top of page

ตอบ 5 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยตัวอ่อน

  • SIANGTAI TEAM
  • 3 days ago
  • 1 min read

ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงแค่การทำให้เกิดการตั้งครรภ์ แต่คือการให้กำเนิดทารกที่ "สมบูรณ์และแข็งแรง" หนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มโอกาสความสำเร็จนี้คือ “การตรวจวินิจฉัยตัวอ่อน” หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า PGT (Preimplantation Genetic Testing)


อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้มักมาพร้อมกับคำถามและความกังวลใจมากมาย บทความนี้จึงจะพาไปไขข้อข้องใจกับ 5 คำถามที่พบบ่อยที่สุด เพื่อให้คู่สมรสเข้าใจหลักการที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจ



1. การตรวจวินิจฉัยตัวอ่อน "จำเป็น" สำหรับทุกคนหรือไม่?

คำตอบคือ "มีประโยชน์มาก แต่ไม่ได้บังคับสำหรับทุกคน"

การตรวจวินิจฉัยตัวอ่อนช่วยคัดกรองความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม หรือความผิดปกติที่ทำให้ตัวอ่อนไม่ฝังตัวหรือแท้งในระยะเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม แพทย์มักแนะนำเป็นพิเศษในกลุ่ม "ข้อบ่งชี้" ดังนี้:

  • ฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป เนื่องจากคุณภาพไข่เริ่มลดลงและเสี่ยงต่อความผิดปกติของโครโมโซมสูงขึ้น

  • มีประวัติการแท้งบุตรซ้ำซากโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • เคยทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่ประสบความสำเร็จหลายครั้ง 

  • คู่สมรสที่มีประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว (ต้องตรวจแบบ PGT-M)

สำหรับคู่สมรสที่อายุน้อยและไม่มีประวัติเสี่ยง การตรวจ PGT อาจเป็นทางเลือกเพื่อลดระยะเวลาในการตั้งครรภ์โดยช่วยให้เลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดมาใส่ในครั้งแรก


2. การดึงเซลล์ออกมาตรวจ ทำให้ตัวอ่อน "บอบช้ำ" หรือ "พิการ" ไหม?

นี่คือความกังวลอันดับหนึ่งของผู้รับบริการ ปัจจุบันมาตรฐานการตรวจจะทำในระยะ "บลาสโตซิสต์" (Blastocyst) หรือตัวอ่อนวันที่ 5-6 ซึ่งตัวอ่อนมีจำนวนเซลล์มากกว่า 100 เซลล์ และมีการแบ่งกลุ่มเซลล์ชัดเจนเป็น 2 ส่วน

นักวิทยาศาตร์จะทำการดึงเซลล์ประมาณ 5-10 เซลล์ จากส่วนที่เรียกว่า Trophectoderm (ซึ่งจะเจริญไปเป็น "รก") โดย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับ Inner Cell Mass (ส่วนที่จะเจริญไปเป็น "ตัวทารก")

ดังนั้น หากกระบวนการทำโดยนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) ที่มีความเชี่ยวชาญ และใช้เครื่องเลเซอร์ที่ทันสมัย ความเสี่ยงที่ตัวอ่อนจะเสียหายนั้นต่ำมาก (น้อยกว่า 1%) และไม่ส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของทารกในอนาคต


3. ถ้าผลตรวจ "ปกติ" การันตีว่าจะตั้งครรภ์ 100% เลยหรือไม่ ?

ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า "ผลโครโมโซมปกติ ไม่ได้แปลว่าติด 100%"

การตรวจวินิจฉัยตัวอ่อน ช่วยยืนยันว่า "เมล็ดพันธุ์" (ตัวอ่อน) มีพันธุกรรมสมบูรณ์ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการฝังตัวให้สูงขึ้นถึง 60-70% และลดโอกาสแท้งเหลือน้อยกว่า 10% แต่ความสำเร็จของการตั้งครรภ์ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นที่สำคัญไม่แพ้กัน ได้แก่:

  • ความสมบูรณ์ของโพรงมดลูก: ความหนาของเยื่อบุ, ติ่งเนื้อ, หรือภาวะมดลูกอักเสบ

  • ระบบภูมิคุ้มกันและฮอร์โมน: ของฝ่ายหญิงในรอบที่ย้ายตัวอ่อน

  • ปัจจัยทางเทคนิค: ขั้นตอนการเตรียมโพรงมดลูกและการย้ายตัวอ่อน

การตรวจวินิจฉัยตัวอ่อนจึงเป็นการ "ปิดความเสี่ยงด้านพันธุกรรม" แต่ต้องดูแลปัจจัยแวดล้อมอื่นควบคู่กันไปด้วย


4. การตรวจนี้ สามารถบอกความผิดปกติได้ "ทุกโรค" ในโลกเลยไหม ?

ไม่สามารถตรวจได้ทุกโรค โดยทั่วไป การตรวจมาตรฐานคือ PGT-A ซึ่งจะดูความครบถ้วนของโครโมโซม 23 คู่ (เช่น ขาด หรือ เกิน) ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอาการดาวน์ (Trisomy 21), เอ็ดเวิร์ด (Trisomy 18) ฯลฯ

แต่ PGT-A ไม่สามารถ ตรวจโรคที่เกิดจากความผิดปกติระดับ "ยีน" (Gene) หรือจุดเล็กๆ บนโครโมโซมได้ เช่น ธาลัสซีเมีย, กล้ามเนื้ออ่อนแรง (SMA) หรือ มะเร็งบางชนิด หากคู่สมรสมีความเสี่ยงโรคเหล่านี้ จำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า PGT-M ซึ่งต้องมีการเตรียมการตรวจ (Set up probe) เฉพาะบุคคลล่วงหน้า


5. ถ้าผลออกมาเป็น "Mosaic" (กึ่งดีกึ่งร้าย) ต้องทิ้งตัวอ่อนเลยไหม ?

ในอดีตเราอาจมองผลตรวจแค่ "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีความละเอียดสูง (NGS) ทำให้เราพบผลแบบ Mosaic หรือ ภาวะที่มีทั้งเซลล์ปกติและผิดปกติปนกัน


คำตอบคือ "อาจจะไม่ต้องทิ้ง" ตัวอ่อน Mosaic บางชนิดมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเอง และสามารถเจริญเติบโตเป็นทารกที่ปกติได้ โดยแพทย์และนักพันธุศาสตร์จะพิจารณาจากเปอร์เซ็นต์ความผิดปกติและตำแหน่งของโครโมโซมคู่ที่มีปัญหา หากจัดอยู่ในกลุ่ม "Low Risk Mosaic" ก็สามารถพิจารณาย้ายกลับได้ โดยต้องมีการให้คำปรึกษาทางพันธุกรรม อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ


การตรวจวินิจฉัยตัวอ่อน (PGT) คือเครื่องมือที่ทรงพลังในการคัดกรองเพื่อเพิ่มโอกาสการมีบุตรที่สมบูรณ์แข็งแรง แต่ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่รับประกันผลลัพธ์ทั้งหมด การตัดสินใจตรวจควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและความเหมาะสมของแต่ละคู่สมรส หากคุณกำลังวางแผนการรักษาด้วยวิธีทำเด็กหลอดแก้ว การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนเฉพาะบุคคลคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด

Comments


หนังสือพิมพ์เสียงใต้รายวัน

เสียงใต้ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่เป็นที่รู้จักในทุกภูมิภาคโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ มานานกว่า 40 ปี ขณะที่เวลาเดินหมุนไปเราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา ผลิตข่าวสารเพื่อสังคม ยืนยัดเป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องทั้งในภูเก็ตหรือต่างจังหวัด

  • White Facebook Icon

© 2026 by Siangtai Daily Newspaper Co., Ltd. All Rights Reserved.

bottom of page