[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: มองแบบเผ่าเทพ
  • ลาทีปีเก่า สวัสดีปีใหม่
    มองแบบเผ่าเทพ : อัพเดทเมื่อ พฤหัสบดี ที่ 31 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2558


    วันนี้ขอไม่เขียนเรื่องของ คสช.รัฐบาล ไม่ขอวิจารณ์กรณีอุทยานราชภักดิ์ รัฐธรรมนูญ เหตุการณ์เกาะเต่า ตลอดจนคนไทยถูกหลอกให้ใช้เงิน 15,000 บาท แลกกับการคืนภาษีที่ตนอาจไม่ได้เลย โครงการนี้เขาช่วยคนมีรายได้เกินกว่าเดือนละ 2 หมื่น เราช่วยสถาบัน ร้านค้าของเศรษฐีต่างๆให้อยู่รอด รํ่ารวยขึ้นเป็นธรรมดาของรัฐบาลทุนนิยมทั่วไป
    เอาล่ะแต่จะขอเขียนเรื่องเบาๆ แต่อ่านให้ดีจะมีความหมายต่อประเทศชาติมาก ถ้าท่านผู้อ่านทุกท่านช่วยกัน เรื่องของเรื่องก็คือได้พบบทวิจัยของสถาบันหรือองค์การนานาชาติที่วิจัยว่า
    ทำไมชาติที่ด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนาซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย จึงตามหลังประเทศที่เจริญแล้วประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศที่รํ่ารวยแล้ว เช่นประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ เป็นต้น
    ปัจจัยแรกท่านบอกว่าจารีตประเพณีความเก่าแก่ของประเทศมิได้ช่วยให้ประเทศเจริญ ดูอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มีอายุร้อยกว่าปี ทำไมเจริญกว่าอียิปต์ อินเดีย ซึ่งมีอายุเป็นพัน ๆ ปี ทรัพยากรธรรมชาติก็มิใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศพัฒนาได้ ดูอย่างญี่ปุ่น ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเลยไม่ว่าพลังงานหรือเกษตรกรรม แต่กลับส่งออกสินค้านานาชนิดได้ดีกว่าชาติใดในโลก
    ขนาดของประเทศหรือเนื้อที่เพาะปลูกทำเกษตรกรรม อุตสาหกรรมก็มิใช่ปัจจัยสำคัญท่านว่าดูอย่างสวิสเซอร์แลนด์ ไม่มีที่ปลูกโกโก้สักไร่ ทำไมผลิตช็อกโกแลตได้มากชนิดและดีที่สุดในโลก
    สำนักวิจัยไม่ได้ว่าผู้ใช้แรงงานในชาติด้อยพัฒนา ไร้ฝีมือ เกียจคร้านตรงกันข้าม เวลาไปปฏิบัติงานต่างประเทศกลับได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือดี เหนือกว่าชนชาติของเราอีก แถมขยันขันแข็ง สู้งาน แต่เมื่ออยู่ในประเทศของเขากลับถูกชาวต่างชาติที่มาลงทุนมองว่าขี้เกียจ เช้าชาม เย็นชาม ฝีมือไม่เอาไหน คนไทยรู้ดีในข้อดีอีกทั้งยังสรุปว่า นํ้าใจของชนชาติด้อยพัฒนาสูงส่งกว่าชาติเจริญแล้วเสียอีก
    สรุปแล้วปัจจัยภายนอกต่าง ๆ มิได้ช่วยให้ประเทศชาติพัฒนาไปได้ สำนักงานวิจัยสรุปประโยคเดียวหรือคำเดียวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ
    "คน"
    ปรัชญาการดำรงชีวิตของชนชาติพัฒนาต่างกับชนชาติกำลังพัฒนา
    ท่านว่ามีปรัชญา 9 ข้อของชนชาติที่พัฒนาแล้วสูงกว่า เด่นดี มีกว่าของชนชาติกำลังพัฒนา เช่น ชนชาติไทยว่างั้นเถอะ มีอะไรบ้างมาช่วยกันดูและพิจารณา
    1 ไร้จริยธรรมนำทางชีวิต
    2 ความซื่อสัตย์
    3 ความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่
    4 ความเคารพต่อกฎระเบียบ
    5 ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่น
    6 ความรักในงาน
    7 ความสนใจในการอดออม และการลงทุน
    8 แรงผลักดันสูงสู่ความเป็นหนึ่ง
    9 ความตรงต่อเวลา
    ทั้ง 9 ข้อนี้มาวิเคาระห์ วิจารณ์กันว่า "คนไทย"ดีกว่าคนของชาติที่พัฒนาแล้วหรือไม่ อย่างไร? และที่เขาวิจัยมาถูกต้องไหม
    ข้อ 1 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน 2542 แปลจริยธรรมไว้ว่า คือ
    ธรรมที่เป็นข้อประพฤติ ปฏิบัติ ศีลธรรม
    ศีลธรรมของคนไทยสมัยนี้ผิดกับสมัยก่อนมากน้อยเพียงไร เราดำเนินชีวิตไร้ศีลธรรม จรรยาบรรณมากขึ้นใช่หรือไม่ แม้ชาติเจริญแล้วจะเป็นชาติ "วัตถุนิยม" แต่เขาก็ไม่ไร้ศีลธรรมในการประกอบอาชีพ เพื่อดำรงชีพ แต่ประเทศไทยทำทุกอย่างเพื่ออยู่รอด แม้จะไร้จริยธรรมก็ตาม
    ข้อ 2 ของตายคนไทยซื่อสัตย์ต่อการงานต่อหน้าที่ และต่อตนเองน้อยลงถึงได้มีคอร์รัปชั่นทุกหัวระแหง ประเทศชาติถึงไม่เจริญเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนโดยการโกงกินมากขึ้น ภาษาอังกฤษเขาว่า
    HONESTY IS THE BEST POLICY แต่ไทยเราว่า HONESTY IS NESSESARY!
    แก้การคอร์รัปชั่นในวงการราชการ ธุรกิจได้ประเทศจะเจริญแน่ๆ
    ข้อ 3 ความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของคนไทยแทบจะไม่มีเลยเมื่อเทียบกับคนระดับเดียวกันเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เราปฏิบัติงานให้เสร็จไปวัน ๆ ไม่รับผิดชอบว่าผลจะเป็นอย่างไร นี่เป็นจุดอ่อนของราชการไทยมากกว่าด้านธุรกิจไม่ว่าอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมอย่าไปโทษการเมืองเลย โทษการบริหารราชการแผ่นดินมากกว่า
    ข้อ 4 คนไทยแทบจะไม่เคารพต่อกฎระเบียบเลย ชอบแหกคอก เอาแต่ได้เห็นแก่ตน การประท้วงต่าง ๆ ปิดถนน ยึดเมือง เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เราไม่สนใจกฎหมายกูจะทำซะอย่าง ข้อสำคัญผู้รักษากฎหมาย รักษาระเบียบก็ไม่เคารพต่อหน้าที่ คนไม่กล้าปฏิบัติตามตัวบทกฎหมาย กลัวความผิด ก็เพราะเห็นแก่ตนนั่นเอง
    ข้อ 5 ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นแทบจะไม่มีเลยเวลามีอารมณ์โกรธแค้น ฯลฯ อยากทำอะไรขึ้นมาจะเดือดร้อนแค่ไหน อย่างไร กปปส.พวกเสื้อเหลือง เสื้อแดง พวก MOBสวนยาง MOB เกษตรฯ ทั้งหลายหรือพวกปิดถนนการจราจรนี่แหละชัดเจน ยังมีอีกหลายพวกที่เห็นแต่ได้ ไม่แคร์ว่าใครจะเดือดร้อนประเทศเจริญแล้วเขาไม่ทำ เขาจะเคารพสิทธิของผู้อื่นมากกว่าของเขาเอง
    ข้อ 6 ความรักในงาน ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ได้ข้อนี้ชาวญี่ปุ่นจะได้ 8-9 คนไทยจะได้ 2-3 คนไทยน้อยคนมากที่จะรักในงานของคน มีแต่มุ่งจะหางานใหม่ที่มีรายได้มากกว่า สบายกว่า โก้กว่า ฯลฯ แม้แต่ครู-อาจารย์เองสมัยนี้ก็สักแต่ว่าทำไปวัน ๆ สอนไปวัน ๆ มุ่งทำอย่างอื่น สนใจอื่นมากกว่า ไม่ได้จริงใจต่ออาชีพของคนเองตามสมควร
    ข้อ 7 จุดตายของคนงานไทยอ้างว่ารายได้ไม่พอ จะออมอย่างไร ขณะนี้รัฐก็พยายามจะเข้ามา แต่ช้าไปหน่อย อีก 10-15 ปีข้างหน้าประเทศกำลังพัฒนาจะลำบากมากเพราะคนอายุยืนขึ้น ไม่มีเงินออมพอรัฐบาลก็ไม่มีงบประมาณเลี้ยงดูพอแน่ ๆ การเสียภาษีของคนไทยน้อยที่สุดในโลก แต่เรียกร้องรัฐสวัสดิการมากที่สุดแห่งหนึ่ง ประเทศจะเอาเงินที่ไหนมาพัฒนาประเทศ
    ข้อ 8 คนไทยไม่มีความทะเยอทะยานเลย มีก็ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะปลงตกคิดว่า กูอยู่แค่นี้ก็สบายแล้ว ประเทศชาติจะเจริญได้อย่างไร??
    ข้อ 9 คนที่ตรงต่อเวลาน้อยที่สุดคือ "คนไทย"ทุกตำแหน่งหน้าที่ มีก็ไม่ถึง5 % ที่ตรงต่อเวลานักธุรกิจต่างชาติรู้ดี เวลานัดกับคนไทยเราจะเผื่อเวลาไว้พอสมควร นี่เป็น"สันดานดิบ"ของคนไทยแก้ยากไหม?
    ที่วิเคาระห์มาเคร่าๆทั้งหมด เห็นด้วยก็ช่วยทำต่อ ๆ กันนะครับ ไม่เห็นด้วยก็อย่ายุ่ง ปล่อยไปเราก็อยู่กันอีกไม่นานชนรุ่นหลังอาจจะคิดกันได้
    สวัสดีปีใหม่ 2559 ขอให้ท่านผู้อ่านประสบแต่ความสุข มีสุขภาพสมบูรณ์ตลอดปีครับ
                                                                                                                                                                                                                                            เผ่าเทพ  โชตินุชิต
    เข้าชม : 390
    มองแบบเผ่าเทพ 10 อันดับล่าสุด
          ร่างรธน.เสร็จแล้ว
          วิจารณ์ได้แต่ชักชวนรณรงค์ไม่ได้?
          รัฐบาลนี้ใจดีจัง!!
          ดร.วิษณุบอกร่าง รธน.ใหม่ไม่ถึง 6 เดือน
          วันของเมย์(MAY"S DAY)
          ไทยมองไทยกันเอง(ต่อ)
          ไทยมองไทยกันเอง
          ของขวัญวันสงกรานต์
          สงสารคุณมีชัย
          คำถามพ่วง "ประชามติ"
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน