[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: มองแบบเผ่าเทพ
  • โรงไฟฟ้าขยะ
    มองแบบเผ่าเทพ : อัพเดทเมื่อ อังคาร ที่ 1 เดือน มีนาคม พ.ศ.2559



    "ขยะ"เป็นวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด เมื่อ คสช.เข้ามาใหม่ ๆ ก็ดูให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่ระยะหลัง ๆ ก็ดูเนือยไป ไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าใดนัก
    ปัญหาใหญ่ของขยะบ้านเราคือ ยังไม่รู้จักการแยกขยะหรือลดปริมาณขยะที่ต้องไปทำลาย ตราบใดที่ยังทำขั้นตอนนี้ไม่ได้ ก็คงไม่มีวันที่จะกำจัดขยะได้ทันและในอนาคตจะสร้างปัญหาให้ทุกเมืองใหญ่ ๆ ดังเช่นเริ่มเกิดอยู่แล้วในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองท่องเที่ยวเพราะมีคนมาช่วยเพิ่มขยะอีกมากมาย แต่มาตรการกำจัดเหมือนเดิม ซึ่งไม่ทันต่อสภาพความเป็นจริง
    วิธีกำจัดขยะที่ดีที่สุดคือ "ลดการเกิดขยะ"ก่อนอื่นนั่นคือ ทุกครัวเรือน ทุกชุมชน ต้องแยกขยะออกให้ได้ก่อนที่จะเอาไปส่งหน่วยขนขยะไปทำลาย ขยะ Recycle จำเป็นต้องแยกที่แหล่งเกิด ไม่ใช่ที่ที่ทิ้งขยะเช่นที่ทำกันอยู่ขณะนี้ บัดนี้ก็มีหลาย 10 หมู่บ้าน ตำบล ดำเนินการคัดแยกขยะได้ผลแต่ช้าและน้อยเกินไป รัฐไม่ได้ลงไปช่วยอย่างจริงจัง
    การกำจัดขยะที่จำเป็นต้องทิ้ง วิธีที่สะดวกสบายที่สุดคือ "ฝังกลบ"แต่ปัจจุบันสถานที่ที่จะเหมาะสมก็เหลือน้อยเต็มทน วิธีต่อมาก็คือ "การเผาไหม้" หรือกำจัดขยะด้วยความร้อนนี่คือที่มาของ"โรงไฟฟ้าขยะ" ซึ่ง คสช.มีเป้าหมายที่จะสร้างถึง 53 แห่งทั่วประเทศ แต่ 2 ปีที่ท่านพูดมาเพิ่งเกิดไป 1-2 แห่งเท่านั้น
    การทำโรงไฟฟ้าขยะเป็นวิธีการกำจัดขยะที่ดีที่สุด ต้องนำมาใช้อย่างแน่นอน ไม่มีวิธีอื่นใดจะมาแทนที่ได้ดีกว่า นอกจากจะได้พลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงที่ไม่มีวันหมดแล้ว ยังช่วยให้ปัญหาขยะล้นเมืองหมดไปด้วย
    เราเห็นด้วย 100 % ที่รัฐบาลมีแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย 53 แห่งทั่วประเทศ แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการดำเนินโครงการในลักษณะนี้ตามบุญตามกรรมของแต่ละท้องถิ่น รัฐต้องเข้าไปช่วยเต็มตัวต้องวางแนวนโยบายให้ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรกับการลงทุนขบวนการตัดแยกขยะซึ่งก็อาจจะคล้าย ๆ กันทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้าขยะต้องปลอดสารพิษอย่างเด็ดขาด
    ขณะนี้มีโรงไฟฟ้าขยะเปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่งที่ภูเก็ตน่าจะเอามาเป็นแม่บท มาศึกษา ปรับปรุงตั้งแต่การลงทุนจนถึงการผลิตไฟฟ้า ต้นทุนต่อหน่วยเป็นเท่าไร? ควรลดเพิ่มได้แค่ไหน เพียงไร ในเมื่อมีแบบอย่างแล้วก็น่าจะใช้ให้เป็นประโยชน์ไม่จำเป็นต้องลอกแบบ100 % แต่ก็เป็นแม่แบบได้
    โรงไฟฟ้าขยะจะต้องลงทุนสูงพอสมควร ผลตอบแทนคงไม่น่าสนใจเท่าใดนัก ถ้ารัฐบาลไม่ให้อะไรเขาเพิ่มอย่างน้อยที่สุด สัมปทานต้องนานพอสมควร ขนาดของโรงไฟฟ้าขยะก็คงขึ้นอยู่กับปริมาณขยะที่มีอยู่ ขึ้นอยู่กับการขนส่งซึ่งจะเป็นตัวแปรของต้นทุน ดังนั้นรัฐต้องเข้ามาดำเนินการทุกรูปแบบที่จะช่วยให้เกิดโรงไฟฟ้าขึ้นได้โดยเร็ว มิฉะนั้นอีก 10 ปีก็เกิดไม่หมด 53 โรง!!
    เราไม่เห็นด้วยที่จะเร่งให้เกิดโรงไฟฟ้าขยะโดยผ่านขั้นตอนการทำอีไอเอในโรงงานพลังความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงทุกขนาดตามประกาศของ คสช.ที่ 4/2559 เมื่อ 20 ม.ค. 2559 เกี่ยวกับเรื่องผังเมือง ซึ่งเลยตีความกันไปว่าโรงไฟฟ้าขยะขณะนี้สามารถก่อสร้างได้ในทุกพื้นที่โดยไม่ต้องสนใจสีของผังเมือง และไม่จำเป็นต้องทำอีไอเออีกต่อไป เหตุผลใหญเพื่อจะให้เกิดโรงไฟฟ้าขยะได้เร็วขึ้น
    เราว่าเป็นการมองใกล้เกินไป ปัญหาการอีไอเอช้าเพราะกำลังคนไม่พอ เพราะขั้นตอนรัฐควรจะพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ก่อน อาจจ้างบริษัทเอกชนที่มีความรู้ ความสามารถมาช่วยดำเนินการก็ได้ หรือลดขั้นตอนการเสนอข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ พูดง่าย ๆ ตัด RED TAPE ออกไปบ้างยังดีกว่าเลิกทำเลย
    หากเป็นเช่นนั้นจริงในอนาคตชาวบ้านก็จะร้องเรียนเดินขบวนให้ปิดโรงไฟฟ้าขยะกันทั่วประเทศ และก็จะเป็นผลเสียแก่สุขภาพของประชาชน เราจึงเห็นว่าทุกโรงไฟฟ้าขยะต้องผ่านการทำอีไอเอต้องดำเนินการได้โดยปราศจากมลพิษสู่ชุมชน
    การจะแก้กฎหมายอื่นๆเช่น กม.ร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 เราเห็นด้วยเพราะโครงการโรงไฟฟ้าขยะไม่เหมือนโรงไฟฟ้าธรรมดา จะต้องลงทุนสูงผลตอบแทนตํ่า แต่ประโยชน์มีมาก รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขยะในด้านการเยียวยาผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบหรือผู้ที่อยู่ในบริเวณโรงไฟฟ้าขยะตั้งอยู่
    ข้อมูลของโรงไฟฟ้าขยะที่ภูเก็ต น่าจะนำมาศึกษาและประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง เทศบาลหรือใครเป็นเจ้าของโครงการ เป็นผู้ลงทุน? มีเอกชนเข้าร่วมไหม? ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ผลิตอยู่ขณะนี้หน่วยละเท่าไร? เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมีไหม ขจัดกันอย่างไร? จะช่วยให้โครงการนี้บรรลุผลเร็วขึ้น หากรัฐยังดำเนินนโยบายอยู่เช่นนี้ โรงไฟฟ้าขยะ 53 แห่งของประเทศ ชาตินี้ก็ไม่ได้เกิดอย่างแน่นอน
                                                                                                                                                                                                                                                  เผ่าเทพ  โชตินุชิต
    เข้าชม : 339
    มองแบบเผ่าเทพ 10 อันดับล่าสุด
          ร่างรธน.เสร็จแล้ว
          วิจารณ์ได้แต่ชักชวนรณรงค์ไม่ได้?
          รัฐบาลนี้ใจดีจัง!!
          ดร.วิษณุบอกร่าง รธน.ใหม่ไม่ถึง 6 เดือน
          วันของเมย์(MAY"S DAY)
          ไทยมองไทยกันเอง(ต่อ)
          ไทยมองไทยกันเอง
          ของขวัญวันสงกรานต์
          สงสารคุณมีชัย
          คำถามพ่วง "ประชามติ"
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน