[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • ราคาเครื่องออกกำลังกายกรมพลศึกษา ยิ่งรู้ ยิ่งกล้าถาม คสช.ใจถึง กล้าปราบไหม?
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ อาทิตย์ ที่ 30 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2558



                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า “ครูหยุย”นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้นำเรื่องการจัดซื้อเครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลังกายของกรมพลศึกษาที่ราคาแพงเกินจริงอภิปรายในสภานิติบัญญัติแห่งชาติในฐานะ สนช.ที่ได้รับการคัดสรรมาจากคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติหรือ คสช.

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า หลังการอภิปรายของนายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์ ส่งผลให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรีได้ตั้ง ศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ หรือ ศอ.ตช. โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นประธาน มีพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการ โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการการป้องกันทุจริตในภาครัฐหรือ ปปท.ทำหน้าที่เลขาธิการ และรวมเอาหน่วยงานหลักภายในกระทรวงยุติธรรมมาทำหน้าที่ในการสอบสวน ตรวจสอบและยกระดับเรื่องการจัดซื้อเครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลังกายของกรมพลศึกษาและกรมการท่องเที่ยวรวมไปถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้ามาเป็นกรณีศึกษาประเดิมการตรวจสอบ โดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันการฟอกเงินหรือ ปปง.เข้ามาร่วมทำการตรวจสอบ

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า มีการตรวจสอบสัญญาการจัดซื้อในส่วนของกรมพลศึกษา  14  สัญญาและกรมการท่องเที่ยว 12  สัญญา  และจนบัดนี้ คณะทำงานการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ.ได้สรุปเรื่องส่งให้กับสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.ดำเนินการตามมาตรา 14  และมาตรา 15  แห่งพระราชบัญญัติฮั้ว ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ หรือ ปปท.ทำการสอบสวนและสรุปสำนวนแล้ว แต่ยังเข้าคิวรอคณะกรรมการ ปปท.พิจารณาว่า จะรับสำนวนการสอบสวนหรือไม่และจะส่งต่อให้กับคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.เมื่อไหร่ ไม่มีใครทราบนอกจากพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนาจการต่อต้านทุจริตแห่งชาติหรือ ศอ.ตช.ที่เริ่มต้นเป็นต้นไม้ไผ่แต่พอเหลาลงไปเริ่มจะกลายเป็นข้าวหลามที่ไร้น้ำยา

                    ห้ามลืมเป็นอันขาด กรมพลศึกษา โดยนางแสงจันทร์  วรสุมันต์ อธิบดี ได้ลงนามในสัญญาทั้งสิ้น 14  สัญญาที่ปรากฏในสำนวนการตรวจสอบ และหากพิจารณาหยิบยกขึ้นมามองจะพบว่า

                    กระบวนการด้านราคาเป็นไปอย่างค่อนข้างมีเงื่อนงำด้านราคาที่แพงเกินกว่าท้องตลาด

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ในสัญญาลำดับที่ 2  ของการตรวจสอบอันเป็นสัญญาเลขที่ ซ.36/2556ที่ทำขึ้นเมื่อวันที่ 15   ตุลาคม 2556  ระหว่างนางแสงจันทร์  วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา กับ นางสาวลภัสธร รัตนศรี ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันกับบริษัทไทยเวิร์คฟิตเนสจำกัด

                    เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์การออกกำลังกายและเครื่องเล่นนันทนาการกลางแจ้ง จำนวน 14  รายการ

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า สำนักข่าวอิศรา ภายใต้การกำกับดูแลของสถาบันอิศรา ได้เคยนำเสนอรายงานในเว็ปไซต์ของสำนักข่าวอิศรา เมื่อวันอังคารที่ 10  กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 08.37 น. โดยโปรยหัวไว้ว่า หลักฐานมัด!เครื่องเล่นนันทนาการชุดละ 4,204 บาท ทำสัญญาซื้อ 49,005 บาท และรายงานเรื่อง ใบเสร็จ! เครื่องเล่นนันทนาการ “สปริงโยกคู่” 4,930 บาท จัดซื้อชุดละ 49,302 บาท โดยปรากฏขึ้นในเว็ปไซต์สำนักข่าวอิศราเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12   กุมภาพันธ์ 2558  เวลา 12.20 น.

                    กลายเป็นสิ่งเร้าใจให้ชวนติดตามเข้าไปตรวจสอบอย่างยิ่ง ถ้าข้อมูลของสำนักข่าวอิศราเรื่องราคาเครื่องออกกำลังกายที่ปรากฏ เป็นเอกสารจริง ถูกต้อง และตรวจสอบได้

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า สัญญานี้ได้นำเอาหลักทรัพย์ค้ำประกันสัญญาของธนาคารกรุงไทยจำกัดเลขที่ ค.อบ.00019/200313/0206/56 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2556 วงเงิน1,485,000 บาท และหากผิดสัญญาจะปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.20

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ครุภัณฑ์การออกกำลังกายและเครื่องเล่นนันทนาการกลางแจ้งจำนวน 14  รายการ ถูกกำหนดสถานที่ติดตั้งเอาไว้ 30  ชุดใน 30  จุด โดยทั้งหมดจะติดตั้งใจอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี นับจาก

                    ชุมชนหนองเหล่า  หมู่ที่1ถึงหมู่ที่ 11 ตำบลหนองเหล่า อำเภอเขื่องใน อุบลราชธานี รวม11แห่ง,ชุมชนบ้านกวางคำ-โนนธาตุ เทศบาลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน,ชุมชนท่าไห  บ้านโนนจาน หมู่ 7 ตำบลท่าไห อำเภอเขื่องใน,ชุมชนธาตุน้อย หมู่7ตำบลธาตุน้อย อำเภอเขื่องใน,ชุมชนบ้านกุดกระเสียน หมู่ 10 ตำบลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน,ชุมชนบ้านหนองห้างหนองกวาง ตำบลศรีสุข อำเภอเขื่องใน,ชุมชนสร้างถ่อ ตำบลสร้างถ่อ อำเภอเขื่องใน,ชุมชนบ้านนาโพธิ์ หมู่ 8 ตำบลค้อทอง อำเภอเขื่องใน,บ้านกลางใหญ่ หมู่ 9 ตำบลกลางใหญ่ อำเงใหญ่ อำเภอเขื่องใน,ชุมชนบ้านหนองโนหนองตูม ตำบลซีทวน อำเภอเขื่องใน,อบต.โพนเมือง ตำบลโพนเมือง อำเภอเหล่าเสือโก๊ก,ชุมชนซีทวน หมู่ 4,5ตำบลซีทวน อำเภอเขื่องใน,ชุมชนซีทวน หมู่ 10 ตำบลซีทวน อำเภอเขื่องใน,ชุมชนบ้านไผ่ ตำบลกลางใหญ่ อำเภอเขื่องใน,ชุมชนก้อเอ้ ตำบลก้อเอ้ อำเภอเขื่องใน,ตลาดยางขี้นก หมู่ที่ 1 ตำบลยางขี้นก อำเภอเขื่องใน,ชุมชนบ้านกอก หมู่ 4 เทศบาลบ้านกอก อำเภอเขื่องใน,ชุมชนบ้านธาตุลุ่ม หมู่ 4,5ตำบลสหธาตุ อำเภอเขื่องใน,ชุมชนโนนรัง หมู่ 7 ตำบลโนนรัง อำเภอเขื่องในและชุมชนโนนรัง หมู่ 3 ตำบลโนนรัง อำเภอเขื่องใน

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า มีการกำหนดรายการครุภัณฑ์ไว้ทั้งสิ้น 14 รายการประกอบด้วย

                    สถานีเสริมสร้างสมรรถภาพการเคลื่อนไหวร่างกาย จำนวน 30  ชุด วงเงิน 2,010,000 บาท หรือชุดละ  67,000 บาท,สถานีพัฒนาสมรรถภาพทางกลไกของร่างกาย จำนวน 30  ชุด วงเงิน 1,020,000 บาท ชุดละ  34,000 บาท,สถานีเสริมสร้างความอ่อนตัวและข้อต่อ จำนวน 30  ชุดวงเงิน  1,700,000 บาท ชุดละ 59,000  บาท,สถานีสร้างเสริมทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย จำนวน 60  ชุด วงเงิน 3,120,000  บาท ชุดละ 52,000 บาท,สถานีพัฒนาความยืดหยุ่นของข้อต่อและกลไกการเคลื่อนไหว จำนวน 30  ชุดวงเงิน 1,050,000 บาท ชุดละ  35,000 บาท,สถานีเสริมสร้างพลังและความทนทาน จำนวน 30  ชุดวงเงิน 1,320,000บาท ชุดละ  44,000 บาท,สถานีพัฒนาสมรรถภาพร่างกายและความสมบูรณ์ของร่างกาย  จำนวน 60  ชุดๆละ  45,000 บาทวงเงิน  2,700,000 บาท,สถานีพัฒนาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของข้อต่อ  30  ชุดๆละ  45,000 บาทวงเงิน 1,350,000บาท,สถานีพัฒนาความแข็งแรงและยืดหยุ่นของร่างกาย 30 ชุดๆละ 55,000 บาทวงเงิน  1,650,000 บาท, สถานีพัฒนาทรวดทรงและความคล่องตัว  60   ชุดๆละ  52,000 บาทวงเงิน 3,120,000 บาท,สถานีพัฒนาความสัมพันธ์ของประสาทตาหูมือเท้า  30  ชุดๆละ  44,000 บาทวงเงิน  1,320,000 บาท,สถานีผ่อนคลายและบำบัดกล้ามเนื้อหลัง-แขน 30 ชุดๆละ 53,000 บาทวงเงิน 1,590,000 บาท,สถานีพัฒนาความคล่องตัวและประสาทสัมพันธ์ 30 ชุดๆละ  56,000 บาทวงเงิน  1,680,000  บาทและสถานีทดสอบความพร้อมทางกลไกของร่างกาย 30 ชุดๆละ  200,000   บาทวงเงิน 6,000,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 29,700,000 บาท

                    ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า  สำนักข่าวอิศรา  เคยนำเสนอเรื่องราคาเมื่อ เวลา  08.37 น.วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์  2558   พาดหัวว่า  “หลักฐานมัด! เครื่องเล่นนันทนาการชุดละ 4,204 บาท ทำสัญญาซื้อ 49,005 บาท”  ยิ่งไปกว่านั้น  สำนักข่าวอิศรา ยังตามเจาะติดด้วยการนำขึ้นมาพาดหัวเมื่อเวลา  12.20 น.วันพฤหัสบดีที่  12   กุมภาพันธ์  2558   พาดหัวว่า “ใบเสร็จ!  เครื่องเล่นนันทนาการ “สปริงโยกคู่”  4,930 บาท จัดซื้อชุดละ 49,302 บาท”  ก่อนที่จะมีข่าวตามมาอีกด้วยการพาดหัวเมื่อเวลา  20.00 น.วันอาทิตย์ที่  15   กุมภาพันธ์  2558   ว่า  “เปิดสัญญา ฉ.3 “สปริงโยกม้า” 4,507 บาท ทุ่มซื้อ 32,600 บาท – เมียอดีต ส.ส.ฟัน 83.8 ล.”  ย่อมเปิดราคาครุภัณฑ์นันทนาการที่มีรายชื่อตรงกัน

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า  กรมพลศึกษาซื้อรายการครุภัณฑ์การออกกำลังกายและเครื่องเล่นนันทนาการกลางแจ้ง จำนวน  14   รายการ วงเงิน  29,700,000 บาท

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า  กรมพลศึกษา ซื้อ สถานีเสริมสร้างสมรรถภาพการเคลื่อนไหวร่างกาย  30 ชุดๆละ  67,000 บาท วงเงิน  2,010,000 บาท แต่จากราคาในสำนักข่าวอิศรานำเสนอกลับพบว่า มีราคาเพียงแค่ชุดละ  13,157.61 บาท หากซื้อ 30  ชุดจะเป็นเงินแค่  394,728.30 บาท ราคาต่างกันถึง  1,615,271.70บาท

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า  กรมพลศึกษา ซื้อ สถานีพัฒนาสมรรถภาพทางกลไกของร่างกาย ชุดละ 34,000 บาท จำนวน 30   ชุดเป็นเงิน  1,020,000 บาท แต่ราคาที่ปรากฏในสำนักข่าวอิศราเพียงแค่ชุดละ  8,299.31 บาท หากซื้อ 30  ชุดจะเป็นเงิน  248,979.30  บาท ราคาต่างกันถึง 771,020.70 บาท

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า กรมพลศึกษา ซื้อ สถานีเสริมสร้างความอ่อนตัวและข้อต่อ  ชุดละ 59,000 บาทจำนวน  30   ชุด ในวงเงิน1,770,000 บาท แต่ในสำนักข่าวอิศรากลับค้นเจอแค่ราคาชุดละ 11,450.14  บาท หากซื้อ 30 ชุดจะเป็นเงินแค่  343,504.20  บาท ราคาต่างกันถึง  1,426,495.80 บาท

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า  กรมพลศึกษา ซื้อ สถานีสร้างเสริมทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย ชุดละ  52,000 บาท จำนวน  60 ชุด วงเงิน  3,120,000 บาท แต่สำนักข่าวอิศราได้นำเสนอราคาที่ปรากฏในหลักฐานเพียงแค่ชุดละ  9,792.88 บาท หากซื้อ 30  ชุดเป็นเงิน 587,572.80 บาท ราคาต่างกันถึง  2,532,427.20  บาท

               ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า  กรมพลศึกษา ซื้อ สถานีพัฒนาความยืดหยุ่นของข้อต่อและกลไกการ เคลื่อนไหว  กรมพลศึกษาซื้อ ชุดละ 35,000 บาทจำนวน  30 ชุดเป็นเงิน 1,050,000 บาท แต่สำนักข่าวอิศรานำเสนอราคาปรากฏเป็นหลักฐานที่ชุดละ  8,655.71  บาท หากซื้อ 30  ชุดจะเป็นเงิน 259,671.30  บาท ราคาแตกต่างกันถึง  790,328.70 บาท

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า กรมพลศึกษาจัดซื้อ สถานีเสริมสร้างพลังและความมทนทาน ชุดละ  44,000 บาท จำนวน 30   ชุด วงเงิน  1,320,000 บาท แต่ปรากฏหลักฐานของสำนักข่าวอิศราราคาชุดละ  8,286.28  บาท  หากซื้อจำนวน  30   ชุด จะเป็นเงิน  248,588.40  บาท ราคาแตกต่างกันถึง  1,071,411.60บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า  กรมพลศึกษา จัดซื้อสถานีพัฒนาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของข้อต่อ ชุดละ  45,000 บาทจำนวน  30   ชุดเป็นเงิน  1,350,000   บาท แต่สำนักข่าวอิศราเคยนำเสนอที่ราคาชุดละ 7,218.02.บาท หากซื้อ 30  ชุดจะเป็นวงเงิน  216,540.60  บาท ราคาจะแตกต่างกันถึง  1,133,459.40  บาท

                    ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า  กรมพลศึกษา จัดซื้อ สถานีพัฒนาความแข็งแรงและยืดหยุ่นของร่างกาย ราคาชุดละ  55,000 บาท จำนวน  30   ชุดวงเงิน  1,650,000  บาท แต่สำนักข่าวอิศรานำเสนอจากหลักฐานพบว่ามีราคาชุดละ  10,144.42  บาท หากซิ้อจำนวน  30  ชุด ราคาเพียงแค่  304,332.60   บาท ราคาแตกต่างกันถึงชุดละ 1,345,667.40 บาท

                    ต้องไม่ลืมว่า  กรมพลศึกษา จัดซื้อ สถานีพัฒนาทรวดทรงและความคล่องตัว ชุดละ  52,000 บาท จำนวน  60   ชุด วงเงิน 3,120,000 บาท  แต่ปรากฏราคาในหลักฐานของสำนักข่าวอิศราชุดละ  8,450.57 บาท หากซื้อ 60  ชุดจะเป็นเงินแค่  507,034.20   บาท ราคาแตกต่างกันลิบลับถึง 2,612,965.80  บาท

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กรมพลศึกษา จัดซื้อ สถานีพัฒนาความสัมพันธ์ของประสาทตาหูมือเท้า ชุดละ  44,000 บาทจำนวน  30   ชุดเป็นเงิน  1,320,000  บาท แต่หลักฐานจากสำนักข่าวอิศรานำเสนอที่ราคาชุดละ  8,386.72 บาท หากซื้อ 30 ชุดเป็นเงิน  251,601.60   บาท ราคาแตกต่างกันถึง 1,068,398.60 บาท

                    ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า  กรมพลศึกษา จัดซื้อสถานีผ่อนคลายและบำบัดกล้ามเนื้อหลัง-แขน ชุดละ 53,000 บาท  จำนวน  30  ชุด วงเงิน  1,590,000 บาท แต่หลักฐานของสำนักข่าวอิศรานำเสนอราคาชุดละ  9,841.36  บาท หากซื้อ 30  ชุดราคาแค่  295,240.80   บาท ราคาแตกต่างกันถึง 1,294,759.20 บาท

                    ยิ่งมองไปที่ กรมศึกษา ซื้อ สถานีพัฒนาความคล่องตัวและประสาทสัมพันธ์ ชุดละ 56,000 บาท จำนวน  30   ชุดเป็นเงิน  1,680,000 บาท  แต่สำนักข่าวอิศรานำหลักฐานมาเสนอราคาชุดละ 9,103.31 บาท หากซื้อจำนวน  30  ชุด ราคาเพียงแค่  273,099.30   บาท ราคาแตกต่างกันมากถึง  1,046,900.70บาท

                    ต้องตามเอกสารของสำนักข่าวอิศราที่นำเสนอราคา สถานีทดสอบความพร้อมทางกลไกของร่างกาย ที่ชุดละ  112,693.41  บาท แต่กรมศึกษาจัดซื้อชุดละ  200,000  บาท และซื้อ 30  ชุดเป็นวงเงินสูงถึง 6,000,000 บาท แต่หากเป็นไปตามสำนักข่าวอิศรา จำนวน 30  ชุดจะเป็นเงินแค่  2,619,197.70  บาท ราคาจะแตกต่างสูงถึง  2,619,197.70  บาท

                    และหากตรวจสอบจากจำนวน  13  รายการในจำนวนทั้งสิ้น  14  รายการ จะพบว่า หากราคาเป็นไปตามสำนักข่าวอิศราจะรวมกันแค่วงเงินทั้งสิ้น  7,311,695.70 บาท ราคาจะแตกต่างกันกับกรมพลศึกษาที่ซื้อ  29,700,000บาทถึง  19,688,304.50 บาท

                    กลายเป็นประเด็นที่จะต้องหันหน้าไปถาม พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ในฐานะประธานศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติว่า  ใครเป็นคนเขียน TOR ?  ใครเป็นคนกำหนดและสืบค้นราคากลาง ? ใครเป็นกรรมการ TOR บ้าง? และใครเป็นกำหนดว่า พื้นที่ใดต้องการเครื่องออกกำลังกายแบบใด?

                    เหตุใดครุภัณฑ์ชุดนี้ถึงเน้นไปลงเพียงแค่อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานีเพียงแค่แห่งเดียว

                    เป็นคำถามที่พลเอกไพบูลย์  คุ้มฉายา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านทุจริตแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะต้องตอบคำถามสังคม.....

                    กลายเป็นประเด็นที่จะต้องหันหน้าไปถาม คณะกรรมการ ปปช.ว่า  ท่านจะกล้าหาญชาญชัยในการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนโดยไม่ชักช้าหรือไม่.....

                    ฤา เพียงแค่วันนี้ตั้งแต่ประธานกรรมการ ปปช.  กรรมการ ปปช.  เลขาธิการ ปปช. กำลังยืนขาสั่น มือสั่น ไร้ความกล้าหาญในการจรดปากกาแต่งตั้งคณะอนุไต่สวนในเรื่องนี้

                    ฤา การปราบคอรัปชั่นของคณะกรรมการ ปปช.และพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นเพียงแค่การถลุงงบประมาณหว่านจ้างบริษัทเอกชนทำป้าย ทำโฆษณาต้านคอรัปชั่นเท่านั้น.....เท่านั้นจริงๆ

                                                                                                                                                                                                                                          ทีมข่าวการเมือง
    เข้าชม : 627
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน