[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: บทวิเคราะห์การเมือง
  • ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
    บทวิเคราะห์การเมือง : อัพเดทเมื่อ อังคาร ที่ 19 เดือน เมษายน พ.ศ.2559


                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า  พรรคประชาธิปัตย์ยืนตรงกันข้ามกับพรรคเพื่อไทยก่อนที่จะมีการยึดอำนาจการปกครองประเทศ และในบางจังหวะของการประท้วงและขับไล่รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย มีพลพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเรียกร้องให้    

                    ทหารยึดอำนาจการปกครองประเทศ

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ภายหลังจากการเสื่อมศรัทธาต่อแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล และพลตรีจำลอง ศรีเมืองแล้ว กลุ่มคนเสื้อเหลืองภายใต้ชื่อ พธม.หรือพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ได้รับเงินสนับสนุนมาจากเจ้าของกิจการและประชาชนในภาคใต้ได้หันหลังให้กับนายสนธิ ลิ้มทองกุลอย่างสิ้นเชิง

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ในห้วงระยะของการมีคนเสื้อแดง ที่นายเนวิน ชิดชอบ เป็นผู้ก่อตั้งเมื่อครั้งที่ทำงานในฐานะแกนนำพรรคไทยรักไทยและเป็นคนที่ทักษิณ  ชินวัตร หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีให้ความรักและลุ่มหลง  กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาต่อต้านกลุ่มคนเสื้อเหลือง

                    จนกระทั่งหลังจากการยุบพรรคไทยรักไทย  พลพรรคไทยรักไทยแตกออกเป็นหลายก๊กหลายพรรคและหนึ่งในจำนวนนั้นมีนายเนวิน ชิดชอบ อดีตคนกันเองและคนที่ตายแทนทักษิณ  ชินวัตร ออกมาตั้งพรรคภูมิใจไทยและวางคนเสื้อสีน้ำเงินออกมาชนกับคนเสื้อแดงและกลายมาเป็น

                    ศัตรูที่ทักษิณ  ชินวัตร หวาดกลัวไม่กล้าดับเครื่องชนอีกเลยไม่ว่ายุคใดสมัยไหนหลังจากนั้น

                    พลันที่พรรคเพื่อไทยกวาดคะแนนพลิกความคาดหมายเหนือพรรคภูมิใจไทย  เหนือพรรคประชาธิปัตย์และเหนือพรรคอื่นใด ส่งผลให้

                    พรรคชาติไทยพัฒนา  พรรคพลังชล  พรรคชาติพัฒนา ต้องหันมาเป็นพันธมิตรเพื่อหวังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ในห้วงระยะของการเป็นพรรคเพื่อไทย คนในตระกูลชินวัตร ลืมมองกงล้ออดีตในประวัติศาสตร์ที่เคยพลาดท่าเสียทีจนทุนใหญ่ต้องหนีกระเซอะกระเซิงออกจากประเทศไทยและเป็นการที่

                   ทักษิณ ชินวัตร พยายามจะชิงสุกก่อนห่ามเลยกลายเป็นวิบากกรรมนับจากวันนั้นมา

                    ห้ามลืมเป็นอันขาดว่า ห้วงระยะของการเป็นรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร การบริหารจัดการในเรื่องข้าว  เรื่องปุ๋ย  เรื่องมันสำปะหลังและเรื่องอื่นๆรวมไปถึงการโยกย้ายที่ไม่ได้มองว่าคนไหนเป็นคนเนื้อแท้ของพรรคเพื่อไทย

                    โดยมีคนระดับน้องเขยและลูกชายของเจ้าของพรรคเพื่อไทยออกมาแสดงบทบาทจนกระทั่งกลายเป็น

                    วิบากกรรมของคนในตระกูลชินวัตรในวันนี้

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ห้วงระยะของการเป็นรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลายเป็นการออกมาพยายามต่อต้านและเรียกร้องประชาชนให้ออกมาล้มรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยอ้างประเด็นการทุจริตคอรัปชั่นที่จะต้องทำการปราบปราม      

                    การกล่าวหาของพลพรรคประชาธิปัตย์นับจากหัวหน้าพรรคยันลิ่วล้อกลายเป็นประเด็น

                    ที่มีการเปิดไฟเขียวให้

                    นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ที่โดนคดีการแจกสิ่งของในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฏร์ธานีจนโดนเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้งจำนวน 9 ปี

                    มาเป็นแกนนำในการต่อสู้ ล้มล้างรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรด้วยการประกาศเลิกเล่นการเมืองเด็ดขาด ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ โดนคำสั่งศาลเพิกถอนสิทธิ์การเมือง 9 ปี

                    กลายเป็นประเด็นให้บรรดาคนสนิทของนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ ที่เคยได้รับการสนับสนุนผลักดันให้เป็นรัฐมนตรีเมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล

                    ไม่ว่าจะเป็นนายสาทิตย์ วงศ์หนอยเตย อดีตรัฐมนตรีจากจังหวัดตรัง  ไม่ว่าจะเป็นนายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีจากสงขลา ไม่ว่าจะเป็นนายจุมพล จุมใส อดีตผู้แทนราษฏรจากชุมพร ไม่ว่าจะเป็นนายอิสระ สมชัย อดีตรัฐมนตรีจากอุบลราชธานี

                    ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพื่อออกมาเคลื่อนไหวล้มล้างรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมกับออกมากล่าวหาว่า

                    มีการทุจริตหลายโครงการ

                    และมีการออกมาเรียกร้องให้ทหารเคลื่อนรถถังออกมายึดอำนาจ โดยมีแกนนำอย่างพระสงฆ์ซึ่งแทนที่จะอยู่วัดกลับออกมายึดสถานที่ราชการเพื่อตั้งเป็นกองบัญชาการ ทำให้อำนาจรัฐและการบริหารประเทศกลายเป็น

                    เป็ดง่อย

                    นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา

                    ภายหลังจากกลเกมของการดัดหลังนักการเมืองและพรรคการเมือง เมื่อทหารเรียกแต่ละพรรคการเมืองเข้าไปหาทางยุติและหาทางปรองดอง แต่ทุกฝ่ายยังคงยืนยันที่จะเรียกร้องตามที่กลุ่มของตนต้องการอยากจะได้จนทำให้

                    ทหารถือฤกษ์วันนั้น ประกาศยึดอำนาจการบริหารประเทศในนามของ

                    คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.

                    พร้อม ๆ กับการหลบหน้าของแกนนำ กปปส.ที่เริ่มทยอยกันออกบวช และไปใช้สถานที่ปฏิบัติธรรมในการเคลื่อนไหวทางการเมืองในชายผ้าเหลืองก่อนที่จะทำการลาสิกขและเก็บตัวเงียบจากวันนั้นยันวันนี้

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า ในการออกมาเรียกร้องเพื่อล้มรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการกล่าวหาว่าทุจริตและจะต้องเอาเข้าคุก

                    ทุนจากทุกชนชั้นในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีการท่องเที่ยวและหากินกับการท่องเที่ยวส่งเงินเข้าหนุนบำรุงกลุ่มคนที่ทำการปิดสถานที่ราชการที่เรียกตัวเองว่า

                    กปปส.

                    ทุกคนประกาศชัยชนะหลังจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศสำเร็จและใช้อำนาจกฎอัยการศึกบ้าง อำนาจทางทหารบ้าง เรียกไปปรับทัศนคติบ้างและท้ายที่สุดถึง

                    ยุทธการทุบหม้อข้าวคนกันเองบ้าง

                    การจัดระเบียบชายหาดก็ดี  การทวงคืนผืนป่าก็ดี กลายเป็นการตบกบาลคนกันเองที่เคยควักเงินช่วยเหลือและส่งคนไปนอนปิดทำเนียบรัฐบาลและตามย่านการค้า

                    แต่แล้วคนที่ส่งเงินไปช่วยเหลือหลังจากนั้นเป็นต้นมาออกมาโอดโอยว่า

                    โดนจัดระเบียบชายหาดจนไร้ที่ทำกิน

                    ราคายางพาราที่เคยสูงสุดกิโลกรัมละ 120 บาทและครั้นลดต่ำมาที่ 90  บาท แต่กลับไม่พอใจ ปิดถนนเพื่อสร้างความลำบากให้กับประชาชนที่สัญจรไปมาในพื้นที่ภาคกลางเชื่อมรอยต่อภาคใต้และอีกหลายจังหวัด

                    จนกระทั่งวันนี้ คนที่เคยลำบากจากการปิดถนนและการแสดงอาการอันธพาลข่มขู่และทำร้าย กลับแสดงออกถึงการอดอยากปากแห้งและบอกกับสังคมว่า

                    รถถูกยึด ลูกไม่มีเงินเรียนหนังสือ

                    เพราะยางพาราสี่กิโลร้อยบาท จนไม่มีใครอยากจะกรีดยางพาราแต่อย่างใด

                    ตรงกันข้ามกับภาคอิสานที่บอกกับสังคมว่า แม้นว่าราคายางพารากิโลกรัมละ 20 บาท เขาก็ไม่เดือดร้อนเพราะกรีดเอง สัปดาห์ละเจ็ดแปดร้อยบาทก็ยังถือว่ามีรายได้ดีกว่าการค้าข้าวเสียอีก

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า หลังจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศ พลพรรคของประชาธิปัตย์ก็ออกโรงมาสนับสนุนทหารและกลุ่มคนของทหารที่คัดเลือกเข้าไปทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญบ้าง  เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติบ้าง เพื่อเรียกร้องให้มีการ

                    กำจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลที่ผ่านมา

                    ส่งผลให้นายมีชัย  ฤชุพันธ์ ถือโอกาสอันดีนี้ ร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาเน้นการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการและกำจัดนักการเมืองชั่วที่คดโกงและไร้อาชีพแต่ร่ำรวยมหาศาล

                    น่าแปลกที่หลังจากทุกคนเห็นร่างรัฐธรรมนูญ

                    มีแค่พลพรรคเพื่อไทยออกมาต่อต้านเพียงแค่ประปราย โดยมีพลพรรคของประชาธิปัตย์ออกมาย้อนเกล็ดบ้างเป็นครั้งคราวเหมือนจะตอกย้ำว่าพรรคเพื่อไทยกลัวการปราบโกง

                    ทว่า การที่บุคคลระดับหัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรคที่เคยออกมาประกาศสนับสนุนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า

                    กปปส.ให้ล้มล้างรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

                    โดยอ้างว่ามีการโกงอย่างอภิมหาโกง

                    ไฉนวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ถึงออกโรงต้านรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงของนายมีชัย  ฤชุพันธ์เล่า

                    กลายเป็นประเด็นที่ย้อนกลับไปถามพลพรรคและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ว่า

                    ในเมื่อออกมาบอกสังคมว่า รัฐบาลที่ผ่านมาโกง ทุจริต คอร์รัปชั่นทั้งในการรับจำนำข้าว แทรกแซงข้าว ประกันราคาข้าว และกล่าวหารัฐบาลนี้อย่างสาดเสียเทเสีย

                    ไยวันนี้ทีมร่างรัฐธรรมนูญออกมาดำเนินตามรอยที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ตรวจสอบและหาทางสกัดกั้นมิให้นักการเมืองโกง

                    ไยพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอย่างหน้าตาเลิ่กลั่กจนไม่น่าจะเชื่อว่าหากย้อนมองก่อนหน้าเกือบสามปี พรรคประชาธิปัตย์เองมิใช่หรือ ที่กล่าวหาพรรคการเมืองอื่นว่าข้อฉ้อ ว่าขี้โกง ว่าคอร์รัปชั่น

                    ไยวันนี้จึงต้องออกมาประกาศไม่รับ เพราะกลัวว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เอาโทษนักการเมืองขี้โกงอย่างรุนแรงกระนั้นหรือ

                    หรือว่ากลัวฐานการเมืองในภาคใต้ที่พรรคประชาธิปัตย์ครองมาอย่างยาวนานจะดับสลายตามกลเกมของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

                    น่าคิด น่าแปลก และน่าตรองพร้อมย้อนถาม

                    อย่าลืมเป็นอันขาดว่า คนที่บริหารประเทศวันนี้ไม่ว่าจะเป็นพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เคยร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรี  ไยจึงต้องออกอาการกลัวเหมือนกับ

                    งูที่โดนรถทับหาง

                    เป็นคำถามที่พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29  ควรจะต้องเชิญว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อย่างพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปนั่งจับเข่าถามนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ คนกันเองเมื่อครั้งจับมือล้มรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า          

                    กลัวอะไร ?          
                                                                                                                                                                                                                                ทีมข่าวการเมือง
    เข้าชม : 404
    บทวิเคราะห์การเมือง 10 อันดับล่าสุด
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือก ใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบโกงปาหี่หรือของจริง ฤา ปราบโกงสองปีเป็นแค่ลมหายใจที่ผ่านรูจมูก
          ไยคนกันเองออกมาค้านรัฐธรรมนูญ ไยปชป.ไร้เยื่อใยต่อรัฐธรรมนูญ
          ทวงคืนผืนป่า จัดระเบียบชายหาด ฤา เป็นแค่ปาหี่ประเทศไทย
          ภัยแล้ง บทพิสูจน์ความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ
          ข้าราชการดีเด่น -การทุจริต-กระบวนการคัดเลือกใสสะอาดแน่หรือ?
          ปราบคอร์รัปชั่น เน้นทำงานรวดเร็ว เอาผิดคนโกง...แน่ใจหรือ 8 องค์กรอิสระทำได้ ?
          โถ...ต้วมเตี้ยม สตง. เพิ่งตื่นสอบทุจริตเครื่องเล่นเด็ก
          5 มีนาคม วันนักข่าว เราจะยึดมั่นอุดมการณ์
          มุมบริหารสไตล์ คสช. มุมปราบทุจริตที่ดูคล้ายจริงจัง
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน