[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by _VERSION

ผู้สนับสนุน










ผู้สนับสนุน
.

  • คอลัมน์ - บทความ:: คุยประสาชาวใต้
  • ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
    คุยประสาชาวใต้ : อัพเดทเมื่อ เสาร์ ที่ 7 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2554

    สถานการณ์จริงกับสถานการณ์ที่ถูกสร้าง
    จะแก้อย่างไร และใครจะเป็นคนแก้


    เหตุการณ์ยิงถล่มร้านน้ำชา ที่บ้านกาสัง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มี”ชาวบ้าน” เสียชีวิต จำนวน 4 คน บาดเจ็บ 17คน ต่อเนื่องด้วยการฆ่าแล้วเผาชาวไทยพุทธ 2 ผัวเมียในพื้นที่เดียวกัน ถ้ามองว่าเป็นเรื่อง ธรรมดาสามัญ ที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาแล้วถึง 7 ปี ก็จะไม่มีความรู้สึกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่อง ปกติ ของพื้นที่ ซึ่งมีความขัดแย้ง และมีการ สู้รบ ระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐ กับ กองกำลังของขบวนการแบ่งแยกดินแดน
    แต่ถ้ามองให้”ลึก”ลงไป จะพบว่า”เหยื่อ” ทั้งหมดเป็น”ชาวบ้าน” เป็น ผู้ใหญ่ เป็นเด็ก และ สตรี ที่สำคัญ คนในร้านน้ำชา และ ร้านชำ ทั้งหมด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ความขัดแย้ง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ สู้รบ ระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐ และ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ชาวบ้านที่ ตาย และ เจ็บ คือ”เหยื่อ”ของสถานการณ์อย่างแท้จริง ดังนั้น เรื่อที่เกิดขึ้น แม้จะเคยเกิดขึ้น เป็นประจำ จนเหมือน ปรากฎการณ์ ประจำถิ่น แต่ หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้อง ตระหนัก ว่า เป็นเรื่องร้ายแรง ที่จะต้องป้องกัน ชีวิตของ ชาวบ้าน ผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ให้ได้ผล
    เรื่องทั้งหมด จึงไม่ควรจบลงที่ การ”เยี่ยวยา” ครอบครัวผู้สูญเสีย หรือแค่การแดงความเสียใจ ที่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถ ดูแลชาวบ้านให้ปลอดภัยจากการกระทำของ”แนวร่วม” แต่ กอ.รมน. และหน่วยงานอื่นๆ ทั้ง ตำรวจ และ ฝ่ายปกครอง ต้องหาวิธีการ หายุทธวิธี ทั้งในการ ป้องกัน การรับมือ และการ ติดตามผู้ทำความผิดมาลงโทษ เพื่อสร้างความรู้สึกกับคนในพื้นที่ ให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐ มีขีดความสามารถ ในปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ แค่ คุ้มครอง ฐานปฏิบัติการของตนเอง ลาดตระเวนตามห้วงเวลา แต่ไม่สามารถ ป้องกันเหตุร้ายได้ ซึ่งสุดท้าย สังคมยิ่งเห็นถึงความ ไร้ประสิทธิภาพ และ เสียดายงบประมาณ จำนวนหมื่นล้านแสนล้าน ที่ละลายไป กับการแก้ปัญหา ความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้
    ประเด็น ปัญหา คือ สถานที่เกิดเหตุทั้ง 5 จุด อยู่ริมถนนใหญ่สายยะลา-เบตง เป็นเส้นทางสายหลัก เป็นเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และที่สำคัญกว่านั้น ในพื้นที่ อ.บันนังสตา มีกองกำลังของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งทหารราบ ทหารม้า ทหารพราน ตชด. ตำรวจ สภ.บันนังสตา อาสาสมัคร และ ชรบ. ปฏิบัติหน้าที่ เป็นจำนวนมาก เพราะ บันนังสตา เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของ ขบวนการ “บีอาร์เอ็นฯ”มาโดยตลอด คำถามคือ บนถนนสายดังกล่าว และในห้วงเวลาระหว่าง 18.00 น. ที่เป็นเวลาเกิดเหตุ มี”จุดบอด” มี”ช่องว่าง” ตรงไหน จึงปล่อยให้ เกิดเหตุร้ายกับประชาชนถึง 5 จุด รวมทั้งหลังเกิดเหตุ ทำไมจึงไม่มี”เบาะแส” ให้ สืบจับคนร้ายได้แม้แต่คนเดียว
    ทั้งที่ วิธีการ ของ”แนวร่วม”ผู้ก่อเหตุ ยังคงใช้รูปแบบเดิมๆ นั่นคือ ใช้รถกระบะ เป็นพาหนะในการก่อเหตุ แต่งกายด้วยเครื่องคล้ายกับ เจ้าหน้าที่รัฐ ใช้อาวุธปืนสงคราม เช่นเดียวกับที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ และ รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ก็เหมือนกับรถยนต์ที่เจ้าหน้าที่ใช้ตรงที่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ดังนั้นอย่าว่าแต่ ชาวบ้าน ที่แยกแยะไม่ออก ว่าคนในรถยนต์ ที่ขับไป-มา ในพื้นที่ 3 จังหวัด เป็น”แนวร่วม” หรือเป็น”ทหาร” สังกัดใด เพราะแม้แต่ ทหาร ตำรวจ ด้วยกัน ยังตอบไม่ได้ เช่นกันว่า ไหนคือ”แนวร่วม” และไหนคือ กองกำลังเจ้าหน้าที่รัฐ
    และอีกปรากฎการณ์ ที่พัฒนาขึ้นของ”แนวร่วม” คือ หลายหลังต่อหลายครั้ง ในพื้นที่ จ.นราธิวาส และ ยะลา คือ”แนวร่วม” แต่งกายในเครื่องทหาร นำ”แผงกั้น” ตั้งจุดตรวจบนถนนสายหลัก ตรวจค้นรถยนต์ของชาวบ้าน เพื่อปล้นทรัพย์ และเพื่อปล้นยนต์ยนต์ เป็นพาหนะนำไปยิงจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ และนำไปประกอบเป็น”คาร์บอมบ์” เพื่อใช้ก่อเหตุ
    สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นวิธีการที่ไม่ยุ่งยากและไม่”ซับซ้อน” จนยากที่จะแก้ไข หรือ ป้องกัน เพราะเมื่อดูพื้นที่ ซึ่งทุกหน่วยงานบอกว่า หมู่บ้าน”สีแดง”ลดลง และกำลังของ กอ.รมน.ชุดพัฒนาสันติ และ หน่วยรบต่างๆ เข้าควบคุมพื้นที่ได้มากขึ้น ถนนสายหลักๆ มีเพียงไม่กี่สาย ในขณะที่กำลัง ทหารมีถึง 60,000 นาย ยังไม่รวมทหารพราน ตชด. ตำรวจ อาสาสมัคร และ ชรบ. ซึ่งถ้านำมารวมกันทั้งหมด จะมีกำลังรวมกันไม่ต่ำกว่า 100,000 นาย จำนวนกองกำลังขนาดนี้ ทำไม่จึงไม่สามารถ “บูรณาการ” และวางยุทธวิธี ให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างได้ผล
    เพราะการที่”แนวร่วม” ยังใช้ วิธีการ เก่าๆ เดิมๆ สร้างสถานการณ์ สร้างความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง ได้บอกให้ทราบว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่มีแผนในการ”แก้ทาง”ของ”แนวร่วม” ไม่มียุทธวิธีใหม่ เพื่อทำลายยุทธวิธีเก่าๆ เดิมๆ ของ”แนวร่วม” ทั้งการ ปล้นปืน ปล้นค่าย คาร์บอมบ์ ยิงชาวบ้านในร้านค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น”ซ้ำซาก” และแบบเดิมๆ ทั้งสิ้น ตรงนี้คือความ”ข้องใจ”ของประชาชนในพื้นที่ ถึง ประสิทธิภาพของ เจ้าหน้าที่รัฐ
    และในท่ามการความไร้ประสิทธิภาพ ของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน จึงมีคำถาม”แทรกซ้อน”จากคนในพื้นที่ว่า หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการยิงถล่มร้านค้า 5 แห่ง ครั้งล่าสุดที่ บ้านกาโสด อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นการกระทำของ”แนวร่วม” จริงหรือไม่ เพราะมี ลางบอกเหตุ และมี”เลศนัย” หลายประการ ที่คนในท้องที่ เชื่อว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อหวังผลประโยชน์ ของคนกลุ่มหนึ่ง และ”นัยยะ”ดังกล่าว แม้แต่ เจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงาน ต่างมีความเชื่อมั่นว่าเป็นการ สร้างสถานการณ์ อย่างแน่นอน
    จึงเป็น”โจทย์” ที่หนักอึ้งของ กองทัพ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ต้อง หาคำตอบให้กับสังคมให้ได้โดยเร็วว่า ถ้าเป็นการสร้างสถานการณ์เกิดขึ้น ใครเป็นคนสร้าง และจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร และใครจะเป็นคนแก้ เพราะยิ่งนานวัน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อยู่ในฐานะของ”เจ้าภาพ” ที่หมด”เครดิต” หมดความ น่าเชื่อถือ จากสังคมส่วนใหญ่ของคนในพื้นที่ไปแล้ว

    ไชยยงค์ มณีพิลึก
    เข้าชม : 1841
    คุยประสาชาวใต้ 10 อันดับล่าสุด
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึกคุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้
          ไชยยงค์ มณีพิลึก คุยประสาชาวใต้


     
    ชื่อ/Email :
    ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
    ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยกตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทาอ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
    ความคิดเห็น :
    .
    ข่าวเด่นประจำวัน