[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: มองแบบเผ่าเทพ
  • แก้รัฐธรรมนูญเพื่อใคร?
    มองแบบเผ่าเทพ : อัพเดทเมื่อ ศุกร์ ที่ 6 เดือน มกราคม พ.ศ.2555

     ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ? จะแก้ประเด็นใด? ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่งหรือไม่? แก้แล้วประชาชนจะได้อะไร? ความเป็นธรรมในสังคมจะดีขึ้นหรือไม่? ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยกว่านี้หรือเปล่า?
     คำถามเหล่านี้รัฐบาลหรือผู้นำ การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเป็นประธานรัฐสภา ต้องมีคำตอบให้ประชาชนได้รับทราบ เมื่อมีคำตอบทั้งหมดแล้ว การทำประชามติคงไม่จำเป็น เพราะจะวัดได้จากกระแสต่างๆว่าประเด็นควรแก้ไขมากหรือน้อย สมควรปรับปรุงแก้ไขหรือไม่
     การทำประชามติก่อนแก้ไขเราเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ 3-4 พันล้าน โดยไร้ประโยชน์ ไร้จุดหมาย ขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล กลัวอย่างเดียว กลัว "ทักษิณ" กลัวแก้รัฐธรรมนูญเพื่อ "คุณทักษิณ" ซึ่งเป็นความคิดฝังใจเขาเหล่านั้นอยู่ ไม่ว่ารัฐบาลขยับจะทำอะไร ก็มองไปว่าเพื่อ "ทักษิณ" ทั้งสิ้น เพราะกลัวเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก!! โดยไม่มีเหตุผลอันควร
     จะอ้างว่าเวลานี้ไม่เหมาะกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจไม่ดี มันคนละประเด็นกัน แก้รัฐธรรมนูญถ้าจะแก้ต้องและควรทำแต่บัดนี้ มิได้กระทบกระเทือนอะไร สำคัญที่วิธีการ แนวทางการแก้การร่างรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น
     ก่อนอื่นรัฐสภาต้องแก้มาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันเสียก่อน เพื่อที่จะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เช่นเดียวกับรธน.ฉบับ 2540-2550 ส่วนที่มาของสสร.ควรที่จะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ที่มาของสสร. ผู้ร่างรธน.ฉบับ 2540 เป็นแม่แบบก็จริงและสสร.ฉบับ 2550 ก็ทำตาม แต่เอามาจากคนของคณะปฏิวัติเผด็จการแทบทั้งสิ้น
     ที่มาของสสร.สำคัญที่สุด เพราะเป็นฐานของรัฐธรรมนูญ ผู้ร่างควรมาจาก 77 จังหวัดนั้นถูกแล้ว แต่ไม่ใช่จังหวัดละคน เราเห็นว่าควรมีสัดส่วนของประชากร เช่น 1 ล้านต่อสมาชิกสสร. 1 คน จังหวัดใดมีพลเมืองไม่ถึงล้านคนก็มีสสร. 1 คน จังหวัดใดมี 5 ล้านคนก็ได้สมาชิกฯ5คน สสร.ที่มาจาก 77 จังหวัดจะไม่เกิน 100 คน และนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะได้รับการสรรหามาร่วมทีม จำนวนไม่ควรเกิน 1 ใน 5 ของสมาชิกที่ได้รับเลือกมาจาก 77 จังหวัด
     สำหรับที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิฯลฯ ควรจะมาจากผู้ที่เคยเป็นกรรมาธิการร่างรธน. 2540 และ 2550 ฝ่ายละ 15 เปอร์เซ็นต์ รวม 30 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ทรงคุณวุฒิอีก 30 เปอร์เซ็นต์ควรมาจากการแต่งตั้งจากองค์กรเป็นกลางที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง องค์กรอิสระ อาจเป็นฝ่ายตุลาการร่วมกับอัยการก็ได้ สำหรับหน่วยงานที่จะสรรหานักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิก็ควรเป็นสถาบันอิสระ เช่น สถาบันพระปกเกล้า NIDA และที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นต้น สำหรับองค์กรที่จะอนุมัติรายชื่อทั้งหมดคงหนีไม่พ้นรัฐสภา
     ถ้ามีการเลือกตั้ง สสร.แล้ว ความจำเป็นที่จะต้องทำประชามติก็หมดไป ส่วนการจะทำประชามติเพื่อรับร่างรธน. 2555 หรือไม่นั้นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ไม่ควรทำเพียงว่ารับหรือไม่รับ ควรบอกประชาชนว่ารธน.2555 ต่างกับ 2550 ตรงไหน ผิดกับ 2540 ตรงไหน มีอะไรดี อะไรเด่นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม
     พรรคพท.จะCLAIM ว่ามีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 15 ล้านคนเพื่อเขา เข้าไปซึ่งเป็นเสียงส่วนมากของผู้มีไปลงคะแนน ไม่ใช่ของผู้มีสิทธิออกเสียง พรรคการเมืองทั้งหลายจึงไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องกับการร่างรธน.ใหม่นี้ จะเกิดความปรองดองขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน
     ประเด็นที่จะแก้ไขคงไม่หนีประเด็นที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ประเด็นที่ให้ประโยชน์แต่ชนกลุ่มเดียว และสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อสังคม ประเด็นแรกเราเห็นว่า หมวด 6 ว่าด้วย "รัฐสภา" น่าจะได้รับการพิจารณา
     ประเทศไทยควรมี 2 สภา เช่นปัจจุบันที่มาของสภาผู้แทนราษฎรหรือส.ส. ก็เป็นไปตามหลักสากล เช่นเดียวกับประเทศที่มีระบบรัฐสภา เพียงแต่น่าเหลียวมองวุฒิภาวะของส.ส.ควรจะสูงกว่านี้ไหม? ประเด็นที่ต้องพิจารณาที่สุด คือ ที่มาของ ส.ว. อย่างไรเสียก็ต้องแก้ ลูกผีลูกคนอย่างนี้ไม่ได้ให้ 7 อรหันต์มีอำนาจแต่งตั้งส.ว.เกือบครึ่งสภา แถมเพิ่มบารมีและอำนาจส.ว.ให้อีก
     เราว่าอย่างไรเสีย ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ไม่จำกัดผู้สมัครว่ามีภูมิลำเนาอยู่ไหน? เคยอยู่ในจว.นั้นไหม ให้สิทธิ์ทุกคนสมัครได้ เพียงแต่อายุควรจะไม่น้อยกว่า 50 และไม่ควรจำกัดว่าครบ 6 ปี แล้วกลับมาอีกไม่ได้ อย่าไปเอาอย่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ เลยมันคนละเรื่องกัน คนดี คนเก่งจะเป็นส.ว.จนตายก็ได้ หากเขาไปรับเลือก บทบาทของส.ว.ต่อองค์กรอิสระก็ต้องกลั่นกรอง ปัจจุบันมีปัญหาแต่ก็อาจเกิดจากส.ว.สรรหาด้วย
     หมวดที่8 ว่าด้วย "คณะรัฐมนตรี" น่าจะได้รับการแก้ไขปรับปรุง อย่าหลอกประชาชนต่อไปเลย มีรมต.ได้ 35 คน แต่แต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีได้ไม่จำกัดจำนวนแถมทำหน้าที่แทนรมต.เสียอีก ควรยกเลิกตำแหน่ง "ผู้ช่วยรัฐมนตรี" ทั้งหมด แม้ที่ปรึกษาก็ไม่ควรให้มีอย่างเป็นทางการ จำนวนรัฐมนตรีอาจเพิ่มตามความเหมาะสม เลขานุการรัฐมนตรีมาจากส.ส. เช่นในอดีตนั้นสมควรแล้ว ควรจะเหลียวไปดูแลใหม่
     สำหรับ หมวดที่ 7 ว่าด้วย "การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน" ยกเลิกเสียเถอะ ไม่ได้ผล หลอกลวงประชาชนเปล่าๆ ประชาชนเสนอพ.ร.บ. แม้แก้รธน.ลงชื่อเป็นแสนเป็นหมื่นเคยมีผลปรากฎไหม ให้ประชาชนมีบทบาททางรัฐสภาดีกว่า โดยผ่านตัวแทนของเขา
     ประเด็นที่เราเห็นว่าควรจะได้รับการพิจารณาแก้ไขอย่างละเอียด ถี่ถ้วน และโปร่งใสเป็นธรรมคือ หมวด11 ว่าด้วย "องค์กรตามรัฐธรรมนูญ" โดยเฉพาะส่วนที่ 1 "องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ" ซึ่งประกอบด้วย 1.คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) 2. ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน 3. คณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และ4. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตร.) ซึ่งคณะเหล่านี้วุฒิสภาเป็นผู้แต่งตั้ง ขณะนี้มีอำนาจล้นฟ้ายิ่งกว่าเทวดา ควรจะพิจารณาตั้งแต่หลักการที่มาของคณะกรรมการและแนวทางการทำงานเสียใหม่ โดยเฉพาะอายุงานควรกำหนดให้ชัดเจน
     สำหรับส่วนที่ 2 ของหมวดนี้ ว่าด้วย "องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ" มี 1. องค์กรอัยการ 2. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 3. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ องค์กรที่ 3 ตั้งมา 8 ปี เศษแล้ว มีผลงานอะไร ควรพิจารณาปรับปรุง หรือไม่ก็ยุบเลิกเปลี่ยน เป็นรูปอื่นไปเสีย
     หมวดที่ 12 "การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ" เป็นชนวนแห่งความขัดแย้ง ความปรองดองเป็นเครื่องมือของรัฐ และมีนักการเมืองบางประเด็นก็เป็นเสือกระดาษบางส่วน เช่น ส่วนที่ 4 ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ควรให้สิทธิการอุทธรณ์ฎีกาได้ แม้จะพิจารณาโดยองค์กรคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาก็ตาม กล่าวคือ ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ
     หมวดสุดท้ายคือ หมวดที่ 14 ว่าด้วย "การปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งต้องคงไว้ แต่ต้องชัดเจนกว่าปัจจุบัน ซึ่งให้อำนาจหน้าที่มากมายสวยหรู แต่ไม่มีงบประมาณต้องเขียนให้ชัดเจนว่า แต่ละท้องถิ่นจะต้องได้รับรายได้หรือเงินอุดหนุนจากรัฐเท่าใด รายการใดบ้างนอกเหนือจากรายได้ที่เขาหาได้เองอยู่แล้ว คุณสมบัติของนายกอบจ. อบต. ก็น่าจะได้รับการรีวิวให้เหมาะสม
     ที่เราอยากเห็นที่สุดคือในบทเฉพาะการซึ่งควรบ่งไว้ว่า "มันผู้ใดปฏิวัติ รัฐประหารฉีก รธน.ฉบับนี้ทิ้งจะต้องโทษประการ 7 ชั่วโคตร" ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ใช่ฉีกทิ้ง เช่น รธน. 2540 ถูกฉีกทิ้งไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายจนทุกวันนี้
                                                                                                                             เผ่าเทพ  โชตินุชิต
     
     
     
     
    เข้าชม : 1002
    มองแบบเผ่าเทพ 10 อันดับล่าสุด
          ไม่ควรยุบ
          เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง
          ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
          ยกเครื่ององค์กรอิสระ
          ภาษีมรดก ภาษีประวัติศาสตร์
          เฮลิคอปเตอร์ทหารตก!
          ขอคารวะผู้ไถ่โทษหนุ่มขายขยะCD
          สนช.กับความปรองดอง
          สปช. VS สชป.
          7 แสนล้านใครรับผิดชอบ
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน