[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: คุยประสาชาวใต้
  • ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
    คุยประสาชาวใต้ : อัพเดทเมื่อ พฤหัสบดี ที่ 12 เดือน เมษายน พ.ศ.2555




    หลายวันที่ผ่านมา ข่าวที่ฮอทๆ และเล่นกันจนเลยเถิด คือข่าว”ทักษิณ” พบกับ”ฮาซัน ตอยิบ” ที่เล่นเอา เปียกปอนกันไปทั่ว  ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นัจมูมิน อูมา อดีต สส.จ.นราธิวาส และ แม้แต่ ผู้เขียน ก็ได้รับเกียรติ จาก ใครต่อใคร ให้เป็นหนึ่งในตัว”ละคร” เรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน

                    แต่เรื่อง ที่จะ เขียนถึงวันนี้ คงจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการ”เจรจา” ว่าใครไปเจรจากับใคร เพราะผู้เขียนเห็นว่า เรื่องความ”สับสน” ตรงนั้นได้ผ่านไปแล้ว และเป็นการผ่านไปแบบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจาก สงครามข่าวสาร สงครามน้ำลายของนักการเมือง โดยเฉพาะ”การเมือง”แบบ”ประชาธิปัตย์” ที่ไม่ขยันหาข้อมูล ข้อเท็จจริง ชอบแต่หยิบเอาข้อมูลของผู้อื่น ไปทำการ”จับแพะชนแกะ” พอเอาเข้าจริงๆ ก็กลายเป็น “ปวกเปียก” หาแก่น หาสาร อะไรไม่ได้

                    เรื่องที่จะจะเขียนถึง คือเรื่อง การเปิดเวทีพูดคุย ระหว่าง ขบวนการกับ เจ้าหน้าที่รัฐ  ตัวแทนหน่วยงานรัฐ หรือตัวแทนฝ่ายการเมือง กับ กลุ่มคนผู้เห็นต่าง เห็นผิด หรือ ไม่เห็นด้วย กับรัฐบาล กับ นโยบาย ของรัฐ ที่ใช้ในการบริหารและแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                    เพราะการเปิดเวทีพูดคุย หรือจะเรียกว่า”เจรจา”หรือ อะไรก็แล้วแต่ ณ วันนี้ เป็นเรื่องการแก้ปัญหาที่ถูกต้องที่สุด กับการ ยุติ ความไม่เข้าใจ ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างยาวนานของปลายด้ามใขวาน

                    และเป็นไปตามยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความไม่สงบ ที่สภาความมั่นคงเป็นผู้กำหนด และรัฐบาลได้นำเข้าสู่สภาฯ และผ่านความเห็นชอบของสภาฯ เพื่อบังคับใช้ โดยในยุทธศาสตร์ของ สมช.ในข้อที่ 8 วงเล็บ 1 วงเล็บ 2 เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องให้เปิดพื้นที่พูดคุย เพื่อทำความเข้าใจ กับผู้ที่เห็นต่าง หรือไม่เห็นด้วย

                    โดยข้อเท็จจริง การติดต่อ พูดคุยกัน ระหว่างตัวแทนของรัฐ ตัวแทนของ”การเมือง”  ตัวแทนของหน่วยงานต่างๆ กับผู้นำขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่การเผาโรงเรียน 36 โรง ในปี 2536 เป็นต้นมา การพบปะ พูดคุย มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงาน ที่”นายเหนือ” อ้างว่าไม่มีนโยบายในการ พูดคุย เจรจา กับใจร นั้นแหล่าที่ มีการพบปะ กับโจร มากที่สุด และแต่ละปี มีการใช้”งบลับ” เพื่อพูดคุยกับโจร มากมายมหาศาล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

                    ข้อเท็จจริงอีกเรื่องที่ “สาธารณะ” ควรรู้ คือ การก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้ มีตัวละครของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่สร้างความเสียหายให้กับ ประเทศของเราอยู่ 2 ขบวนการ เท่านั้น

                    ขบวนการที่ 1 คือ ขบวนการ บีอาร์เอ็นโคออดิเนต ซึ่งขณะนี้พวกเราไม่เรียกตัวเองว่า”บีอาร์เอ็นฯ”แล้ว แต่เรียกตัวเองว่า”นักรบฟาตอนี” หรือ”นักรบปัตตานี” ส่วนที่เรียกว่า”บีอาร์เอ็นฯ” เรา หมายถึง เจ้าหน้าที่รัฐ เป็นผู้เรียก เพื่อที่จะใช้ในการจำกัดความว่าเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดนเท่านั้น

                    บีอาร์เอ็นฯ หรือ นักรบฟาตอนี เป็นกำลังติดอาวุธ ที่คนอ่านข่าว ติดตามความเคลื่อนไหวของเหตุความไม่สงบรู้จักกันในนาม”อาร์เคเค” จนเข้าใจผิดว่า”อาร์เคเค”เป็นชื่อของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ขบวนการนี้ ใช้กองกำลังติดอาวุธ ทำลายล้างด้วยความรุนแรงในทุกรูปแบบ ใน3 จังหวัด และ 5 อำเภอของ จ.สงขลา ( รวม อ.หาดใหญ่ ) เพื่อทำลายความเชื่อมั่นของรัฐไทย เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้น โดยผลสุดท้ายที่ต้องการ คือให้เห็นถึงความล้มเหลวของอำนาจรัฐ และมีอิทธิพลต่อการควบคุมมวลชนในพื้นที่

                    ที่สิ่งที่น่าสังเกตุคือ  นับตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งเป็นปีที่ “บีอาร์เอ็นฯ” ปฏิบัติการต่อรัฐไทยด้วย กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็นฯ ไม่เคย เคลื่อนไหวใน เวทีโลก  ไม่เคยมี เอกสาร จดหมาย หรือ บุคคล ไปร้องเรียนเรื่อง สิทธิมนุษย์ชน เรื่อง ความไม่เป็นธรรม ที่เกิดขึ้นใน จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด

                    ขบวนการที่ 2 คือ ขบวนการพูโล ซึ่งในอดีตเคยเป็นกองกำลังแบ่งแยกดินแดน ที่ติดอาวุธใหญ่ที่สุด ที่เคลื่อนไหวในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ภายใต้การนำของอดีตผู้นำอย่าง ยูโซ๊ะ ปากีสถาน ,สะมาแอ ท่าน้ำ ดาโอ๊ะ ท่าน้ำ และ ใครต่อใครอีกหลายคน ที่ผู้ติดตามข่าวความไม่สงบต่างคุ้นชื่อเสียง เรียงนาม แต่ปัจจุบัน กองกำลังติดอาวุธของพูโล ในพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทย ไม่มีแล้ว

                    พูโล มีภารกิจที่สำคัญเพียงอย่างเดียว คือการเคลื่อนไหว โจมตี ประเทศไทยในเวทีโลก เช่น ร้องเรียนข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ  ร้องเรียนองค์กรสหปรชาชาติ ร้องเรียนองค์กรประชุมมุสลิมโลก หรือ โอไอซี ถึงความอยุติธรรม ถึงการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนของ เจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีต่อคนมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เท็จบ้าง จริงบ้าง  รวมทั้งการเรียกร้องให้รัฐไทย เจรจา กับตนเอง เพื่อยุติความไม่สงบที่เกิดขึ้น

                    สิ่งที่เป็นข้อสังเกตุคือ แม้ขบวนการพูโล จะไม่มีกองกำลังติดอาวุธ ไม่ได้ก่อวินาศกรรม ไม่ได้ฆ่าคนแล้ว แต่พูโล ยังมีบทบาทในเวทีโลก และในเวทีข่าวสาร ซึ่งทั้ง ยูเอ็น ทั้ง โดไอซี และประเทศที่สามบางส่วน ยังให้ความสำคัญ และยังเชื่อข้อมูลที่ พูโล ร้องเรียน และเรียกร้อง และการเคลื่อนไหวของพูโล ในเวทีโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่ รับไทย เอง ต้องปวดหัว คอยตามล้างตามเช็ด “แก้ต่าง” ของกล่าวหาอยู่ตลอดเวลา

                    ดังนั้นวันนี้เท่ากับว่า”รัฐไทย” มีศัตรูอยู่ 2 พวก เหมือนปลูกบ้านอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วย “บีอาร์เอ็นฯ และ”พูโล” โดย บีอาร์เอ็น ทุกเข้าทุกเย็น ต้องยิงปืนใส่บ้านเราวันละ 3 เวลา ในขณะที่”พูโล” ทำหน้าที่”ประจาน”เอาให้เพื่อนบ้านฟังว่า บ้านเรา โหดร้ายทารุณ กับคนในบ้านแบบ ละเมิดสิทธิมนุษย์ชน และ เฆี่ยนตี ตัดสินความผิดถูกด้วยความไม่เป็นธรรม ระหว่าง”ลูกเอง” กับ”ลูกเลี้ยง” ซึ่งสิ่งที่ บีอาร์เอ็นและพูโล กระทำ สร้างความสูญเสีย เดือดร้อน รำคาญ และเราก็แก้ไม่ตกมาเป็นเวลานาน

                    วันนี้ทางออก ที่ทุกฝ่ายเห็นด้วย ยกเว้น” กองทัพ” คือ ต้องเปิดพื้นที่พูดคุย เพื่อลดความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น  พูดคุยกับพูโล เพื่อให้หยุดการเรียกร้อง ร้องเรียน ต่อ ยูเอ็น ต่อ โอไอซี และต่อประเทศมุสลิม ซึ่งหากทำได้สำเร็จ”แนวรบ”ในเวทีโลกจะได้ยุติ และเราจะได้ใช้เวลาและวิธีการต่างๆมา “จัดการ”กับ กองกำลังติดอาวุธของ นักรบ”ฟาตอนี” ในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ

                    อย่าถามว่า “จะเจรจากับใคร” และอย่างตั้งโจทย์ให้ยากว่า โจรมีหลายกลุ่ม เพราะถ้าจะพูดคุย หรือ เจรจา มีคนที่พร้อมจะ พูดคุยและ เจรจาอยู่แล้ว และอย่ากลัวว่า การเจรจา จะเป็นการยกระดับ เพราะทุกอย่างอยู่ที่ วิธีการ และการ บริหารจัดการ เพราะการยกระดับนั้น ถึงไม่เจราจา ไม่พูดคุย  โจรก็สามารถยกระดับได้ เช่นการวาง”คาร์บอมบ์” ใต้ถุนโรงแรม ลีการ์เดนท์ ที่ อ.หาดใหญ่ ก็คือการยกระดับ เป็นการ ยกระดับ การก่อความไม่สงบให้เป็นการ”ก่อการร้าย” และยิ่งเกิด คาร์บอมบ์ ถี่เท่าไหร่ นั้นแหละคือการยกระดับ โดยที่ไม่ต้อง เจรจา

                    ส่วนที่มักจะตั้งโจทย์ให้ยากว่า โจรมีหลายกลุ่ม ไม่รู้จะพูดกับกลุ่มไหน เป็นเรื่องของคนปัญญาอ่อน เพราะยิ่งโจรมีหลายกลุ่ม ยิ่งแสดงให้เห็นว่า โจรไม่มี”เอกภาพ” เหมือนกับหน่วยงานของรัฐเป๊ะเลย  ดังนั้นยิ่งหลายกลุ่มยิ่งง่ายในการพูดคุย เพื่อสลายไปที่ละกลุ่ม สำหรับผมสิ่งที่กลัวคือโจรจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มเดียว นั่นแหละที่การพูดคุยจะยากขึ้น เพราะโจรมีอำนาจในการ ต่อรอง สูง จนเราเป็นฝ่าย เสียเปรียบ

                    สิ่งที่เราลืมไปคือ ในโจรกลุ่มต่างๆ มีทั้งเป็นโจร อุดมการณ์ เป็นโจรแบบ ตกกะไดพลอยโจน เป็นโจรเพราะถูกบีบบังคับ เป็นโจรเพราะจำยอม และเป็นโจร เพราะหลงผิด ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีการ นำโจรชนิดต่างๆ ที่พอจะกลับตัว กลับใจได้ออกมาด้วยการเปิดพื้นที่ พูดคุย ส่วนที่พูดคุยไม่รู้เรื่อง ก็ใช้วิธีการอื่นๆ ในการ”จัดการ” ซึ่ง วิธีการแบบนี้ เรียกกันว่า เป็นยุทธการ”ทุบทีละนิ้ว กินทีละคำ”

                    ท่าน ผู้อ่านครับ วันนี้ ผมเขียนด้วยความยืดยาว เพียงเพื่อชี้ให้เห็นว่า การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ใช้อาวุธและกำลังทหาร ตำรวจ พลเรือนกว่า 100,000 คน และงบประมาณกว่า 100,000 ล้าน ในเวลา 8 ปีที่ผ่านมา เป็นการสูญเปล่า ซึ่งน่าจะสรุปได้แล้วว่า วิธีการที่ทำมา 8 ปี ล้มเหลว ดังนั้นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จึงต้องใช้การ พูดคุย หรือจะ เจรจา ก็แล้วแต่จะเลือก

                    ส่วนใครจะเป็นผู้ไป พูดคุย หรือ เจรจา กับใคร นั้น คนใน 3 จังหวัด  5 อำเภอ ไม่ได้สนใจว่าจะเป็น นาย ก.นาย ข.หรือ นาย หมา นาย แมว ที่ไหน ขอเพียงให้ทำแล้ว สามารถ”ยุติ” เหตุรุนแรง หยุดการตาย การระเบิด ได้ ถือเป็น คุณูประกาณ์แก่ประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง

                    แต่ มีข้อแม้ว่า ต้องหยุดคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ไว้นอกเวที  เพื่อที่จะไม่ทำให้การ พูดคุย หรือ เจาจร ต้อง ล้มเหลว และกลายเป็น ความ วุ่นวายเกิดขึ้น เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งควรเป็น บทเรียน สำหรับการแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น

    ไชยยงค์ มณีพิลึก

    เข้าชม : 1536
    คุยประสาชาวใต้ 10 อันดับล่าสุด
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน