[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: จากสำนึกสู่ปากกา
  • บิ๊กไบค์กับถนนในภูเก็ต
    จากสำนึกสู่ปากกา : อัพเดทเมื่อ จันทร์ ที่ 17 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2558


                    กระแสเห่อบิ๊กไบค์กระจายและขยายวงในภูเก็ต และคนที่อยากจะขี่บิ๊กไบค์ร่างกายไม่ได้แกร่ง กล้ามแขนและกล้ามขาไม่ได้เป็นมัดๆ เหมือนกับคนต่างชาติ เมื่อผนวกกับกำลังแรงของเครื่องที่มีมากกว่า ๖๐๐ ซีซี ขึ้นไปจนถึง ๑,๘๐๐ ซีซี. ที่มีพลังแรงเท่ากับรถยนต์

                    ทำให้โอกาสพลาดพลั้งและเสียหลัก

                    มีมากกว่ารถจักรยานยนต์ปกติ

                    ผมขับรถในจังหวัดภูเก็ตในระยะหลัง จะพบว่า คนขับขี่บิ๊กไบค์ ไม่ปฏิบัติตามกฎการจราจร นั่นคือ มีเลนรถจักรยานยนต์ให้ขับขี่ แต่ไม่ยินยอมที่จะขับขี่ในเลนของตัวเอง ตรงกันข้ามกลับขับขี่ในเลนสำหรับรถวิ่งปกติ แถมขับด้วยลีลาฉวัดเฉวียน ด้วยความเร็ว

                    ทำให้โอกาสที่จะพลาด ล้มและตายเกิดขึ้นง่าย

                    ถ้าหากว่า เราพิจารณาจากวงล้อยางของรถบิ๊กไบค์แล้ว แทบจะบอกได้ว่า วงล้อและยางเหมาะสมที่จะใช้ในสนามแข่งขันมากกว่าที่ขับขี่บนถนนหลวง

                    และยิ่งหากเป็นถนนที่มีหลุมบ่อและลูกคลื่นอันเนื่องมาจากยางมะตอยผสมกับก้อนหินไม่ค่อยจะได้คุณภาพ เมื่อเจอยางล้อรถบรรทุกบด เบรก และเจอแดดในยามร้อนจัดจนกระทั่งยางมะตอยละลายด้วยแล้ว

                    โอกาสที่จะเสี่ยงสูงมากกว่าปกติ

                    ล้อรถจักรยานยนต์ จะขึ้นกับการทรงตัวของคนขับขี่

                    หากการทรงตัวดี ข้อแขนแกร่ง และสามารถดึงการทรงตัวของแฮนด์รถได้ ย่อมจะไม่มีโอกาสประสบอุบัติเหตุได้

                    แต่สำหรับรถบิ๊กไบค์ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง แรงม้าสูง หากเสียหลักเพียงแค่นิดเดียว

                    นั่นหมายถึง โอกาสที่รถจะล้มคว่ำได้ทันทีทันควันเช่นเดียวกัน

                    ถนนของภูเก็ตหลายแห่งโหด ไม่ว่าจะเป็นถนนเข้าไปยังป่าตอง หรือถนนไปยังหาดกะตะ ที่มีความคดเคี้ยวเลี้ยวไปมา ย่อมยากต่อการทรงตัวและเลี่ยงหลบสำหรับเส้นทางที่มีการสัญจรหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นรถบัสขนาดกลางหรือขนาดใหญ่  รถตู้ รวมไปถึงรถกะบะหรือรถบรรทุกน้ำและรถเก๋ง ไม่นับรถจักรยานยนต์ปกติ

                    การบิดด้วยความเร็วและการเข้าโค้งด้วยความเร็ว

                    หากถนนเป็นลูกคลื่นนิดเดียว การประคองรถย่อมจะสูญเสียไป และนั่นหมายถึงการล้มคว่ำจะเกิดขึ้นทันทีทันควันเช่นเดียวกัน

                    อดีตเมื่อสมัยวัยรุ่น ผมใช้คาวาซากิแค่ ๑๐๐ ซีซี.พอวิ่งเร็วสัก ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แค่เจอถนนลูกคลื่น ดึงแฮนด์ไม่รู้ทำให้ต้องเสียหลักล้มคว่ำและผมเกือบตายจากรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำหลายครั้งแล้วทั้งที่ระนองและที่กรุงเทพฯ

                    จนทำให้ผมต้องยุติการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างสิ้นเชิงและหันมาขับขี่รถยนต์แทน

                    ผมดูคลิปการประสบอุบัติเหตุของรถบิ๊กไบค์คันหนึ่งที่ส่งกันต่อๆ  รถวิ่งแข่งขันกันมาด้วยความเร็วสูงบนถนนหลวง และท้ายสุดรถคันหนึ่งเกิดเสียหลัก รถล้มคว่ำ และคนขับขี่พุ่งด้วยความเร็วสูงตามแรงเหวี่ยงของรถบิ๊กไบค์และท้ายสุดคนขับขี่หัวกระแทกฟุตบาธก่อนจะกระเด็นขึ้นไปตายคาที่บนสนามหญ้าเลยฟุตบาธไปนิดหนึ่ง

                    ส่วนรถบิ๊กไบค์ก็ไปกระแทกเอาฟุตบาธก่อนจะหยุดนิ่ง พร้อมๆกับวิญญาณที่หลุดออกจากร่างของคนขับขี่ไป

                    ถามว่า คุ้มค่ากับการสูญเสียไหม

                    อดีตที่ผ่านมา ผมเป็นคนชอบขับรถเร็ว ขับรถจากกรุงเทพมาภูเก็ต ผมจะใช้เวลาไม่เคยเกิน ๘ ชั่วโมงแต่อย่างใด แต่ระยะหลัง ผมกลับขับแบบเอ้อระเหยกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ  ผมขับทางอ้อมที่ไม่ค่อยจะมีรถและถนนค่อนข้างจะดีแม้นว่า

                    จะต้องอ้อมไปบ้าง

                    การตายของคนขับขี่ยวดยานโดยเฉพาะรถบิ๊กไบค์ นั่นหมายถึงคนมีฐานะจากไปคนหนึ่ง แล้วคนที่อยู่ข้างหลังไม่ว่าพ่อแม่หรือครอบครัวจะคิดอย่างไร จะเสียใจอย่างไร ผมเขียนให้คนขับขี่บิ๊กไบค์คิดครับ

    เข้าชม : 431
    จากสำนึกสู่ปากกา 10 อันดับล่าสุด
          แวะวัดหนองพะองของหลวงปู่ทองอยู่
          ทางลอดที่สามแยกบางคูเชื่อมบายพาส (2)
          ทางลอดที่สามแยกบางคูเชื่อมบายพาส(1)
          ความซื่อสัตย์
          อาลัยแป๊ะล้าน หมี่ล๊กเที้ยน
          ทำไมต้องสร้างอุโมงค์ลอด
          อุโมงค์ลอดที่สี่แยกโลตัส (๒)
          อุโมงค์ลอดที่สี่แยกโลตัส(๑)
          ระวังฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตแตก
          ประเพณีถือศีลกินผัก
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน