[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • คสช.กล้าฟันโครงการอสังหาริมทรัพย์เอาเปรียบผู้บริโภคไหม ? ฤา แค่ขนมจีนไร้น้ำยา
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ จันทร์ ที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2558
     


                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า รัฐบาลมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า รัฐบาลมีสรรพากร คอยทำหน้าที่จัดเก็บภาษีเงินได้ ในสังกัดกระทรวงการคลัง

                    ต้องไม่ลืมเป็นอันขาดว่า ประเทศไทย ออกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคมาตั้งแต่ปี 2522 โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กำกับรับผิดชอบในตัวพระราชบัญญัติและ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัดทำหน้าที่เป็น คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับจังหวัด คอยทำหน้าที่

                    พิทักษ์ปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภคทั้งหลายทั้งปวงไม่เว้นกระทั่งจังหวัดภูเก็ต

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ในส่วนที่ 2  ทวิ  ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านสัญญา เขียนเอาไว้ใน

                    มาตรา ๓๕ ทวิ ว่า ในการประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการใด ถ้าสัญญาซื้อขายหรือสัญญาให้บริการนั้น มีกฏหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ หรือที่ตามปกติประเพณีทำเป็นหนังสือ คณะกรรมการว่าด้วยสัญญามีอำนาจกำหนดให้การประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการนั้น เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาได้

                    ยังกำหนดอีกว่า

                    ในการประกอบธุรกิจที่ควบคุมสัญญา สัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจทำกับผู้บริโภค จะต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

                 (1)ใช้ข้อสัญญา ที่จำเป็นซึ่งหากมิได้ใช้ข้อสัญญาเช่นนั้น จะทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบผู้ประกอบธุรกิจเกินสมควร

                    (2) ห้ามใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

                    ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และรายละเอียดที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนด และเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นส่วนรวม คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาจะให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนดก็ได้

                    การกำหนดตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยพระราชกฤษฏีกา

                    มาตรา 35 จัตวา เมื่อคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา กำหนดให้สัญญาของการประกอบธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ต้องไม่ใช้ข้อสัญญาใดตามมาตรา 35 ทวิ แล้ว ถ้าสัญญานั้นใช้ข้อสัญญาดังกล่าว ให้ถือว่า สัญญานั้น ไม่มีข้อสัญญาเช่นว่านั้น

                    มาตรา 35  เบญจ คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา มีอำนาจกำหนดให้การประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงินได้

                    ในการประกอบธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน หลักฐานการรับเงินจะต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

                  (1)มีรายการและใช้ข้อความที่จำเป็น ซึ่งหากมิได้มีรายการ หรือมิได้ใช้ข้อความเช่นนั้น จะทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบผู้ประกอบธุรกิจเกินสมควร

                    (2)ห้ามใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

                    ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และรายละเอียดที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญากำหนด

                    การกำหนดตามวรรคหนึ่ง และวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่กำหนดโดยพระราชกฤษฏีกา

                    มาตรา 35 นว ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดสงสัยว่า แบบสัญญา หรือแบบหลักฐานการรับเงินของตนจะเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้  ผู้ประกอบธุรกิจผู้นั้นอาจขอให้คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาให้ความเห็นในแบบสัญญาหรือแบบหลักฐานการรับเงินนั้นก่อนได้ ในกรณีนี้ให้นำมาตรา29มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                    ในมาตรา 55 กำหนดโทษเอาไว้ว่า ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามกฏกระทรวงที่ออกตามมาตรา 35 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

                    ในมาตรา 57 กำหนดเอาไว้ ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดไม่ส่งมอบสัญญาที่ข้อสัญญาหรือมีข้อสัญญาแบบที่ถูกต้องตามมาตรา 35 ทวิ หรือไม่ส่งมอบหลักฐานการรับเงินที่มีรายการและข้อความถูกต้องตามมาตรา 35 เบญจ ให้แก่ผู้บริโภคภายในระยะเวลาตามมาตรา ๓๕ อัฏฐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                    ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใด ส่งมอบหลักฐานการรับเงิน โดยลงจำนวนเงินมากกว่าที่ผู้บริโภคจะต้องชำระและได้รับเงินจำนวนนั้นไปจากผู้บริโภคแล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งหนึ่งหรือปรับตั้งแต่ห้าร้อยบาทถึงหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า ตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการประกอบธุรกิจเช่นนั้นแล้ว

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตบางรายเลี่ยงข้อกฏหมายและหมิ่นเหม่ต่อการเลี่ยงหลบภาษี

                    นั่นคือ มีการใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคกำหนดเอาไว้ในเงื่อนไขสัญญาว่า

                    “หากผู้จะขาย ไม่สามารถหาวัสดุตามที่กำหนดไว้จากท้องตลาด ผู้จะขายจะต้องจัดหาวัสดุที่มีคุณภาพดีกว่าหรือเทียบเท่ามาใช้ทำการก่อสร้างแทน”

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า บางโครงการในจังหวัดภูเก็ต เสนอขายให้กับผู้สนใจเข้ามาดูและเข้ามาทำสัญญาด้วยการจัดทำห้องตัวอย่าง โดยวัสดุในห้องตัวอย่างเป็นสินค้าที่มีเกรด มียี่ห้อ มีระดับ

                    แต่ในความเป็นจริงตามห้องพักกลับพบว่า ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบจากกระเบื้องที่หยาบกร้านและการติดกระเบื้องที่ประหยัดปูนจนกระทั่งพบว่า อนาคตอันใกล้หลังรับมอบและรับโอนแล้ว กระเบื้องหากหลุดออกจากฝาผนัง

                    ใครจะรับผิดชอบ

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า บางอสังหาริมทรัพย์กำหนดไว้ในสัญญาว่า

                    “หากผู้จะซื้อผิดนัดการชำระเงินตามที่กำหนดไว้  ผู้จะซื้อยินยอมให้ผู้จะขายคิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราดอกเบี้ยตามจำนวนที่พระราชบัญญัติของธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้จองจำนวนเงินที่ค้างชำระของราคาห้องชุดที่ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขาย”

                    แต่ในสัญญากลับเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคด้วยการไม่ระบุว่า หากผู้จะขายสัญญาจะมอบโอนแต่กลับหลอกผู้บริโภคว่าให้มารับโอนทั้งที่ห้องชุดหรืออาคารดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ ยิ่งไปกว่านั้นพนักงานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังพยายามจะปกปิดมิให้ลูกค้ารับรู้ความจริง

                    ถือว่า เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่ ?

                    ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับมอบอำนาจและมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ.ให้กำกับ ดูแลในส่วนระดับจังหวัด กลับมิได้ดำเนินการกำกับควบคุมดูแลกฏหมายอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด

                    คณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.จะหลับหูหลับตากระนั้นหรือ ?

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า บางอสังหาริมทรัพย์กำหนดเอาไว้ในสัญญาอย่างเอารัดเอาเปรียบและเลี่ยงหลบภาษีว่า

                    “ ค่าภาษีเงินได้  ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าอากรแสตมป์ ในการโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ผู้จะขายและผู้จะซื้อเป็นผู้ชำระฝ่ายละครึ่ง  ส่วนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ผู้จะซื้อเป็นผู้ชำระ”

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กฏหมายกำหนดเอาไว้ว่า

                    ค่าธรรมเนียมภาษีอากร ผู้มีเงินได้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

                    นั่นหมายความว่า ผู้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะผู้มีเงินได้เพราะขายให้กับลูกค้าหรือผู้จะซื้อหรือผู้บริโภค จะต้องรับผิดชอบจ่าย

                    การผลักภาระให้กับผู้บริโภคหรือผู้จะซื้อ ถือว่าเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคไหม?

                    ถือว่าเป็นการเลี่ยงภาษีหรือไม่ ?

                    สรรพากรจังหวัด

                    สรรพากรเขต

                    และกรมสรรพากรจะต้องออกมามีบทบาทในการรับผิดชอบตรวจสอบในเรื่องนี้ ใช่หรือไม่ ?

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ภาษีเงินได้ที่จะต้องจ่าย ย่อมหมายความว่า ผู้ที่มีรายได้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่าย หากแต่ภายในสัญญาจะขายของกิจการอสังหาริมทรัพย์บางรายในจังหวัดภูเก็ต กลับผลักภาระไปให้ผู้จะซื้อหรือผู้บริโภค

                    ถือว่า เป็นการเลี่ยงหลบภาษีใช่หรือไม่ ? และเป็นการระบุว่า ตัวเองมีรายได้เพียงแค่ครึ่งเดียวหรือไม่

                    ทั้งที่ผู้บริโภคเป็นผู้ไม่มีเงินได้หรือไม่มีรายได้ แต่มีรายได้มอบให้ผู้จะขายที่ต้องกลายเป็นผู้มีเงินได้

                    ถือเป็นการเลี่ยงหลบภาษีหรือไม่ ?

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ค่าธรรมเนียมในการโอนทั้งหมดจะต้องเป็นของฝ่ายผู้ขายหรือผู้ประกอบการทั้งหมด

                    การที่ผู้ประกอบการบังคับเอาไว้ในสัญญาอย่างไม่เป็นธรรมให้ผู้จะซื้อหรือผู้บริโภครับผิดชอบจ่ายแทน

                    ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับจังหวัดที่จะต้องรับผิดชอบการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค จะต้องทำหน้าที่หรือไม่ ?

                    หรือคิดว่า นี่ไม่ใช่ธุระที่คนระดับผู้ว่าราชการในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจจะต้องทำและดำเนินการกำกับให้เป็นไปตามกฏหมาย

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า บางกิจการอสังหาริมทรัพย์ได้ดำเนินกิจการไปหลายร้อยห้องพักอาคารชุดและในหลายร้อยห้องพักของอาคารชุดได้บังคับและเอารัดเอาเปรียบให้ผู้บริโภครับภาระทั้งหมด

                    ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้รับผิดชอบศูนย์ดำรงค์ธรรมจะกล้าสั่งการให้

                    ศูนย์ดำรงค์ธรรมเข้ามาดูแลให้ความเป็นธรรมหรือไม่?

                    หรือจะต้องเป็นภาระหน้าที่ของ

                    พลเอกประยุทธ  จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.สั่งการโดยใช้มาตรา 44 ออกมาบังคับ

                    การกระทำของกิจการอสังหาริมทรัพย์ที่บังคับ มัดมือชกแก่ผู้บริโภคเข้าข่ายการเป็นฃ

                    มาเฟียในท้องถิ่นหรือไม่ ?

                    มาเฟียทางเศรษฐกิจภายในท้องถิ่นที่มิทธิพลเหนือผู้บริโภคและเหนือกฏหมาย

                    ฤา องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ใส่ใจและสนใจในการออกมาคุ้มครองผู้บริโภค

                    ผ่านไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้ตรวจสอบ

                    ให้ตื่นจากอาการหลับใหล

                    เพื่อลงมาดำเนินการให้ถูกต้องตามกรอบกฏหมาย

                    ผ่านไปยังสรรพากรจังหวัดและสรรพากรเขต ให้ออกมามีบทบาทในการตรวจสอบและตรวจย้อนการเสียภาษีจากอดีตจนถึงปัจจุบันของบางกิจการอสังหาริมทรัพย์

                    ฤา....หน่วยงานเหล่านี้ได้แค่ยืนขาสั่นเพราะกลัวอำนาจ อิทธิพลที่เหนือกว่าองค์กรราชการ

                                                                                                                                                                                                                                     ทีมข่าวการเมือง
    เข้าชม : 446
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน