[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: คุยประสาชาวใต้
  • ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
    คุยประสาชาวใต้ : อัพเดทเมื่อ พฤหัสบดี ที่ 19 เดือน เมษายน พ.ศ.2555
    เรื่องประหลาดที่ปลายด้ามขวาน” เมื่อผมและประชาชนถูกต้ม”


                    จำได้ว่า ผมเคยเขียนถึงบทสรุปถึง สถานการณ์ความไม่สงบที่ปลายด้ามขวานว่า สาเหตุที่ สงครามประชาชนยุติไม่ได้นั้น  มีผู้ตั้งข้อสงสัยไว้ 2 ประการด้วยกัน

                    หนึ่งคือ” กองทัพค้าสงคราม”  และอีกหนึ่งคือ หน่วยงานในพื้นที่” ค้ากำไร”

                    และวันนี้มีก็มีเรื่องประหลาดที่ปลายด้ามขวานมา บอกเล่ากับท่านผู้อ่าน เพื่อให้ช่วยกัน พิจารณาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการ ค้ากำไร และ ค้าสงคราม ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ ปลายด้ามขวาน หรือไม่

                    นั่นคือ นโยบายการปราบปรามน้ำมันเถื่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ 6 ข้อ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่นำเอาเรื่องการค้าน้ำมันเถื่อน และการค้ายาเสพติด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องของ”ภัยทับซ้อน” ที่เป็นปัญหาเสริมให้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น

                    โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้บอกกับสื่อมวลชนมาโดยตลอดว่า น้ำมันเถื่อน ยาเสพติด ทั้ง 2 ขบวนการ ส่งเงินสนับสนุนให้กับ”แกนนำ” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพื่อใช้ในการก่อการร้าย เช่นการ วางระเบิด วางเพลิง และ ฆ่าเจ้าหน้าที่-ประชาชน รายวัน

                    ครั้งแรกผมดีใจ ที่เห็น กอ.รมน. ให้ความ สนใจและ”ใส่ใจ” ในเรื่อง การค้าน้ำมันเถื่อน และยาเสพติด แต่วันนี้ ผมจะเขียนในประเด็นเรื่องน้ำมันเถื่อนก่อน ส่วนยาเสพติดจะเขียนถึงในวันหน้า

                    ที่บอกว่า ดีใจ ในการที่  กอ.รมน.เข้ามาเป็น “เจ้าภาพ” ในการปราบปราม จับกุม น้ำมันเถื่อน เป็นเพราะว่า น้ำมันเถื่อน เป็นเรื่องการทำผิดกฎหมาย ที่ทำกันอย่างเป็นขบวนการ เป็นการทำลายเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชาติ เพราะน้ำมันเถื่อน ที่นำเข้าประเทศ 1 ลิตร ทำให้ภาษีของชาติหายไป 8 บาท ถ้าวันหนึ่งมีการนำเข้าน้ำมันเถื่อน 10 ล้านลิตร หมายถึงเงินภาษีหายไป 80 ล้านบาทต่อวัน                      

                    ส่วนเรื่องจะเอาเงินจากกำไรไปสนับสนุน การก่อการร้ายหรือไม่นั้น เป็นอีกประเด็นหนึ่ง และถ้าเป็นจริง โทษฐานของผู้ค้าน้ำมันเถื่อน ยิ่งหนักหนาสาหัส ชนิดต้องประหาร 7 ชั่วโครต เพราะเป็นการ ทำลายชาติ ที่ไม่สมควรให้อภัย ไม่ว่าจะขึ้นศาลไหนของประเทศ

                    แต่ ท่านผู้อ่านครับ ผมดีใจได้ไม่นาน กับเรื่องการปราบปรามขบวนการผู้ค้านำมันเถื่อน  เพราะจากวันที่ กอ.รมน.ประกาศให้การค้าน้ำมันเถื่อนเป็น”ภัยทับซ้อน” จนถึง ณ วันนี้ เวลากว่า 6 เดือน ผมรู้สึกว่า ผมและพี่น้องในสังคมถูกต้ม และนอกจากรู้สึกว่าถูกต้มแล้ว ผมยังรู้สึกว่า เจ้าหน้าที่รัฐ กำลังร่วมกับ ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน”ค้ากำไร” ร่วมกัน

                    เหตุผลที่จะบอกกับท่านผู้อ่านคือ วันนี้ น้ำมันเถื่อนที่ถูกขบวนการ นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ทั้งที่ผ่านมาจาก  อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ และ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ทั้งที่ผ่านมาจาก ชายแดนปาดังเบซาร์ ชายแดนบ้านสำนักขาม อ.สะเดา และจากชายทะเล จ.สงขลา และ ที่มาจาก อ.ควนโดน อ.เมือง จ.สตูล ยังไม่ได้หายไปไหน

                    กลางวันอาจจะดูไม่คึกคัก แต่กลางคืนรถบรรทุกน้ำมันเถื่อน ขนน้ำมันกันตลอดทั้งคืน ตลาดน้ำมันเถื่อน ขยายกว้างไกลไปถึง จ.กระบี่ จ.นครศรีธรรมราช และ สุราษฎร์ธานี ซึ่งในอดีต ตลาดน้ำมันเถื่อนมีวงจรอยู่แค่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น

                    และสิ่งที่เห็นกันอยู่ใน จ.สงขลา สตูล และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ทุกซอก ทุตรอก ทุกซอย และทุกถนนหลวง เต็มไปด้วยปั๊มน้ำมันเถื่อน และปั้มน้ำมันขวด น้ำมันแกลลอน เต็มไปหมด จนกลายเป็น สินค้าโอท็อป ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสิ่งที่น่าตกใจคือ ผู้คนจำนวนมาก ต่างหลั่งไหลมายึดอาชีพ ค้าน้ำมันเถื่อน ด้วยการลงทุน ดาวน์รถกระบะเพื่อใช้บรรทุกน้ำมันเถื่อน ส่งขายให้ลูกค้า ส่วนคนเมือง คนในชุมชน ตั้งโต๊ะ ตั้งเต็นท์ และ ตั้งปั้มหลอด ขายน้ำมันเถื่อน เป็นอาชีพ ซึ่งเกิดขึ้นมากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

                    แล้ว อย่างนี้ จะไม่ให้ผมรู้สึกว่า กอ.รมน.ต้มผม ต้มคนในสังคมได้อย่างไร ในเมื่อ กอ.รมน.รับเป็น “เจ้าภาพ” ในการปราบปรามน้ำมันเถื่อน เพราะเป็นภัยทับซ้อน ที่ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการก่อการร้าย แต่ทำไม ยิ่งอยู่ น้ำมันเถื่อน จึงยิ่งมาก และมากกว่าตอนที่ กอ.รมน. ยังไม่ประกาศให้น้ำมันเถื่อน เป็นภัยทับซ้อน ด้วยซ้ำไป

                    และที่ผมรู้สึกว่า ผมถูกต้มแน่ๆ คือ เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่าน เกิดเหตุ ไฟไหม้โกดังน้ำมันในชุมชนทรายทอง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นโกดังขนาดใหญ่ มีมูลค้านับล้านบาทขึ้น แต่โกดังเก็บน้ำมันแห่งนี้ อยู่จากจากจุดตรวจของ ฉก. 32 เพียง 300 เมตรเท่านั้น  โกดังน้ำมันเถื่อน อยู่ห่างจากจุดตรวจ 300 เมตร เป็นไปได้อย่างไร ที่ เจ้าหน้าที่ ไม่รู้ ไม่เห็น ทั้งที่มีการขนถ่าย น้ำมัน กันทั้งกลางวัน กลางคืน

                    หรือ เจ้าหน้าที่ตรงจุดตรวจนั้นของ ฉก.32 เป็นผู้พิการ ทางหู และ สายตา ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมจะได้ยำประโยชน์ให้จำเลย

                    และที่ผมเห็นว่า กอ.รมน.กำลังค้ากำไร เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา มีรถบรรทุกน้ำมันเถื่อน 4,000 ลิตร เกิดอุบัตเหตุที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โดยคนขับให้การว่า นำน้ำมันเถื่อน  จาก จ.สตูล ไปส่งให้ปั๊มน้ำมันที่ อ.รัษฎา จ.ตรัง โดยน้ำมันดังกล่าวเป็นของ”เสธ” ซึ่งแหล่งข่าว เปิดเผยว่า “เสธ” คนดังกล่าวส่งออก น้ำมันเถื่อน คืนละ 20 เที่ยว

                    “เสธ” นี่น่าจะมาจากคำว่า”เสนาธิการ” และน่าจะเป็น ยศของ ทหาร ซึ่งเรื่องนี้ กอ.รมน.ต้องตอบให้ชัดว่า เป็น เจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าหรือไม่

                    นี่ผมยังมีรวมรายการอื่นๆ เช่น น้ำมันเถื่อน จากชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ถูกบรรทุกผ่านด่าน อ.สะเดา จ.สงขลา วันละประมาณ 200 เที่ยว และน้ำมันเถื่อน ที่ผ่านจากด่าน อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ อ.แว้ง ในแต่ละวันชนิด “อสงไขย” ( นับไม่ถ้วน)

    ล้วนแต่สามารถ ผ่านด่านตรวจ และผ่านตาของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มาได้อย่างไร โจทย์นี้ กอ.รมน.ภาค 4 ต้องตอบให้ประชาชนรับทราบ

                    เพราะถ้าไม่ตอบให้ชัดเจน เท่ากับว่า เรื่องที่ประชาชน ตั้งข้อสังเกตุถึงเรื่องการ”ค้าสงคราม” และการ”ค้ากำไร” จะเป็นเรื่องจริง และสร้างความเสียหายให้กับ กอ.รมน.

                    ผมบอกตรงๆว่า ผมไม่เคยคาดหวังว่า ศุลกากร สรรพสามิต ตำรวจ ซึ่งเป็นหน่วยงานตรงที่รับผิดชอบเรื่องการ ปราบปรามน้ำมันเถื่อน จะมี”น้ำยา” ในการปราบปราม จับกุม เพราะ แหล่งข่าว จากขบวนการน้ำมันเถื่อน ได้ดำเนินการ”ซื้อ” เจ้าหน้าที่เหล่านี้ไว้เป็น พวก มีการจ่าย”ส่วย” เพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิด”ไฟเขียว” โดย”แหล่งข่าว” อ้างว่าน้ำมันเถื่อน 1 ลิตร กำไร 22 บาท หักเป็น”ส่วย”เจ้าหน้าที่รัฐ 8 บาท ที่เหลือเป็น กำไรอีก 12 บาท ซึ่งถือว่าเป็นกำไร ที่มากที่สุด ในบรรดาสินค้าหนีภาษีศุลกากร

                    โดยส่วนตัว ผม เคารพ ในตัวของ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งเป็นคนดี มีความตั้งใจจริง ในการแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น   และผมเห็นด้วยตั้งแต่วันแรกที่ท่านมีนโยบายให้ กอ.รมน.เป็น หน่วยงานปราบปรามจับกุมน้ำมันเถื่อน เพราะผมเห็นว่า กำลังทหาร ซึ่งมีระเบียบ วินัย และไม่มีเรื่อง อื้อฉาว ในการ ทุจริต ต่อหน้าที่ เหมือนหน่วยงานอื่นๆ คงจะปราบปรามจับกุม น้ำมันเถื่อน ที่เป็นขบวนการ ทำลายชาติ ทำลายเศรษฐกิจได้สำเร็จ

                    แต่ เมื่อมาถึงวันนี้ ผมเห็นว่า ผมถูกต้ม และผมเห็นว่า เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.มีการ “ค้ากำไร” จากการประกาศให้การค้าน้ำมันเถื่อนเป็นภัยทับซ้อน มากกว่าที่จะต้องการปราบปรามจับกุมขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนอย่างจริงจัง และจริงใจ และผมเชื่อว่า ผมและ ประชาชน ไม่ได้ถูกต้มเพียงอย่างเดียว แต่ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ท่านถูกลูกน้องของท่านต้มตุ๋น เช่นเดียวกับผมเหมือนกัน

                    และนี้คือเรื่องประหลาดที่ปลายด้ามขวาน ที่เกิดขึ้นกับการปราบปรามน้ำมันเถื่อน ที่เป็นภัยทับซ้อนในจังหวัดชายแดนภาคใต้


    ไชยยงค์ มณีพิลึก


                   

    เข้าชม : 1725
    คุยประสาชาวใต้ 10 อันดับล่าสุด
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน