[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: มองแบบเผ่าเทพ
  • พบกันครึ่งทาง?
    มองแบบเผ่าเทพ : อัพเดทเมื่อ เสาร์ ที่ 26 เดือน มีนาคม พ.ศ.2559


    ในที่สุด กรธ.ก็ยอมรับข้อเสนอของ คสช.หลายข้อ ไม่รับก็มีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ว.250 คน กรธ.ยอมรับ แต่ขอ 50 คนสรรหาแบบที่ กรธ.คิดไว้คือ ให้แต่ละกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่มเลือกกันแล้วออกเสียงกันเอง ทดลองดูว่าจะได้ผลไหม เราว่าอย่างน้อยควรจะ 100 คน ถ้าจะเอาระบบนี้มาใช้อีก 200 คน คสช.เป็นผู้ตั้ง ส.ว.โดยให้มี 6 ตำแหน่งข้าราชการประจำอยู่ใน 200 คนนี้
    ที่ กรธ.ไม่ยอมก็คือ ส.ว.ไม่มีอำนาจหน้าที่เปิดอภิปรายไม่วางใจรัฐบาล แต่อำนาจอื่นยังไม่ทราบรายละเอียด สรุปแล้ว คสช.คงรับข้อเสนอนี้ รวมทั้งการเลือกตั้ง ส.ส.ใช้บัตรใบเดียว
    แต่ประชาชนจะรับหรือไม่??
    เราคนหนึ่งล่ะที่ไม่เห็นด้วยกับการลากตั้ง ส.ว.200 คน โดยกรรมการสรรหาเพียง 8-9 คนที่ คสช.ตั้ง!! แม้จะกำหนด 5 ปีก็ตาม ทำไมไม่เขียนต่อไว้ในบทเฉพาะกาลล่ะว่า หลักจากนั้นต้องเลือกตั้ง ส.ว.ทั้ง 200 คน!! ซึ่งจะทำให้ ปชช.ที่ไปลงคะแนนประชามติเปลี่ยนใจได้ แต่ถ้าอยู่ในรูปนี้เห็นจะไม่ได้เสียงจากผู้ที่เห็นควรให้มี ส.ว.เลือกตั้งเลย
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะหวังไปแก้ รธน.เลย 5 ปีแรกหมดสิทธิ์ เพราะ ส.ว.250 ท่านไม่เห็นด้วยเพียงครึ่งหนึ่งก็แก้ไม่ได้แล้ว ไม่ต้องรอไปถึง ส.ส.พรรคเล็กพรรคน้อยซึ่งต้องเห็นด้วยทุกพรรค หรือค้านไม่เกิน 10 % ทำนองนี้ รธน.นี้เขียนไว้ไม่ให้แก้เลย แม้ 5 ปีแรกตามที่คสช.ขอแก้ไม่ได้แน่ ๆ แต่จากนั้นก็แก้ไม่ได้แล้วไง ก็ฉีกทิ้งซิง่ายที่สุด!!
    กรธ.ยืนหยัดที่จะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ยืนหยัดที่จะเอาคะแนนทุกคะแนนที่โหวตให้ผุ้สมัคร ส.ส.มาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อเราก็ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่มองว่า เป็นลักษณะ POPULAR VOTE แต่เอาทั้งประเทศ หรือแต่ละเขต แต่ละภาคยังไม่แน่ใจถ้าเอาทั้งประเทศก็จะไม่มีพรรคใดที่จะได้เสียงเกินครึ่งแน่ ๆ
    สมมติว่ามีผู้ไปออกเสียง 20 ล้านคน พรรค ก.ได้ 10 ล้านเสียง ก็จะได้ ส.ส.ทั้งหมด 250 คน เมื่อดู ส.ส.เขตได้มาแล้ว 220 คน ก็จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียง 30 คนเท่านั้น นี่คือหลักการคิดของ กรธ.แต่ท่านจะแบ่งเป็นภาค เป็นเขต หรือใช้ทั้งประเทศรวมกันไม่แน่ใจแต่อย่างไรเสียพรรคการเมืองจะไม่มีวันมีเสถียรภาพเพียงแต่จะทรงหรือทรุด การเมืองจะต้องพึ่งพาพรรคเล็ก พรรคน้อยมากในการจัดตั้งรัฐบาล และโอกาสที่พรรคการเมืองพรรคเดียวตั้งรบ.จะไม่มีเลย??
    คงกลัวจะเป็นแบบ "เพื่อไทย"ในอดีต!!?
    กรธ.คงยืนตามข้อเสนอเดิมเกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรี ต้องมาจาก 3 ชื่อที่แต่ละพรรคเสนอ หากเกิดเหตุขัดข้องต้องเอาคนนอกมาต้องใช้โหวต 2 ใน 3 ของทั้ง 750 เสียง จึงผ่านได้คล้ายคลึงกับร่างของท่านบวรศักดิ์ แต่โอกาสที่จะเป็นคนนอกคงยาก ถ้าพรรคการเมืองไม่เสนอ ที่เราไม่แน่ใจว่า 3 คนที่พรรคการเมืองเสนอต้องได้รับการเลือกตั้งไหมหรือเป็นเพียงข้อมูลบอกประชาชนว่า ถ้าพรรคเราได้จัดตั้งรัฐบาลจะเอา 1 ใน 3 ท่านนี้เป็นนายกฯ หรือถ้าหลายพรรครวมกันก็ต้องเป็นผู้ที่มีชื่อของแต่ละพรรค
    ดู ๆ ก็แปลกดีทำไมต้องเสนอถึง 3 คน ลำพังหัวหน้าพรรคหรือเบอร์ 1 ของ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากก็จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกฯอยู่แล้ว และเป็นธรรมเนียมประเพณีการเมืองของไทยตลอดมา แต่ กรธ.อยากจะเปลี่ยนก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ข้อสำคัญพรรคการเมืองที่ลงสมัครเลือกตั้งจะมีประมาณ 20 พรรค ต้องมีผู้ที่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ 60 คน!!?
    ประเด็นที่ คสช.ไม่ได้พูดถึงและ กรธ.ก็ดุเหมือนจะตัดสินไปเรียบร้อยแล้วคือ
    "องค์กรอิสระ"
    ยังไม่ทราบรายละเอียดแค่ควรที่จะมีการแก้ไขลดจำนวนองค์กรอิสระลงสิ้นเปลืองงบประมาณมากมาย และไม่ได้ทำประโยชน์อย่างที่คิด ที่สำคัญยิ่งไปกว่า คือ ต้องไม่เพิ่มอำนาจให้องค์กรอิสระนอกเหนือไปจากที่มีแล้ว โดยเฉพาะศาล รธน.ปปช.สตง.ควรจะได้รับการปฏิรูปด้วยซํ้า จะคอยดูในร่างสุดท้ายต่อไป
     เราเคยเสนอไปหลายหนแล้วว่า กกต.ควรสรุปข้อที่ผิดแผกแตกต่างของ รธน.มีชัยกับ รธน.ฉบับก่อน ๆ โดยเฉพาะ 2540-2550 เพื่อส่งร่างไปให้ประชาชนทุกครัวเรือนได้พิจารณาลงประชามติเพียงแต่ข้อสรุปประเด็นใหญ่ ๆ ก็อาจเพียงพอให้ประชาชนตัดสินได้แล้วว่า เขาจะรับหรือไม่รับ รธน. 2560 ซึ่งความจริงหัวหน้า คสช.ก็ขู่ไว้แล้ว ไม่รับก็ร่างใหม่ แต่เราควรจะออกความเห็นบอกท่านได้ว่า ประชาชนพอใจหรือไม่พอใจ
    หากประชามติเกิดไม่ผ่านคนที่ผิดหวังมากที่สุดคงจะเป็นท่านมีชัย เพราะท่านร่างมามากมายหลายฉบับแล้ว แต่ฉบับนี้แรงกดดันจาก คสช.มากพอสมควร และท่านคงร่างไม่ได้ยังใจ อนึ่งก็พยายามจะแหกธรรมเนียมประเพณีการเมืองออกไปด้วย ถ้าประชามติไม่ผ่านจริง ๆ แสดงว่าประชาชนไม่เข้าใจ เข้าไม่ถึงความคิดใหม่ ๆของ กรธ.และประเด็นสำคัญที่สุดไม่ต้องการข้อเสนอของ คสช.แต่อย่างไนเราก็คงหนีไม่พ้นข้อเสนอของ คสช.หากไม่ผ่าน ท่านก็ร่างใหม่ได้แล้วไม่จำเป็นต้องลงประชามติด้วย
    คงจำกันได้ว่าก่อนลงประชามติ รธน.2550 มีประชาสัมพันธ์จุดหนึ่งที่ทำให้คนเปลี่ยนใจลงมติให้ผ่านที่ว่า
    รับไปก่อนเถอะแล้วค่อยแก้
    แต่ฉบับนี้ "รับแล้วรับเลย" นะครับ เพราะแก้ยากมากหรือแทบจะแก้ไม่ได้เลย นอกจาก กรธ.จะแก้มาตรานี้ ให้ รธน.แก้ไขปรับปรุงได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยเท่า ๆ กับ รธน. 2540 -2550 ก็พอ
    อย่างไรก็ดีดังที่เราได้เขียนมาแล้วหลายฉบับ ท่านต้องไปลง "ประชามติ" แสดงจุดยืนของท่าน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยต้องไป หากนอนหลับทับสิทธิแปลว่าท่านยอมรับ รธน.นี้ แต่มิได้หมายความว่า ถ้ายอมรับแล้วก็ไม่ไป เสียงท่านจะหายไปอย่างน้อย ๆ 2 เสียง!! หรือไม่เห็นด้วยแล้วไม่ไปลงคะแนนเสียงก็เช่นกัน
    รธน.เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ คงไม่ได้ร่างเพื่อสนับสนุนคนกลุ่มเดียว ไม่ได้ร่างเพื่อทำลายคนอีกกลุ่ม ต้องเป็นธรรมต้องให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เราก็หวังว่าคงจะได้รธน.เช่นนี้สักที
                                                                                                                                                                                                                                            เผ่าเทพ  โชตินุชิต
    เข้าชม : 292
    มองแบบเผ่าเทพ 10 อันดับล่าสุด
          ร่างรธน.เสร็จแล้ว
          วิจารณ์ได้แต่ชักชวนรณรงค์ไม่ได้?
          รัฐบาลนี้ใจดีจัง!!
          ดร.วิษณุบอกร่าง รธน.ใหม่ไม่ถึง 6 เดือน
          วันของเมย์(MAY"S DAY)
          ไทยมองไทยกันเอง(ต่อ)
          ไทยมองไทยกันเอง
          ของขวัญวันสงกรานต์
          สงสารคุณมีชัย
          คำถามพ่วง "ประชามติ"
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน