สถิติผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 2568 พร้อมแนวทางรับมือโรคร้าย
- SIANGTAI TEAM
- Jul 27
- 1 min read
ในปี 2568 โรคไข้เลือดออกยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีการแพร่ระบาดของยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรคอย่างรวดเร็ว จากรายงานของกรมควบคุมโรค พบว่าสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนควรให้ความใส่ใจ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
บทความนี้จะพาคุณไปดูสถิติผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกปี 2568 พร้อมทั้งแนวทางการป้องกันและดูแลตนเองอย่างถูกวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงโรคร้ายที่อาจส่งผลถึงชีวิตได้

สถิติผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
จากข้อมูลสถิติผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เผยแพร่โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ณ ช่วงกลางปี 2568 พบว่ามีผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศมากกว่า 80,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือเด็กอายุ 5–14 ปี รองลงมาคือวัยรุ่นและผู้ใหญ่วัยทำงาน
จังหวัดที่มีอัตราการป่วยสูงได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช ซึ่งมักเป็นพื้นที่เมืองใหญ่หรือมีความหนาแน่นของประชากรสูง ทำให้โอกาสแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเดงกีจากยุงลายเพิ่มมากขึ้น
การเปรียบเทียบกับปี 2567 พบว่าสถิติผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกปีนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นกว่า 25% ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพอากาศที่เอื้อต่อการแพร่พันธุ์ของยุง การขาดความต่อเนื่องในการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และความตื่นตัวของประชาชนที่ลดลงหลังสถานการณ์โควิด-19
แนวทางรับมือและป้องกันโรคไข้เลือดออก
แม้สถิติผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจะเพิ่มขึ้น แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการตัดวงจรชีวิตของยุงลาย โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
1. ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
เทน้ำในภาชนะที่ขังอยู่รอบบ้าน เช่น กระถางต้นไม้ กะละมัง ถังน้ำไม่ปิดฝา
เปลี่ยนน้ำในแจกันหรือภาชนะใส่น้ำทุก 7 วัน
ใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่มีน้ำขังเพื่อฆ่าลูกน้ำ
2. ป้องกันการถูกยุงกัด
ใช้สเปรย์กันยุง หรือโลชั่นทากันยุง
สวมเสื้อผ้าปกคลุมแขนขา โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในที่ชื้นหรือมีต้นไม้
ติดมุ้งลวดหรือใช้มุ้งนอน โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็ก
3. สังเกตอาการเมื่อมีไข้
หากมีไข้สูงต่อเนื่อง 2–3 วันโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบพบแพทย์
หลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินหรือยาลดไข้ที่มีฤทธิ์กัดกระเพาะ
หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นไข้เลือดออก ควรพักรักษาตัวตามคำแนะนำและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
ความร่วมมือจากชุมชนคือหัวใจสำคัญ
การลดสถิติผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชน โดยเฉพาะการจัดการสิ่งแวดล้อมและการสร้างความตระหนักรู้ เช่น จัดกิจกรรมรณรงค์ 5 ป. ได้แก่ ปิด ปล่อย เปลี่ยน ปรับ และปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในระดับครัวเรือน
แม้โรคไข้เลือดออกจะไม่มีวัคซีนป้องกันสำหรับทุกสายพันธุ์ในวงกว้าง แต่หากเราร่วมมือกันลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เราก็สามารถมีชีวิตปลอดภัยจากโรคร้ายนี้ได้







Comments