[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • เครื่องเล่นเด็ก เครื่องออกกำลังกาย รีเทิร์นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเพิ่งตื่นชี้รัฐเสียหาย ต้องเอาเรื่อง
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ จันทร์ ที่ 21 เดือน กันยายน พ.ศ.2558


                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า  ครูหยุยแห่งมูลนิธิเด็ก อภิปรายไม่ไว้วางใจในสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปีเศษ ส่งผลให้พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบ และในฐานะนายกรัฐมนตรี ประกาศตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช) โดยมีพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ประธาน  พลเอกไพบูลย์  คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่ผู้อำนวยการและเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐหรือ ปปท.ทำหน้าที่เลขานุการ ดำเนินการสอบสวน โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สรุปประเด็นความเสียหายและข้อกล่าวโทษไว้ 5 ประเด็น  ส่วน ปปท.ได้สรุปผลการสอบสวนส่ง ปปช.ไปเรียบร้อยแล้ว

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า  สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ที่มีนายพิศิษฐ์  ลีลาวชิโรภาส ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ได้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อเครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลงกายของกรมการท่องเที่ยวมาก่อนหน้าที่พลเอกประยุทธ์จะดำเนินการจนถึงวันนี้ไม่น้อยกว่า  2  ปี

                    แต่แล้วจู่ ๆ เมื่อวันที่  17  กันยายน  2558  หนังสือพิมพ์มติชน ได้ตีพิมพ์พาดหัวข่าวว่า

        “สตง.สอบกรมท่องเที่ยวทำรัฐสูญกว่า  30 ล.”



                    โดยเนื้อหาข่าวระบุว่า ถึงการเปิดเผยของผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดินที่ให้ข่าวว่า  สตง.ได้เข้าตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการอย่างยั่งยืนของกรมการท่องเที่ยว  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วงเงิน  467 ล้านบาท พบว่า ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทำให้ราชการเสียหาย  30.13 ล้านบาท  ทั้งนี้โครงการดังกล่าว กรมการท่องเที่ยวได้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเปลี่ยนแปลงรายการงบลงทุนค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เป็นครุภัณฑ์ที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่า 1 ล้านบาท  ซึ่งกรมการท่องเที่ยว ได้ดำเนินการจัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องเล่นนันทนาการ  เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง และเครื่องดนตรี  โดยจัดสรรให้กับจังหวัดทั้งหมด  44 จังหวัด  เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น  ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมีสุขภาพแข็งแรง  แต่ผลปรากฏว่า มีการจัดสรรซ้ำซ้อนกับกรมพลศึกษา จัดซื้อในราคาแพงและสถานที่ติดตั้งไม่เหมาะสม

                    กลายเป็นประเด็นที่จะต้องตรวจสอบการทำงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง.ว่า ให้ข่าวน่าเชื่อถือหรือไม่

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมพลศึกษาและกรมการท่องเที่ยว จัดซื้อเครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลังกายนับแต่ปี  2544  เป็นต้นมา  แต่ศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ หรือ  ศอ.ตช.ของพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  ประธาน ตั้งใจสอบนับแต่ปี  2555 จนถึงปี  2557 โดยตั้งใจละเว้นการสอบสวนในปีงบประมาณ  2554

                    เพียงแค่การตรวจสอบในปีงบประมาณ  2555 จนถึงปีงบประมาณ  2557 พบว่า ในส่วนของกรมการท่องเที่ยว มีการตรวจสอบทั้งสิ้น  12 สัญญา นับจากลำดับที่หนึ่ง  สัญญาเลขที  ก 2/2555วงเงินตามสัญญา  65,590,000 บาท ของห้างหุ้นส่วนจำกัดมีอุดม, สัญญาที่สอง สัญญาเลขที่ ช 13/2555 วงเงิน  7,900,000 บาททำกับบริษัทยูไนเต็ค สปอร์ต ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด ,สัญญาที่สาม เลขที่ ช 14/2555 วงเงิน  232,300,000 บาท ทำกับบริษัทไลฟ์สตรอง เซอร์วิสจำกัด ,สัญญาที่สี่เลขที่ ช.15/2555 วงเงิน  14,815,500 บาททำกับบริษัทซันสปอร์ต มาร์เก็ตติ้งจำกัด ทั้งหมดนี้ได้มาจากงบแปรญัตติปี  2555  แค่ปีงบประมาณ  2555 ปีเดียวซื้อถึง 320,605,500 บาท

                    ปี 2556 กรมการท่องเที่ยวจัดซื้อโดยเป็นไปตามงบแปรญัตติปี 2556 จำนวน 6 สัญญาคือ สัญญาที่ห้าเลขที่ 89/2556 วงเงิน  16,825,000 บาท กับห้างหุ้นส่วนจำกัดมีอุดม, สัญญาที่หก เลขที่ 90/2556 วงเงิน  73,260,000  บาทกับบริษัทอินโนเวิร์ลเอ็ดดูเคชั่นจำกัด, สัญญาที่เจ็ด เลขที่ 92/2556 วงเงิน  93,999,000  บาท ทำกับบริษัทไลฟ์สตรอง เซอร์วิสจำกัด,สัญญาที่แปด เลขที่  99/2556 วงเงิน  16,770,000 บาททำกับบริษัทพีเจ.ดีไซน์จำกัด,สัญญาที่เก้า เลขที่ 94/2556 วงเงิน 90,900,000 บาททำกับบริษัทอินโนเวิร์ลเอ็ดดูเคชั่นจำกัด,สัญญาที่สิบ เลขที่  98/2556 วงเงิน  83,890,000 บาททำกับบริษัทอินโนเวิร์ล เอ็ดดูเคชั่นจำกัด ในการใช้งบแปรญัตติของปี 2556 เป็นวงเงินทั้งหมด  375,644,000 บาท

                    ปี  2557 กรมการท่องเที่ยวจัดซื้อโดยเป็นไปตามงบแปรญัตติปี  2557 จำนวน 2 สัญญา คือสัญญาที่สิบเอ็ด เลขที่  5/2557  วงเงิน  10,850,000 บาทกับบริษัทยูไนเต็ค สปอร์ต ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด และสัญญาสิบสองเลขที่  17/2557 วงเงิน  8,000,000 บาททำกับบริษัทภูริอินเตอร์จำกัด รวมวงเงินทั้งหมด  18,850,000 บาท

                    แค่  3 ปีงบประมาณที่ตรวจสอบจาก  4 ปีงบประมาณ เป็นการใช้เงินงบประมาณจัดซื้อทั้งสิ้น  715,099,500  บาท ต่างกับที่ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดินกล่าวถึง  467ล้านบาท  ยอดตรวจสอบแตกต่างกันถึง  248,099,500  บาท

                    กลายเป็นประเด็นที่ต้องตั้งข้อสงสัยต่อการทำงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน  พิศิษฐ์  ลีลาวชิโรภาส ว่า

                    เล่นอะไร?  สอบเพื่อช่วยเหลือหรือเพื่อล้มมวย หรือไม่?

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ตามเนื้อหาข่าวในหนังสือพิมพ์มติชนที่นายพิศิษฐ์  ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการนำเสนอในความผิดปกติว่า มีหนึ่ง  เครื่องออกกำลังกายและเครื่องเล่นนันทนาการมีราคาสูงผิดปกติ  สองกำหนดราคากลางงานเทพื้นคอนกรีตไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ทำให้ราคากลางสูงเกินไป  สามการจัดซื้อมีลักษณะแบ่งซื้อแบ่งจ้าทำให้อาจสั่งซื้อเปลี่ยนไป  สี่มีการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน  ห้าการส่งมอบของไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้องตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนด  หกแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ขาย และเจ็ดสถานที่ติดตั้งไม่เหมาะสม ติดตั้งในพื้นที่ห่างไกลชุมชนและพื้นที่เอกชน

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายพิศิษฐ์ ยังให้ข่าวอีกว่า เมื่อ สตง.ตรวจสอบในเชิงลึกในการดำเนินงานของคณะกรรมการร่าง ทีโออาร์  คณะกรรมการประกวดราคา  คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ  คณะกรรมการตรวจรับ  ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการพบว่า ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทำให้ราชการเสียหายเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น  30.13  ล้านบาท  โดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีมติให้ สตง.แจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนทางวินัยและทางละเมิดต่อคณะกรรมการ ทีโออาร์  คณะกรรมการประกวดราคา  คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ  คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ  อธิบดีกรมการท่องเที่ยว  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ข่าวเดียวกันนี้ปรากฏในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันที่  16 กันยายน 2558 ด้วย

                    กลายเป็นประเด็นที่จะต้องถามนายพิศิษฐ์  ลีลาวิโรภาส ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดินว่า ในอดีตที่ผ่านมา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเคยตั้งข้อกล่าวหาหลายต่อหลายเรื่องหากนับย้อนหลับไปจากวันนี้ถึงหกปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่นายพิศิษฐ์ ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการรักษาราชการผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน ได้เคยตรวจสอบและติดตามไหมว่า ที่สั่งลงโทษทั้งหมด เคยประสบผลสำเร็จกี่คดี  และเคยมีการดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงหรือไม่

                    นอกจากการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและสอบวินัยไม่ร้ายแรงเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กันและกันและมีผลสรุปไม่มีบุคคลใดกระทำผิดวินัย  ฝ่าฝืนระเบียบ และลงเอยด้วยการสั่งให้ยุติเรื่องและแจ้งต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

                    การออกมาแถลงข่าวของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เป็นการออกแถลงข่าวเพื่อสำแดงผลงานให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.เห็นว่าทำงานเหมือนกันหรือไม่ ? แต่ทำงานจะจริงจังและมีผลสัมฤทธิ์หรือไม่?

                    เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

                    กลายเป็นประเด็นที่ต้องหันไปถามสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่เข้าไปตรวจสอบและเริ่มต้นพบเป็นหน่วยงานแรกว่า

                    ได้ตรวจสอบประเด็นทำสัญญาย้อนหลังหรือไม่ ?

                    ได้ตรวจสอบประเด็น คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ลงนามตรวจรับ  เห็นชอบให้จ่ายเงินแก่บริษัทแต่เพิ่งออกไปลงเลขครุภัณฑ์หรือไม่

                    ได้ตรวจสอบ TOR หรือไม่ว่า  เป็นไปตามหลักสากลที่จะต้องมีคณะกรรมการร่างหรือไม่ การไม่ปรากฏรายนามคณะกรรมการ TOR แต่ปรากฏลอยๆหมายความว่าอย่างไร ?

                    ได้ตรวจสอบราคาที่แตกต่างกันนับสิบเท่าในหลายสัญญา หรือไม่  หากตรวจสอบเหตุใดจึงพบคามเสียหายแค่  30.13 ล้านบาทเท่านั้น และความเสียหายส่วนนี้  คณะกรรมการเฉพาะกิจของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เอามาจากส่วนใด? อย่างไร ? คือคำถามที่นายพิศิษฐ์ ผู้ว่า สตง.จะต้องเร่งค้นหาคำตอบ

                    ได้ตรวจสอบไหมว่า แต่ละบริษัทที่เข้ามาประกวดและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามประกวดราคา แท้ที่จริงแล้วมีคุณสมบัติครบจริงหรือไม่ ? หากไม่ครบตามที่ปรากฏในการตรวจสอบของสำนักข่าวอิศรา  ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน จะดำเนินการเยี่ยงใดต่อ

                    ได้ทำการตรวจสอบในเชิงลึกไหมว่า  ใครคือคนเขียนสเป็คและกำหนดราคากลางการเทพื้นคอนกรีตและใครเป็นคนใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไปรับจ้างเทคอนกรีต ? ใครสั่งให้คนใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไปกำหนดสเป็คและรับจ้างเทคอนกรีต? หลังการเกษียณอายุของคนใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไปเขียนสเป็คและรับจ้างเทคอนกรีตไปทำงานกับใคร ? ใครเป็นคนจ้างไปเป็นที่ปรึกษาประจำตัวใคร?และใคร? และใครเป็นคนลงนามในคำสั่งยกเลิกการจ้างทันทีที่มีข่าวออกมา?

                    กลายเป็นประเด็นที่สังคมจะต้องสอบถามนายพิศิษฐ์  ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการในการตรวจสอบทั้งหมด

                    กลายเป็นประเด็นท้าทายและควรค่าแก่การตั้งคำถามในศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติหรือ ศอ.ตช.ของพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน, พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้อำนวยการและเลขาธิการ ปปท.ในฐานะเลขานุการ

                    เพียงแค่มีประเด็นต้องถามว่า ประธาน,ผู้อำนวยการและเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติหรือ ศอ.ตช.จะมีความกล้าหาญในการตั้งประเด็นคำถามผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดินต่อประเด็นคำถามที่ว่านี้หรือไม่ ?

                    หรือเพียงแค่อ่านผ่านแล้วเชิดหน้าเบือนต่อประเด็นเหล่านี้

                    ฤา  การตรวจสอบทุจริตการจัดซื้อเครื่องเล่นเด็กและเครื่องออกกำลังกายของกรมพลศึกษา  กรมการท่องเที่ยวในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของรัฐบาลชุดนี้  เป็นเพียงแค่การทำน้ำยาที่เชื่องช้ายืดยาดจนกระทั่งขนมจีนบูด

                    เท่านั้น.....

                    เท่านั้นจริงๆ

    เข้าชม : 638
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน