลา 20  วันดังกล่าว   เทศบาลตำบลราไวย์ ได้ตรวจสอบการก่อสร้างอาคารอีกครั้ง พบว่า ไม่มีการดำเนินการรื้อถอนอาคารตามที่ได้ขอขยายเวลาไว้ นั้น

                    เพื่อให้การบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร มาตรา 43  เป็นไปอย่างเคร่งครัด ประกอบกับระยะเวลาในการบังคับใช้กฏหมายได้ผ่านมานานแล้ว  เทศบาลตำบลราไวย์จึงขอส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องต่อศาล ตามมาตรา 43  แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 พ.ศ.2550

                    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณา ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นางสาวกาญจนา  อินทอง นิติกร 4 เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว”

                    กลายเป็นคดีที่น่าสนใจอย่างมาก

                    ที่บอกว่า น่าสนใจเพราะว่า วันนี้นโยบายของพลเอกประยุทธ  จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้บอกประชาชนว่า จะต้องทวงคืนผืนป่าให้กับประเทศไทยและคืนสู่อ้อมกอดของประชาชน

                    พื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีกองทัพเรือภาคที่ 3 ภายใต้ความรับผิดชอบของ แม่ทัพเรือภาคที่ 3

                    ที่จะต้องเข้ามาปกครองและดูแลรักษาความสงบรวมไปถึงการ

                    ทวงคืนผืนป่า

                    กลายเป็นประเด็นท้าทายอย่างแหลมคมยิ่งกับคำนิยามของคำว่า ภ.ท.บ.5 มีความหมายอย่างไร ? สามารถสร้างอาคารได้หรือไม่ ?

                    ใครคือเจ้าของครอบครองและจ่ายค่าภาษีในผืนดินที่เรียกว่า ภ.ท.บ.5

                    กลายเป็นคำถามที่แหลมคมว่า

                    การก่อสร้างอาคารในผืนดินแห่งนี้จะต้องขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือไม่ ?

                    หากต้องขอ ในระหว่างการก่อสร้างอาคาร 23 หลัง เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลราไวย์ในขณะนั้นหายไปไหน ไม่ได้ระแคะระคายเกี่ยวกับการแอบลักลอบก่อสร้างอาคารกระนั้นหรือ?

                    การก่อสร้างอาคาร 23 หลังจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด 12 เดือน ย่อมจะต้องมีการขนไม้ ขนปูนซิเมนต์ ขนเหล็กและขนอุปกรณ์การก่อสร้างเข้าไป

                    หาได้เฉลียวใจแต่อย่างใดหรือไม่ว่า

                    มีการก่อสร้างในพื้นที่ที่มีการห้ามก่อสร้างและหากต้องการก่อสร้างจะต้องยื่นแบบแสดงแปลนเพื่อขอใบอนุญาตก่อสร้าง

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า การที่ได้แจ้งให้ผู้บุกรุกและก่อสร้างอาคารให้ทำการรื้อถอนแต่เจ้าของอาคารกลับเพิกเฉย ย่อมหมายถึงขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตหรือไม่ ?

                    หากขัดคำสั่งจะต้องร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตท้องที่และพื้นที่ที่รับผิดชอบหรือไม่ ?

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายอรุณ โสฬส ในฐานะนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ ได้มีหนังสือฉบับนี้เพื่อร้องขอให้พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตในฐานะทนายแผ่นดินให้ช่วยดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อขับไล่ให้รื้อถอนและน่าจะเกี่ยวกับความผิดทางละเมิดควบคู่ไปด้วย

                    จากเดือนมกราคม 2553 จนกระทั่งวันนี้เดือนสิงหาคม 2558 พ้นล่วงเลยมาไม่น้อยกว่า 5 ปี การดำเนินคดีถึงไหน?

                    คือคำถามที่จะต้องถามไปยัง นางสาวกาญจนา  อินทอง เจ้าหน้าที่นิติกร 4 ในขณะนั้นที่วันนี้น่าจะต้องมีตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบสูงกว่าเดิม

                    คือคำถามที่ต้องการคำตอบจากนางสาวกาญจนา ว่า ขณะนี้การดำเนินการด้านคดีไปถึงไหน

                    เหตุใดจึงยังไม่มีการรื้อถอนแต่อย่างใด

                    ตรงกันข้ามกลับมีการปรับปรุงต่อเติมเพื่อการค้าหนักข้อเข้าไปอีก

                    และย่อมหนีความรับผิดชอบในการตอบคำถามที่ว่า เพลานี้คดีคืบหน้าไปถึงไหน อย่างไร และคนที่จะตอบคำถามดีที่สุดน่าจะเป็น

                    นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์

                    ในฐานะผู้ที่ครองอำนาจอย่างยาวนานที่สุด

                    และทำนองเดียวกัน พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตน่าจะเป็นคนให้คำตอบได้ชัดเจนว่า

                    ขณะนี้ คดีดำเนินการไปในทิศทางใดแล้ว และมีทีท่าว่าอย่างไร

                    หรือพิพากษาไปแล้ว และผลของการพิพากษาว่าอย่างไร

                    ย่อมเลี่ยงที่จะต้องหันหน้าไปถามอัยการจังหวัดภูเก็ตเพื่อขอคำตอบในความคืบหน้าแห่งรูปคดี

                    และหลังจากวันที่ 14 มกราคม 2553  เป็นต้นมาจนถึงวันนี้

                    นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ ได้ดำเนินการไปถึงไหนและดำเนินการต่ออย่างไร

                    เพราะยังมีการก่อสร้างในบริเวณนั้น

                    การบังคับใช้มาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 พ.ศ.2550

                    ได้ดำเนินการไปถึงไหน อย่างไร

                    กลายเป็นประเด็นท้าทายและเป็นการชะโงกหน้าถามแม่ทัพเรือภาคที่ 3แห่งกองทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและในฐานะแกนนำตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.ท่านจะดำเนินการอย่างไร

                    เมื่อทราบข้อมูลในวันนี้

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คงจะไม่มีเวลาในการติดตามและสั่งการในเรื่องนี้เพราะกำลังชุลมุนกับการเก็บข้าวของสัมภาระเพื่อย้ายไปสู่ตำแหน่งที่สูงลิ่วในฐานะ

                    รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

                    จึงไม่หันมามองเรื่องจิ๊บจ๊อยอย่างนี้

                    จึงหลีกไม่พ้นที่แม่ทัพเรือภาคที่ ๓ แห่งกองทัพเรือภาคที่ 3 จะต้องสั่งการให้นายทหารในบังคับบัญชาของท่านออกไปดำเนินการตรวจสอบและ

                    หากจำเป็นจะต้องรื้อถอน โดยใช้แรงงานของเทศบาลตำบลราไวย์ ภายใต้คำสั่งตามมาตรา 44

                    เหลือแค่คำถามเดียวเท่านั้นที่จะกระซิบถามเบาๆว่า

                    แม่ทัพเรือภาคที่ 3 แห่งกองทัพเรือภาคที่ 3 ที่ดูแลเกาะภูเก็ต.....กล้าสั่งการไหม ?
                                                                                                                                                                                                                                                     ทีมข่าวการเมือง
     
    เข้าชม : 749
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน