[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • อุทยานราชภักดิ์ หยิกเล็บย่อมเจ็บเนื้อ ฤาเหลือแค่ความบาดหมางและบาดแผล
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ จันทร์ ที่ 30 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2558



                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ราชการ พ.ศ. 2526 ได้อาศัยอำนาจตามความในข้อ 9 แห่งพระราชบัญญัติของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29  กันยายน 2515 ส่งผลให้กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้วางระเบียบนี้ขึ้น

                    อันเป็นประกาศที่นายสุธี  สิงห์เสน่ห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงนามในประกาศนี้เพื่อบังคับใช้ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2526

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า การรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ราชการ ให้ส่วนราชการเป็นผู้รับบริจาคต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 5 ประการ และหนึ่งในห้าประการได้กำหนดเอาไว้ว่า ในกรณีที่ส่วนราชการได้รับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่ไม่ตรงกับอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ให้ส่วนราชการที่ได้รับการบริจาคมาส่งมอบให้แก่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลและบริหารทรัพย์สินของแผ่นดินต่อไป ในกรณีที่มีผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้ทางราชการทุกกรณี ให้มีการรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นจนถึงหัวหน้าส่วนราชการและให้ถือว่า เป็นการรับบริจาคในนามของส่วนราชการ

                    โดยมีอีกหนึ่งในห้าประการ เขียนเอาไว้ว่า หัวหน้าส่วนราชการอาจตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อพิจารณาให้ความเห็นในการรับบริจาค

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ในหมวด 3 ว่าด้วยการเก็บรักษาและการตรวจสอบ ได้กำหนดเอาไว้ในข้อ 11 ว่า การปฏิบัติเกี่ยวกับบัญชี วิธีการจ่ายและหลักฐานการรับจ่ายเงินบริจาคให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นและให้รวบรวมหลักฐานการรับจ่ายให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคแล้วแต่กรณีตรวจสอบได้ทุกขณะ

                    นั่นย่อมหมายความว่า

                    เงินบริจาคที่ได้มาจากภาคเอกชนในการสมทบทุนเพื่อร่วมก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ จะต้องเข้าข่ายให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินบริจารโดยใช้ระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม

                    ในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502  กำหนดคำว่า เงินบริจาค เอาไว้ว่า หมายถึงเงินที่มีผู้มอบให้ หรือเงินที่เกิดจากทรัพย์สินซึ่งมีผู้มอบให้เพื่อหาดอกผลให้นำไปใช้จ่ายในกิจการของส่วนราชการ

                    ประเภทของเงินงบประมาณจะประกอบด้วย ทุนหมุนเวียน  เงินทดรองราชการ  เงินฝาก  เงินขายบิล  เงินบูรณะทรัพย์สิน  เงินบริจาค  เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ  เงินบำรุงการศึกษา เงินบำรุงโรงพยาบาล

                    เพราะฉะนั้นความหมายของคำว่า เงินนอกงบประมาณ จึงหมายความว่า เงินทั้งปวงที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการ นอกจากเงินงบประมาณรายจ่าย เงินรายได้แผ่นดิน เงินเบิกเกินส่งคืน และเงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืน

                    ประโยชน์ของการมีเงินนอกงบประมาณ เพื่อเป็นการผ่อนคลายการควบคุม  มีการกระจายอำนาจให้ส่วนราชการ สะดวกคล่องตัวในการเบิกจ่าย  การบริหารงานสำเร็จ รวดเร็ว และเป็นส่วนเสริมภารกิจ กรณีเงินในงบประมาณได้รับการจัดสรรไม่เพียงพอ

                    กระทรวงการคลัง ได้ให้ความหมายคำว่า เงินบริจาค เอาไว้อย่างชัดเจนว่า

                    เงินบริจาค หมายถึง เงินซึ่งมีผู้มอบให้ส่วนราชการ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ส่วนราชการนั้นใช้จ่ายในกิจกรรมของส่วนราชการนั้น หรือ เป็นเงินที่เกิดจากทรัพย์สินซึ่งมีผู้ส่งมอบให้เพื่อหาดอกผลใช้จ่ายในกิจกรรมของส่วนราชการนั้น

                    เงินที่ได้รับมาในลักษณะดังกล่าวนี้ ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน โดยถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ.2526

                    กระทรวงการคลังได้มองประเด็นการรับเงินบริจาคโดยให้หน่วยงานราชการที่รับพิจารณาตามหลักเกณฑ์ นับจาก

                    คำนึงถึงผลดีผลเสีย ประโยชน์ และค่าตอบแทน

                    ถ้ามีเงื่อนไข ต้องไม่ให้ประโยชน์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ

                    พิจารณาผลตอบแทนคุ้มกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียหรือไม่

                    กรณีรับบริจาคทรัพย์สิน ให้ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ด้วย

                    รับบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินไม่ตรงกับอำนาจหน้าที่ ให้ส่งมอบแก่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

                    เมื่อเป็นเช่นนี้ ระเบียบจึงเขียนกำหนดเอาไว้ในส่วนของการเก็บรักษาเงินบริจาค เอาไว้ว่า

                    ประการแรก เก็บรักษาเงินสดเพื่อสำรองจ่ายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง นอกนั้นให้นำฝากกระทรวงการคลัง สำนักงานคลังจังหวัด หรือสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ

                    ประการที่สอง หากต้องการนำฝากธนาคาร ให้ขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

                    ไม่เพียงแต่เท่านั้น กระทรวงการคลังยังกำหนดบทบาทในการจ่ายเงินบริจาคเอาไว้ว่า

                    จ่ายตามที่บริจาคระบุวัตถุประสงค์ไว้  หากวัตถุประสงค์ไม่ชัดแจ้ง ให้นำไปไปจ่ายเพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางราชการโดยส่วนรวม

                    ให้หัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจสั่งจ่ายเงินบริจาค

                    การปฏิบัติเกี่ยวกับบัญชี วิธีการจ่ายเงิน และหลักฐานการจ่ายเงินบริจาค การพัสดุ ให้เป็นไปตามระเบียบทางราชการ โดยอนุโลม เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า สำนักข่าวอิศรา ได้นำเสนอในประเด็น “เปิดหมด “เอกสาร-มติ ครม.” รบ.ประยุทธ์ เกี่ยวข้องอุทยานราชภักดิ์ แค่ไหน?” เมื่อเวลา 11.15  น.วันอังคารที่ 24  พฤศจิกายน 2558  เอาไว้ว่า

                    หนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 31  มีนาคม 2558  เรื่อง การจัดสร้างอุทยานประวัติศาสตร์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม ลงนามโดยนางสาวรุจิรา ริมผดี รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตามที่สำนักพัฒนายุทธศาสตร์และติดตามนโยบายพิเศษ โดยชี้ว่ากรมศิลปากรได้ให้ความร่วมมือในการออกแบบและปั้นพระบรมรูปต้นแบบ การออกแบบแท่นฐาน รวมถึงองค์ประกอบภูมิสถาปัตยกรรมเพื่อให้การสร้างอุทยานประวัติศาสตร์เป็นไปอย่างถูกต้อง งดงามและสมพระเกียรติ สำหรับงบประมาณในการก่อสร้างจะเป็นลักษณะของการประสานขอความร่วมมือและเชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมบริจาคเงินสมทบทุนการจัดสร้าง

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามในหนังสือตามที่ สำนักนโยบายและแผนกลาโหม กระทรวงกลาโหมส่งไปให้ลงนามเมื่อวันที่ 30   พฤษภาคม 2558 ตามหนังสือด่วนที่สุด เรื่องความคืบหน้าการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ โดยส่งตรงไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ความว่า

                    “ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ได้มีหนังสือสำนักงานราชการเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาทเรื่องกองทัพบกจะดำเนินการจัดสร้างอุทยานประวัติศาสตร์ ณ บริเวณพื้นที่ของกองทัพบก ในเขตอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างและพระราชทานชื่อว่า อุทยานราชภักดิ์ โดยจะใช้พื้นที่รวมประมาณ 222ไร่”

                    ท้ายหนังสือเขียนเอาไว้ว่า “กระทรวงกลาโหม จึงขอความกรุณาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบความคืบหน้าการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ณ บริเวณพื้นที่ของกองทัพบก ในเขตอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์”

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยสำนักงานรัฐมนตรีลงนามโดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มีหนังสือลงวันที่ 12 ตุลาคม 2558 เรื่อง รายงานการดำเนินงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีเรื่องการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชนชาติไทยและประวัติศาสตร์ของชาติไทย และการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของบูรพกษัตริย์แต่ละยุคสมัย โดยส่งผ่านไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเข้าวาระเมื่อวันที่ 13  ตุลาคม 2558

                    โดยระบุว่า “นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรี ดังนี้...วันที่ 17  มีนาคม 2558  ให้กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชนชาติไทย....วันที่ 30  มิถุนายน 2558  นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมว่า ในการจัดทำเอกสาร มุ่งเน้นการน้อมนำพระราชดำริและพระราชดำรัสไปสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ให้จัดทำทั้งในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อเผยแพร่ให้แก่ชาวต่างชาติได้รับรู้ต่อไปด้วย.....”

                    กระทรวงวัฒนธรรมยังรายงานอีกว่า “...กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย จำนวน 10,000 เล่ม .....กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จัดพิมพ์หนังสือพระบรมราชานุสรณ์ สัตตบูรพกษัตริยาธิราช อุทยานราชภักดิ์ จำนวน 1,000 เล่ม ...”

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่าท้ายหนังสือ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เขียนไว้ใน “ข้อ 5 ข้อเสนอของกระทรวงวัฒนธรรม ว่า กระทรวงวัฒนธรรมเห็นควรเสนอรายงานการดำเนินงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีเรื่องการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชนชาติไทยและประวัติศาสตร์ของชาติไทย......มาเพื่อคณะรัฐมนตรีรับทราบ.....”

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินหรือ คตง.ที่ได้มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ได้ออกมายืนยันปรากฏในข่าวหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ว่า จากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ในเบื้องต้นพบว่า เงินที่ใช้ในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ มีส่วนหนึ่งมาจากงบกลาง จำนวน 63.57 ล้านบาท โดยผู้ที่รับผิดชอบในการสั่งจ่ายเงินในส่วนนี้ คือ แผนกตั้งจ่ายงบประมาณ สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก สั่งจ่ายให้กรมยุทธโยธาทหารบก เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ล่าสุดมีการเบิกไปแล้วร้อยละ 80  ของวงเงินที่ได้รับจัดสรร 63.57ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินที่รับบริจาคมาจากประชาชนทั่วไป ซึ่งตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ สตง.ให้ขยายผลการตรวจสอบต่อไปว่า การจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายเงินเพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นั้นชอบด้วยกฏหมายและเป็นไปตามระเบียบของทางราชการหรือไม่

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า หากพลิกย้อนไปยังระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ.2526  แล้ว ย่อมยืนยันได้ว่า

                    สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. หนีความรับผิด ในการต้องเข้าไปตรวจสอบการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ใน 2 มิตินั่นคือ  ตรวจสอบในฐานะเงินบริจาค และตรวจสอบในฐานะใช้เงินงบประมาณของกองทั้พบก

                    เฉกเช่นเดียวกันกับ สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช.จะต้องเข้าไปตรวจในลักษณะเดียวกัน เพราะถือว่าทั้ง 2 มิติ ล้วนแล้วแต่เป็นอำนาจการสอบสวนของสำนักงาน ป.ป.ช.ทั้งสิ้น

                    หาใช่เป็นเรื่องของกองทัพบกตามที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตอบคำถามให้กองทัพบกรับผิดชอบแต่อย่างใดไม่

                    กลายเป็นเรื่องราวทั้งหมดอยู่ในการรับรู้ของคณะรัฐมนตรีตลอดระยะเวลาที่มีการก่อสร้างเพราะมีข้อสั่งการและข้อรายงานตลอด

                    แลนี่กระมังเป็นเหตุและเป็นผลให้ คำสั่งพักงานและย้ายข้าราชการทั้งประจำและการเมืองตามโผล็อต 3 ที่ส่งไปตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน  2558  ต้องติดเบรคและเหยียบเบรคค้างเอาไว้

                    แลด้วยเหตุนี้กระมังที่มีบางส่วนราชการ ที่จัดสรรเงินงบประมาณไปลงบางพื้นที่มีการเรียกร้องผลประโยชน์ที่ยากต่อการหาใบเสร็จมายืนยัน นอกจากพฤติกรรมเท่านั้น

                    ฤา หยิกเล็บในเหตุผลของการยึดอำนาจว่าด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่น จะต้องมาเจ็บเนื้อเพราะสะดุดขาตัวเอง

                    จนมีคนให้มองข้ามไปหลังวันที่ 16  ธันวาคม 2558 ....

                    ชนิดที่ห้ามกระพริบตา

                                                                                                                                                                                                                                     ทีมข่าวการเมือง
         
                              
    .

        
    เข้าชม : 402
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน