top of page

CEA ดัน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” สู่เวทีโลกWorld Bank ชี้ศักยภาพสร้างงานเพิ่ม 3 ล้านตำแหน่งภายในปี 2040เร่งเปลี่ยน Creative IP สู่สินทรัพย์ที่สร้างมูลค่า ดึงดูดเงินลงทุน และขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก

SIANGTAI TEAM
1 hour ago
2 min read

เศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังได้รับการจับตามองในฐานะหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตในระยะยาว ด้วยมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มสัดส่วนการจ้างงานคุณภาพ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จึงร่วมกับ Netflix เดินหน้ายกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ด้วยการจัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ในฐานะ Affiliated Program อย่างเป็นทางการ ของการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2026 หรือ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings เพื่อสะท้อนศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยต่อภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายจากนานาประเทศ

 

World Bank ชี้ “ความคิดสร้างสรรค์” คือทุนสำคัญของเศรษฐกิจไทย

 

Mr. Denis Medvedev, Global Director for Trade, Competition, and Business, World Bank Group ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย: เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในฐานะกลไกการเติบโต” (Thailand’s New Horizons: The Creative Economy as a Growth Engine) โดยเผยว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวของ

 

 

ประเทศไทย ความคิดสร้างสรรค์ฝังรากอยู่ในสังคมไทยและปรากฏอยู่ในหลากหลายสาขา ตั้งแต่อาหาร แฟชั่น การออกแบบ สถาปัตยกรรม ภาพยนตร์ ดนตรี โฆษณา รวมถึงงานหัตถกรรมที่สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรม ขณะที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่กำลังนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อผลักดันผลงานและคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

 

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในภาพรวมมีมูลค่าประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 10.8% ของมูลค่าเพิ่มรวมของประเทศ (Gross Value Added: GVA) ขณะที่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในกลุ่มหลักมีสัดส่วนประมาณ 4.6% ของ GVA สะท้อนว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจากมิติด้านวัฒนธรรมและสังคม

 

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยยังสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเนื่องไปยังภาคส่วนอื่น โดย World Bank Group ประเมินว่า ทุกการใช้จ่าย 1 บาทในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการผลิตภาพยนตร์ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกประมาณ 2.5 บาทในภาคส่วนอื่น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ยังมีสัดส่วนการจ้างงานในระบบเพียงประมาณ 2% สะท้อนถึงโอกาสในการขยายการจ้างงาน โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่

 

นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ของไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเติบโตมากกว่า 2 เท่า จากประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 อย่างไรก็ตาม ฐานการส่งออกยังค่อนข้าง

กระจุกตัว โดยเฉพาะในกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ดังนั้น โอกาสสำคัญของไทยในระยะต่อไปจึงอยู่ที่บริการสร้างสรรค์และคอนเทนต์ดิจิทัล ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงและเทคโนโลยีกำลังช่วยลดข้อจำกัดระหว่างนักสร้างสรรค์ไทยกับตลาดโลก ทำให้ผลงานที่สร้างขึ้นในประเทศไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้มากขึ้น

 

World Bank Group เสนอ 3 การเปลี่ยนผ่านปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์


World Bank Group เสนอ 3 การเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ประเทศไทยควรเร่งดำเนินการเพื่อปลดล็อกศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ได้แก่ (1) ปรับนโยบายจากการสนับสนุนเป็นรายโครงการ สู่การสร้างระบบที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ (2) เปลี่ยนจากการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เพียงอย่างเดียว สู่การสร้างระบบที่สามารถสร้างรายได้ ระดมทุน และเพิ่มมูลค่าจาก IP และ (3) เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์ไทยกับตลาดโลกให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ World Bank Group ประเมินว่า หากอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสามารถยกระดับประสิทธิภาพเข้าใกล้ระดับเกาหลีใต้ ภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยอาจมีศักยภาพในการสร้างงานในระบบเพิ่มขึ้นถึง 3 ล้านตำแหน่งภายในปี 2040 และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5.6% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจ

 

Mr. Denis Medvedev กล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งสำคัญสำหรับภาครัฐ คือการสร้างตลาดและสถาบันที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้เงินทุนภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์

  

และต่อยอดเป็นธุรกิจที่แข่งขันได้ในระดับโลก จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ขยายโอกาสการจ้างงาน และทำให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์กลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการเติบโตในระยะยาว”

 

CEA เดินหน้าเปลี่ยน “ทุนทางความคิดสร้างสรรค์” สู่ “มูลค่าทางเศรษฐกิจ”

 

คุณพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล กรรมการทำหน้าที่ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งสะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปัจจุบันอุตสาหกรรมคอนเทนต์สร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 3,820 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 7.88% ของภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์



นอกจากนี้ ประเทศไทยมีธุรกิจในอุตสาหกรรมคอนเทนต์กว่า 32,000 ราย และบุคลากรทักษะสูงกว่า 150,000 คน ครอบคลุมภาพยนตร์ ซีรีส์ ดนตรี แอนิเมชัน เกม การกระจายเสียง สะท้อนศักยภาพของไทยในการต่อยอดคอนเทนต์จากต้นทุนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญาไปสู่ตลาดโลก”

 

“CEA อยู่ระหว่างการจัดทำ Thailand Creative Economy Action Plan 2028 - 2032 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยมุ่งเน้น 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ (1) ผลักดันอุตสาหกรรม

สร้างสรรค์เป้าหมายสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมคอนเทนต์ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง (2) ยกระดับการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และเพิ่มขีดความสามารถในการขยายธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผลงานสร้างสรรค์ให้เป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าได้ (3) พัฒนาคนและเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการและบุคลากรสร้างสรรค์ และ (4) ขยายการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังทุกภูมิภาคของประเทศ” คุณพิมพ์ใจกล่าว

 

CEA จับมือ Netflix เปิดโอกาส IP ไทยสู่ตลาดโลก


เพื่อปลดล็อกศักยภาพดังกล่าว CEA เดินหน้าความร่วมมือกับ Netflix ในการยกระดับทุนทางวัฒนธรรมและศักยภาพของบุคลากรสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีโลก ผ่านการสร้างโอกาสใหม่ด้านการลงทุน การขยายธุรกิจ และการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

 

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการผลิตผลงานหรือสร้างการรับรู้ทางวัฒนธรรม แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง Creative IP ที่สามารถต่อยอดเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ขยายธุรกิจ และเชื่อมโยงกับระบบการลงทุนในระดับสากล โดยซีรีส์ “ทนายปีศาจ” (The Evil Lawyer) คือหนึ่งในผลงานที่เข้าร่วมโครงการ CEA Content Lab 2023 ในปี 2566 และได้รับการพัฒนาศักยภาพ พร้อมเข้าร่วมกิจกรรม Final Pitch รวมถึงการเจรจาจับคู่ธุรกิจ จน Netflix สนใจนำไปผลิตจริงและ

 

และเผยแพร่ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการพัฒนา Creative IP ไทยตั้งแต่ต้นน้ำไปสู่การผลิตและการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก

 

การผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในมิติใหม่จึงเป็นการเปลี่ยนผ่านจาก “Creativity as Culture” สู่ “Creativity as Capital” และวางรากฐานให้ความคิดสร้างสรรค์ของไทยก้าวจากต้นทุนทางวัฒนธรรม ไปสู่สินทรัพย์ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

เปิดเวที Policy Forum เชื่อม Creative IP สู่ Global Asset


ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลต์ ประกอบด้วย Policy Forum 2 หัวข้อสำคัญ ได้แก่ “From Creative Capital to Global Asset”โดย Mr. Andrew Ure, Vice President, Global Affairs - APAC, Netflix, คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) และ Mr. Farid Fezoua, Global Director of Equity, Funds, Venture Capital and Creative Industries, International Finance Corporation (IFC) และ “Building the Enabling Environment: Policy, Platforms, and Incentives for a Competitive Creative Sector” โดย ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA), คุณณัฐรีย์กร เสฏฐสุภัค นักวิชาการส่งเสริมการลงทุนระดับชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), คุณศรีตลา สุตภาคย์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และคุณมนชนก ธนสันติ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP)  

 

นอกจากนี้ยังมี Thailand Creative Economy Showcase นิทรรศการนำเสนอผลงานของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ไทยที่มีศักยภาพสูงและพร้อมต่อยอดสู่ตลาดโลกและดึงดูดการลงทุน เช่น One Enterprise Solutions, GDH 559, Karmakamet, Asava Group, A49 ฯลฯ พร้อมด้วย Networking Reception โดย Netflix ภายใต้แนวคิด “Stories That Move Economies” กิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเชื่อมโยงบทสนทนาจากเวทีสู่โอกาสด้านนโยบาย ธุรกิจ และการลงทุน

 

การจัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ภายใต้กิจกรรมคู่ขนานของ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการตอกย้ำความเชื่อมั่น ดึงดูดการลงทุนระดับโลก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่โอกาสใหม่ในระดับสากลอย่างยั่งยืน

 

—---------------------------------------------------------------

 

ฝ่ายประชาสัมพันธ์

ปพิชญา สุนทรสีมะ​โทร. 086-031-3066 ​อีเมล: parpitchaya.s@cea.or.th

เพ็ญนภา หล่อประเสริฐ​โทร. 098-253-6600 ​อีเมล: phennapa.h@cea.or.th

เกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน): สศส. หรือ Creative Economy Agency (Public Organization): CEA จัดตั้งขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคม 2561 โดยเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้เป็นพลังขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาต่าง ๆ

ให้เติบโต และส่งเสริมให้ภาคการผลิตนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการเพิ่มมูลค่าสินค้า บริการ และทุนทางวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจและประเทศ

Comments


หนังสือพิมพ์เสียงใต้รายวัน

เสียงใต้ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่เป็นที่รู้จักในทุกภูมิภาคโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ มานานกว่า 40 ปี ขณะที่เวลาเดินหมุนไปเราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา ผลิตข่าวสารเพื่อสังคม ยืนยัดเป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องทั้งในภูเก็ตหรือต่างจังหวัด

  • White Facebook Icon

© 2026 by Siangtai Daily Newspaper Co., Ltd. All Rights Reserved.

bottom of page