1 ทุน อาจเปลี่ยนอนาคตเด็กคนหนึ่งตลอดไปกับ มูลนิธิ EDF
- SIANGTAI TEAM
- 1 hour ago
- 1 min read

ท่ามกลางรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและการพูดคุยของนักเรียนในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ จะมีใครทราบไหมบ้างว่ายังมีนักเรียนจำนวนอีกไม่น้อยที่แม้จะกลับเข้าเรียนหนังสือในชั้นเรียนแล้วแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเรียนไปตลอดรอดฝั่ง จนจบปีการศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาระดับสูงสุดตามความสามารถของตนเองได้ไหม เนื่องด้วยความไม่แน่นอนจากสถานภาพของครอบครัวที่ขาดแคลน ขัดสน หาเช้ากินค่ำ มีรายได้ไม่แน่นอน และสิ่งที่ครอบครัวต้องเน้นเป็นลำดับแรกคือปากท้อง ทำให้ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ไปโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหารกลางวัน ค่าอุปกรณ์การเรียน หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน และเป็นสิ่งที่นโยบายสนับสนุนด้านการศึกษาของภาครัฐยังไม่สามารถดูแลได้อย่างครอบคลุม และทำให้การส่งเสริมการศึกษาจากครอบครัวที่ขัดสนกลับไปอยู่ท้าย ๆ หรือในบางครอบครัวอาจจะไม่ให้ความสำคัญเลย
การมอบโอกาสทางการศึกษาให้เด็กที่ใฝ่เรียนอย่างน้อย 1 คน จึงเป็นเสมือนการหยิบยื่นโอกาส มอบอนาคตให้เยาวชนที่ยากไร้ได้มีอนาคตที่ดี เติบโตเป็นกำลังสำคัญเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

“ตั้งแต่แม่ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตเมื่อ 2 ปี ที่แล้ว หนูรู้ว่าชีวิตครอบครัวเราคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หนูและน้อง ๆ อาศัยอยู่กับปู่และย่าในบ้านที่ไม่ใช่ของเรารวมทั้งหมด 8 คน ปู่ย่าทำงานรับจ้างทั่วไปและทำการเกษตร ทุกคนต้องช่วยกันทำงานเพื่อประคองชีวิตในแต่ละวัน ส่วนพ่อไปทำงานก่อสร้างที่ต่างจังหวัด มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัวได้และนาน ๆ ครั้ง จึงจะกลับบ้าน หนูพยายามทำทุกอย่างเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้ ทั้งช่วยงานบ้าน ออมเงินวันละเล็กน้อยไว้ดูแลน้อง ๆ หนูตั้งใจเรียนเพราะไม่อยากให้ครอบครัวต้องเป็นห่วง ความฝันของหนูคือการได้เรียนต่อให้สูง เพื่อจะได้มีอนาคตที่มั่นคง เป็นเสาหลักให้ครอบครัวและสามารถดูแลปู่ย่าในวันที่ท่านอายุมากขึ้นค่ะ” ซึ่งเป็นคำบอกเล่าของเด็กหญิงชนิตา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่สมัครขอรับทุนการศึกษาระยะเวลา 1 ปี

เด็กหญิงเกศริน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากโรงเรียนในจังหวัดอุดรธานีที่ขอรับทุนการศึกษาต่อเนื่องในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี เล่าว่า “หนูมาจากครอบครัวพ่อแม่หย่าร้างกัน แม่ต้องทำงานอยู่ต่างจังหวัดเพื่อหาเงินส่งมาให้หนูและพี่สาวที่ต้องย้ายไปอาศัยอยู่กับตายายเพื่อให้ได้เรียนหนังสือ ตายายของหนูประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีรายได้ไม่แน่นอน แม้ว่าครอบครัวเราจะมีฐานะยากลำบาก ตั้งแต่เด็กหนูตั้งใจเรียนหนังสืออย่างเต็มที่ จนได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันกิจกรรมวิชาการอยู่เสมอ หนูอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นและคิดว่าการศึกษาเท่านั้นจะช่วยให้หนูสามารถก้าวไปถึงความฝันในการเป็นครูในอนาคต สามารถสร้างชีวิตให้ดีขึ้นและดูแลครอบครัวได้ หนูขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาและร่วมมอบโอกาสให้พวกหนูได้มีชีวิต มีอนาคตที่ดีขึ้นค่ะ”

เด็กชายณัฐพัฒน์ จากโรงเรียนในจังหวัดสกลนครที่ขอรับทุนการศึกษาต่อเนื่องในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี เล่าว่า “ความฝันของผมคือการได้เรียนหนังสือ และประกอบอาชีพเป็นครูสอนพละศึกษา เพื่อจะได้มีอาชีพที่มั่นคงและดูแลปู่ย่าในวันที่ท่านไม่สามารถทำงานได้ เพราะผมอาศัยอยู่กับปู่ย่ามาตั้งแต่เล็ก ๆ ท่านทั้งสองดูแลผมด้วยความรัก ความเมตตา แม้ว่าท่านจะมีรายได้ไม่มากนักก็ตาม ทั้งนี้ทุกวันก่อนไปโรงเรียนผมจะตื่นเช้าช่วยย่าเตรียมของไปขายที่ตลาด เวลาเรียนหนังสือผมจะตั้งใจเรียนเพื่อให้ครอบครัวภูมิใจ และหลังจากเลิกเรียนกลับบ้าน ผมก็ช่วยปู่ย่าทำงานบ้านที่ตัวเองทำได้ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน กรอกน้ำใส่ขวด รดน้ำต้นไม้ เสียบลูกชิ้นเพื่อเตรียมทอดขายครับ”

นางสาวกุลธิดา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ปัจจุบันอาศัยอยู่กับตาและยายเนื่องจากพ่อและแม่หย่าร้างกัน และสมัครขอรับทุนการศึกษาประเภท 1 ปี เพราะฐานะทางบ้านยากจนและต้องการแบ่งเบาภาระของตายายเล่าว่า “ดิฉันชอบเรียนวิชาชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์และสุขศึกษา รวมทั้งร่วมกิจกรรมของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เช่น การประกวดคัดลายมือ การประกวดวาดภาพระบายสี ตอบคำถามทางวิชาการ เป็นต้น ที่บ้านตายายรับจ้างทั่วไปมีรายได้ไม่แน่นอน ส่วนแม่ไปทำงานต่างจังหวัดและส่งเงินมาช่วยเหลือตากับยายบ้างค่ะ ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันดิฉันทำงานช่วยตากับยายอยู่เสมอ ทั้งงานรับจ้างตัดอ้อย เกี่ยวข้าว ตัดและเก็บหัวมันสัมปะหลัง ดิฉันไม่เคยอายที่จะทำงานรับจ้าง และภูมิใจที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระของตากับยาย หลังกลับจากโรงเรียนดิฉันจะช่วยเหลือทำงานบ้านทุกอย่างเป็นประจำ ความฝันของดิฉันคือการเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ เพราะส่วนตัวชอบวิชานี้มาก และคิดว่าครูเป็นอาชีพที่มั่นคง เป็นบุคคลที่น่าเคารพและมีความรู้ติดตัวอยู่ตลอดสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นได้มากมาย เป็นอาชีพที่ช่วยสร้างคนให้มีคุณภาพและสร้างสังคมให้ดีขึ้นได้ด้วยค่ะ”
ทางด้านนายสรรเพชร นิลรัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิ EDF (มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา) เผยว่า “ปัจจุบันมูลนิธิ EDF ยังคงเร่งระดมทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้นักเรียนที่สมัครขอรับทุนการศึกษาในปีการศึกษา 2569 ที่จะปิดรับทุนภายใน 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งขณะนี้ยังมีนักเรียนอีก 3,660 คน ที่รอรับการสนับสนุนทุนการศึกษาประเภทต่าง ๆ และเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน ดังนั้นนักเรียนเหล่านี้จึงกำลังยืนอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่าง “โอกาสการได้เรียนต่อ” กับ“การต้องหยุดเส้นทางการศึกษาไว้กลางคัน” มูลนิธิ EDF ซึ่งเป็นองค์กรที่ดำเนินงานมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษา มอบโอกาสให้นักเรียนยากไร้ได้เรียนหนังสือ รวมทั้งทำโครงการส่งเสริมการศึกษาและอาชีพในโรงเรียนและชุมชนจึงขอความอนุเคราะห์จากทุกท่านที่ตระหนักถึงความสำคัญด้านการศึกษาได้ร่วมเป็นสะพานเชื่อมโอกาสดี ๆ มอบอนาคตที่สดใสด้วยการร่วมมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ยังรอความช่วยเหลืออยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมบริจาคทุนการศึกษา หรือร่วมบริจาคสมทบทุนตามกำลัง เพื่อช่วยให้พวกเขามีโอกาสได้เรียนต่อ และอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ช่วยให้เด็กคนหนึ่งไม่ต้องลาออกจากโรงเรียน ไม่ต้องละทิ้งความฝันเพียงเพราะความยากจนและยังสามารถเติบโตต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรีและความหวังได้”
หน่วยงานหรือผู้สนใจร่วมมอบโอกาสให้นักเรียนไทยที่ขาดแคลนให้ได้เรียนหนังสือ สามารถคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.edfthai.org หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่อีเมล public@edfthai.org โทรศัพท์ 02-579-9209-11 (จันทร์-ศุกร์ 09.00-16.30 น.) หรือ Line: @edfthai
สำหรับมูลนิธิ EDF ดำเนินงานตั้งแต่ พ.ศ.2530 โดยมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยที่ยากจน รวมทั้งร่วมกับองค์กรต่าง ๆ จัดกิจกรรมซีเอสอาร์พัฒนาโรงเรียน และชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยการดำเนินงานของมูลนิธิเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัล เช่น รางวัลยอดเยี่ยมองค์กรพัฒนาเอกชนแห่งประเทศไทยประเภทองค์กรขนาดใหญ่จากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ สถาบันคีนันแห่งเอเชีย และ เดอะ รีซอร์ส อัลลิอันซ์ รางวัลประกาศนียบัตรองค์กรสาธารณกุศลระดับ 5 ดาว ในการดำเนินงานและบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพทางการเงิน และมีความโปร่งใสจากสมาคมกิฟวิ่ง แบค และประกาศนียบัตรรับรองการดำเนินงานด้านองค์กรที่ดำเนินงานโดยไม่แสวงผลกำไรจาก Charity Aids Foundation Group (CAF America) ซึ่งมอบให้องค์กรสาธารณกุศลทั่วโลกที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานการดำเนินงานครอบคลุมหลักธรรมาภิบาล จดทะเบียนถูกต้อง รายงานการเงินประจำปีมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งเงินบริจาคและเงินสนับสนุนที่ส่งมอบให้มูลนิธิได้รับการนำไปใช้อย่างถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณกุศลอย่างแท้จริง เป็นต้น



Comments