[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • จับตาความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ จับตาสุเทพ เทือกสุบรรณ จับตาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ จันทร์ ที่ 1 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559

        หลังจากให้นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรกรุงเทพมหานครพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการ ปปช.ของสภาผู้แทนราษฏร ออกมาแสดงบทบาทในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานครที่หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากรุงเทพมหานครที่มีอดีตเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ระดับรองหัวหน้าพรรคและเคยผ่านการเป็นรัฐมนตรีหลายสมัยแถมยังมีดีกรีเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรกรุงเทพมหานครอีกหลายครั้ง
        ทำให้หลายฝ่ายจับตามองพรรคประชาธิปัตย์ด้วยอาการจับจ้อง
        อย่าลืมเป็นอันขาดว่า การจัดรายการแข่งขันมวยการกุศลเพื่อหาเงินเข้ามูลนิธิของมวลมหาประชาชนที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นตัวตั้งตัวตี และมีนายถาวร เสนเนียมเป็นกำลังหลัก โดยมีหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้าไปร่วมด้วย
        บ่งบอกถึงความนัยอะไรบางประการ
        ต้องห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ก่อนหน้านั้น นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายสมัยและสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรพรรคประชาธิปัตย์สังกัดกรุงเทพมหานครมาอย่างยาวนาน ได้ประกาศต่อสังคมว่า ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เรียบร้อยแล้วเพราะ
        เป็นที่ปรึกษาพรรคระดับรองประธานแต่ไม่เคยมีใครมาปรึกษาแถมเวลาเสนอความเห็นไปไม่มีใครใส่ใจเอาไปทำ
        เลยชิงลาออก
        ทั้งที่ก่อนหน้านั้นนายพิเชษฐ์  พันธ์วิชาติกุล คนเก่าคนแก่ที่มีอดีตเป็นรัฐมนตรีหลายสมัย มีอดีตเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรของพรรคมายาวนาน ประกาศยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคหลังจากมีการเตือนผ่านในเฟสบุ๊คส์บ้าง ผ่านทางสื่อมวลชนบ้าง แต่ไม่มีการตอบรับหรือแสดงอะไรออกมาจากผู้บริหารของพรรคประชาธิปัตย์
        โดยก่อนหน้านั้นนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค อดีตรัฐมนตรีของพรรคและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อเข้าร่วมเป็น สนช.ของรัฐบาลชุดปัจจุบันจนกระทั่งเกือบจะมีวิวาทะในการแสดงความคิดเห็นที่แย้งกับคนการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์
        หลายกระแสกำลังจับตามองพรรคการเมืองใหม่ที่มีกระแสว่า
        หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร จะลาออกจากการเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อก่อตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาบริหารจัดการโดยมีฐานเสียงคือกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางกระแสเสียงออกมาว่ามีการเตรียมทุนสำหรับการทำพรรคการเมืองใหม่ถึงสามพันล้านบาท โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ คอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและคอยทำหน้าที่ประสานสิบทิศกับใครต่อใคร
        อย่าลืมเป็นอันขาดว่า มีการจับตามองการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักการเมืองในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ภายใต้การนำของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อนที่หลังจากการพ้นตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เก็บตัวเงียบจากการทำกิจกรรมของพรรค
        จนกระทั่งมีการจับตามองกันว่าคนในตระกูลพลบุตรภายใต้การนำของนายอลงกรณ์ พลบุตรจะตีตัวยกพวกออกจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อร่วมสานพรรคใหม่หรือไม่
        หากมองกันในสถานะของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานี้
        อาจจะเป็นเพราะการออกมาให้ความเห็นของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคที่บางครั้งดูเหมือนสนับสนุนแต่บางครั้งกลับกลายเป็นคัดค้านไปในตัวจนแทบจะมองว่า
        กลายเป็นคนไร้จุดยืน
        และอดีตที่ผ่านมาหลังจากการต่อสู้กับพรรคเพื่อไทยจนกระทั่งปราชัยในการเลือกตั้ง
        ทำให้ออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับอดีตพลพรรคประชาธิปัตย์กลางถนนจนกระทั่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่สามารถบริหารจัดการประเทศได้จนนำไปสู่การยึดอำนาจการปกครองของรัฐ
        แต่ดูว่าหลายเรื่องหลายราวที่นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยืนคนละข้างกับ
        รัฐบาลพลเอกประยุทธ  จันทร์โอชา
        ในกรณีของร่างรัฐธรรมนูญที่มีคนของพรรคประชาธิปัตย์เรียงหน้าออกมาแสดงความเห็นในเชิงแย้ง
        อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พรรคการเมืองย่อมจะต้องมีค่าใช้จ่าย
        การที่นักการเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ที่โดยมากแล้วจะยึดอาชีพทนายความและจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีอาชีพอื่นนอกจากการทำงานการเมืองหรือเล่นการเมือง
        การเลิกสภาผู้แทนราษฏรไปเกือบจะสองปีย่อมจะทำให้เกิดปัญหาค่าใช้จ่ายที่จะต้องเกิดขึ้น
        จากอดีตที่มีการหักเงินเดือนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในพรรคแต่วันนี้ไม่มีเงินเดือนที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริหารพรรคการเมืองที่จะต้องจ้างพนักงานของพรรค เงินเดือนที่จะต้องจ่ายแต่ละเดือน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปาและค่าใช้สอยอื่นๆ
        ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ
        กลายเป็นปัญหาที่ทำให้คนการเมืองส่วนหนึ่งมองว่า   
        ในเมื่อกรุงเทพมหานคร มีรายได้ และรายได้ส่วนนั้นน่าจะต้องจุนเจือมาเป็นค่าใช้จ่ายให้กับพรรคบ้าง
        แต่เมื่อผู้บริหารของกรุงเทพมหานครไม่ยอมจับเข่าคุยและไม่ยอมรับสายจากหัวหน้าพรรคหรือระดับบริหารของพรรคประชาธิปัตย์จึงกลายเป็นจุดเดือดและกลายเป็นการออกมาแถลงข่าวเพื่อ
        บ่งบอกสังคมว่า
        ไม่รับผิดชอบการกระทำที่เกิดขึ้นของหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตรที่บริหารกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความโปร่งใส
        ยิ่งออกมาโจมตีการทำงานของหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ มากเพียงใด แรงสะท้อนยิ่งกว่าบูมเมอแรงกลับสะท้อนมายังพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้น
        และกลายเป็นกระแสความสับสนของคนทั่วไปที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ว่า
        เกิดอะไรขึ้น
        อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนถ่ายการบริหารและผ่านการขัดแย้งมามากพอสมควร
        จากการแย่งชิงการบริหารระหว่างนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ กับนายบัญญัติบรรทัดฐาน จนทำให้พรรคประชาธิปัตย์แตกออกมาเป็นสองขั้วในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา
        แม้นว่านายชวน หลีกภัยจะเป็นเพื่อนรักกับนายบัญญัติ  บรรทัดฐาน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่ถึงเวลาตัดสินใจ
        นายชวน หลีกภัยและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กลับไปยืนข้างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และลอยแพนายบัญญัติ  บรรทัดฐานแทน   
        ความแตกแยกในครั้งกลายเป็นชนวนร้าวในเวลาต่อมา
        อย่าลืมเป็นอันขาดว่า อดีตเคยมีความขัดแย้งจนกระทั่งนายวีระ มุกสิกพงศ์ ต้องลาออกจากการเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อออกมาตั้งพรรคการเมืองใหม่
        ไม่ต่างไปจากการออกมาอย่างเจ็บปวดที่สุดของพลตรีสนั่น  ขจรประศาสน์ที่เคยยิ่งใหญในพรรคประชาธิปัตย์ จนต้องออกมาตั้งพรรคมหาชนก่อนจะผันตัวเองไปจับมือกับนายบรรหาร ศิลปะอาชา แห่งพรรคชาติไทย โดยมีโควตาของพลตรีสนั่นหนึ่งตำแหน่งรัฐมนตรี
        ความขัดแย้งในหนนี้กลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามอง
        แม้นว่า
        พลเอกประยุทธ  จันทร์โอชาและใครต่อใครในรัฐบาลจะออกมาปรามว่า ประชุมพรรคการเมืองไม่ได้
        แต่หากเปิดโอกาสในวันสองวันนี้ เราอาจจะเห็นความแตกหักทางการเมืองระหว่างสองขั้วการเมือง
        ยิ่งมีกระแสข่าวว่า หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธ์ บริพัตรอาจจะเป็นตัวเลือกในการขึ้นมาเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย้ด้วยแล้ว
        แรงเสียดทานย่อมจะเกิดขึ้น
        และเกิดขึ้นอีกยาวนาน
        ตราบเท่าที่ความคุกรุ่นภายในใจของสองกลุ่มยังคงค้างคากันอยู่
       
                                                                                                                                                                                                                                             ทีมข่าวการเมือง
    เข้าชม : 267
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน